ตอนที่ 3028
บทที่ 1102.1 หนึ่งกระบี่ต่อกรหนึ่งศัตรู
October 21, 2026
ผู้บรรลุมรรคา บุคคลที่เป็ นเซียนกระบี่ ดูเหมือนว่าแค่คาพูด ประโยคเดียวก็สามารถแผ่จิตสังหารไปทั่วฟ้ าดินได้แล้ว
เซียวผู่เงียบกริบเป็ นจักจั่นในหน้าหนาว นางมั่นใจได้ในเสี้ยว วินาทีเลยว่าการเข่นฆ่าที่จวนหม่าก่อนหน้านี้ ต้องไม่ใช่หยกดิบปะทะ หยกดิบ บวกกับวรยุทธปะทะวิชาอภินิหารอย่างที่พวกเขาคาดการณ์ ไว้แน่นอน
แต่เป็ นเซียนเหรินประลองกับเซียนเหริน
เกี่ยวกับราคาที่เฉินผิงอันต้องจ่ายจากการยืมขอบเขตและมรรค กถามาจากเจ้าลัทธิลู่แห่งป๋ ายอวี้จิง เซียวผู่กับศิษย์พี่หลิวต่างก็เคยมี การประมาณการณ์กันมาก่อน ต่อให้เฉินผิงอันจะเป็ นผู้ฝึ กยุทธ ขอบเขตปลายทาง กระนั้นนางก็ยังรู ้สึกว่าต้องขอบเขตถดถอยไปถึง ขอบเขตถ้าสถิตอย่างแน่นอน แต่ศิษย์พี่หลิวกลับบอกว่าเรือนกายผู้ ฝึกยุทธของเฉินผิงอันไม่เหมือนคนปกติทั่วไป ตอนอยู่ที่ใบถงทวีป เขาใช ้คาว่าแข็งแกร่งที่สุดได้รับโชคชะตาบู๊เลื่อนขั้นเป็ นชั้นปราณ โชติช่วงของขอบเขตปลายทาง ถ้าอย่างนั้นก็มีโอกาสจะช่วยให้เฉิน ผิงอันหยุดยั้งสถานการณ์เสื่อมถอยเดินลงเนินไปตลอดทางเอาไว้ได้ ถดถอยไปถึงโอสถทองก็น่าจะหยุดได้แล้ว
หลิวเถาจือได้แต่ช่วยพูดไกล่เกลี่ยด้วยการอธิบายว่า “ผู้ล้าง มลทินที่ตอนนั้นถูกชุยฉานขับไล่ออกจากอาณาเขตมีแค่สายซีซาน เจี้ยนอิ่นอย่างพวกเราเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสายของฉินปู้ อี๋และ เซียวผู่ พวกนางไปมาอยู่ในแจกันสมบัติทวีปก็ไม่ได้รับพันธนาการ จากกฎเกณฑ์ของต้าหลี หากไม่เป็ นเพราะสองสายอย่างซีซานเจี้ยน อิ่นและอิงเถาชิงอีต้องเชื่อฟังคาสั่งจากศูนย์ใหญ่ว่าต้องมีคนคอย ผลัดกันปกป้ องมรรคาให้กับอาจารย์ลุงเฉิง ข้าผู้แซ่หลิวก็ไม่มีทาง กลับมาเหยียบที่แจกันสมบัติทวีปอีก”
เฉินผิงอันยิ้มพูดแก้ว่า “แค่ส่งออกนอกอาณาเขตอย่างมี มารยาท หาใช่การขับไล่ไม่ศิษย์พี่ชุยถือว่าเกรงใจสายซีซานเจี้ยน อิ่นมากแล้ว”
เซียวผู่มีนิสัยตรงไปตรงมา ไม่ชอบฟังคาพูดเหน็บแนมที่สุด นาง เกือบจะอดไม่ไหวราดน้ามันลงบนกองเพลิงด้วยประโยคที่ว่าราช สานักต้าหลีเหลือแผ่นดินแค่ครึ่งทวีปเท่านั้นจะดูแลเรื่องทางทิศใต้ อย่างไร?
หลิวเถาจือใช ้เสียงในใจเตือนให้เซียวผู่ระมัดระวังจิตแห่งมรรคา ให้ดีก่อน อย่าได้หลงผิดท าลายตน แล้วเขาถึงได้พูดอธิบายต่อว่า “ปี นั้นเซียวผู่ปิดด่านก่อก าเนิดฝ่ าทะลุขอบเขตขั้นตอนอันตรายอย่าง มาก จิตมารของนางที่จาแลงออกมาก็คือบุรุษแซ่เฉินที่เคยมีวาสนา ต่อกันเมื่อชาติก่อน ภายหลังในการลอบฆ่าครั้งหนึ่ง เซียวผู่ก็ถูก เซียนกระบี่คนหนึ่งฟันเรือนกายจนแหลกเละ ในอาณาเขตของชวี
เฉิง นางไม่อาจหนีหายนะจากสงครามครั้งนั้นมาได้ถึงได้กลายไป เป็ นผี ดังนั้นวันนี้ยามที่เจอกับเซียนกระบี่เฉิน นางจึงอาจจะเสียกิริยา ไปบ้าง”
จิตมารคือบุรุษแซ่เฉิน คนที่สังหารร่างจริงก็เป็ นเซียนกระบี่แซ่ เฉิน ทุกวันนี้ยังต้อง คบค้าสมาคมกับคนแซ่เฉินอีก ความรู ้สึกนั้น
ย่อมย่าแย่แน่อยู่แล้ว
ถูกหลิวเถาจือพูดเรื่องเก่าที่ทาให้เสียใจ สตรีสวมชุดกระโปรงสี เขียวก็หัวเราะหยันเรื่องเก่าก็คือเรื่องเก่า แต่สาหรับเซียวผู่ที่มีนิสัยดื้อ ดึงแล้ว แต่ละเรื่องแต่ละราวเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นตรงหน้า
แต่จากนั้นเซียวผู่ก็มีสีหน้าเครียดขรึม ค าอาฆาตของพวก ชาวบ้านมักจะชอบพูดกันว่าหากแค้นนี้ไม่ได้ชาระก็ขอสาบานว่าจะ ไม่เป็ นคนอีก แต่นางเป็ นผีไปแล้ว แค้นเก่ากลับยังมิอาจช าระ หากจะ พูดว่าไม่ขออยู่ร่วมฟ้ าก็ถือว่าไม่เลวเหมือนกัน
นางที่เป็ นผีกับศัตรูที่ยังคงมีชีวิตอยู่ผู้นั้นคือมืดและสว่างที่อยู่กัน คนละเส้นทาง ซึ่งนี่ก็ไม่ผิดเหมือนกัน แต่ทุกวันนี้นางอยู่ภายใต้แสง ตะวันแรงกล้า ทว่าเขากลับไปซ่อนตัวอยู่ที่อื่นนานแล้ว เซียวผู่เคย ข้ามดินแดนไปหลายครั้ง ใช ้คุณความชอบแลกเปลี่ยนข่าวสองสาม ข่าวมาจากศูนย์ใหญ่ ทุกครั้งต้องใช ้บุญกุศลในทางลับมาแลกเปลี่ยน เป็ น “การน าทาง” น่าเสียดายที่ต่อให้ตามหาอย่างยากลาบากแค่ไหน ก็ยังคงหาเขาไม่เจอ ตามหลักแล้วนี่ก็คือคาว่า ไม่อยู่ร่วมฟ้ า” ตาม ความหมายหน้าตัวอักษรจริงๆ แล้ว
เฉินผิงอันที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้มาเยือนแคว้นอวี้เซวียนรอบหนึ่งก็ได้ ชาระความแค้นครั้งใหญ่ แล้วนางล่ะ คนเปรียบเทียบกับคนชวนให้ คนโมโหตาย ผีเปรียบเทียบกับคนก็ท าให้ผีโมโหตายได้เหมือนกัน หรือ
เฉินผิงอันกล่าว “ผู้ฝึ กบาเพ็ญตนกับผู้ฝึ กกระบี่เฉินผิงอัน สามารถเข้าใจได้ ทว่าศิษย์น้องของซุยฉานและราชครูคนใหม่ ของต้าหลีกลับรับไม่ได้”
มองเซียวผู่ที่มาจากสายอิงเถาชิงอีผู้นั้นแวบหนึ่ง
แม้กระทั่งตาแหน่งเจ้ากรมอาญาก็ยังปฏิเสธไปแล้ว เจ้ายังจะให้ ข้าไปเป็ นนายอ าเภออีกหรือ? เชื้อเชิญโน้มน้าวไม่สาเร็จ ยังรู ้สึกว่า ข้าไม่รู ้กาลเทศะ ไม่ไว้หน้ากัน สรุปใครกันแน่ที่หน้าใหญ่?
สตรีที่เป็ นผีเซียนคนหนึ่ง อีกทั้งเซียวผู่ยังเป็ นนักฆ่าชั้นยอดที่มา จากสายอิงเถาชิงอีเดิมควรมีจิตแห่งมรรคาหนักแน่นดุจเหล็ก ไม่ คลอนแคลนดุจขุนเขา ไม่ถึงขั้นปณิธานเปราะบางเหมือนกระดาษ แผ่นหนึ่งที่สายไหวไปตามสายลมได้เช่นนี้
เซียวผู่เงียบงัน เพียงแค่เพราะศิษย์พี่หลิวใช ้เสียงในใจเอ่ยเตือน ว่าหากนางยังปากไร ้หูรูดอีก หลิวเถาจือจะยกกฎของศูนย์ใหญ่ ออกมาใช ้แล้ว
อันที่จริงยังมีเหตุผลอีกสองชั้นที่หลิวเถาจือไม่ได้พูดออกมา
เซียนกระบี่หนุ่มที่กลิ่นอายของมรรคาเข้มข้นจนเกือบจะถึงขั้น ก่อเกิดเป็ นอาณาเขตฟ้ าดินได้ด้วยตัวเองตรงหน้าผู้นี้ มิอาจไม่ เรียกว่าจิตวิญญาณแข็งแกร่งอย่างถึงที่สุด เป็ นเหตุให้พลังหยาง บริสุทธิ์ แผดเผาเหมือนเปลวเพลิง ไหลไปตามพลังปราณ ประหนึ่ง น้าไหลไหลเวียนขึ้นสู่ดวงเนตรแล้วกลายเป็ นแก้วตาอันสุกใส
ถ้าอย่างนั้นสาหรับผีแล้ว ต่อให้อีกฝ่ ายยืนนิ่งไม่ขยับก็เท่ากับ เป็ นการถามกระบี่ครั้งหนึ่ง เขาหลิวเถาจือคือขอบเขตเซียนเหริน ทุ่มเทฝึกฝนอย่างหนักในเรื่องของการหล่อเลี้ยงลมปราณของลัทธิ เต๋าจึงสามารถรับมือได้อย่างสงบ แต่เชียวคู่เป็ นแค่ขอบเขตหยกดิบ จึงง่ายที่จะถูกปราณแห่งมรรคาและสภาพจิตใจของเฉินผิงอันจูงจมูก ให้เดิน สภาพการณ์เช่นนี้ค่อนข้างจะลี้ลับมหัศจรรย์ ผีเซียวผู่ได้พบ เจอกับเฉินผิงอันก็เหมือนต้องถือคันฉ่องส่องอีกฝ่ ายอย่างที่มิอาจ ควบคุมตัวเองได้ จุดที่มหัศจรรย์ยิ่งกว่านั้นก็คือเฉินผิงอันที่เป็ น “คน ในกระจก” คล้ายจะสามารถชักน าสภาพจิตใจของเซียวผู่ ท าให้นาง ยากที่จะควบคุมตัวเองคล้ายกับหุ่นเชิดที่ถูกชักใยตนหนึ่ง
นอกจากนี้ก็คือในบรรดาผู้ล้างมลทิน เซียวผู่คือคนที่มีความ พัวพันกับเฉินผิงอันมากที่สุด ไม่มีหนึ่งใน
หลิวเถาจือก็ดี ฉินปู้ อี๋ก็ช่าง เฉินผิงอันที่อยู่ในสายตาของพวก เขาก็คืออิ่นกวานหนุ่มและลูกศิษย์เหวินเซิ่ง ดังนั้นเมื่อเจอหน้ากันจึง สามารถพูดคุยไปตามสถานการณ์ได้อย่างตรงไปตรงมา
มีเพียงเซียวผู่ที่ไม่ได้เป็ นเช่นนี้ นางเคยเห็นเรื่องราวตอนที่เฉิน ผิงอันเป็ นหนุ่มมามากมาย ดังนั้นนางจึงทาใจให้สงบได้ยากที่สุด แน่นอนว่าทุกวันนี้เฉินผิงอันก็ยังเป็ นหนุ่มอยู่เหมือนเดิม
แต่หลิวเถาจือเชื่อว่าเฉินผิงอันได้คิดไปถึงสาเหตุสองอย่างนี้ได้ แล้ว ไม่ว่าเขาจะพูดหรือไม่พูดออกมาก็ไม่ได้มีความแตกต่างอะไร
หลิวเถาจือกล่าว “ต าแหน่งผู้น าสายของเซียวผู่ว่างมานานมาก แล้ว หลายร ้อยปีมานี้ล้วนเป็ นเซียวผู่ที่วิ่งวุ่นไม่หยุด เดินทางไปทั่ว สามทวีป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสนามใหญ่แห่งนั้น นางเป็ นฝ่ ายไป เยือนใบถงทวีปด้วยตัวเองก็เพื่อสะสมคุณความชอบเพิ่มเติม เพื่อที่จะ ได้เข้าเสริมตาแหน่งที่ว่างอยู่ได้ สายอิงเถาชิงอี หลังจากที่ฉินปู้ อี๋ออก จากต าแหน่งไปก็ยังไม่เคยมีใครที่ได้ใจผู้คนซึ่งมีครบทั้งคุณธรรมและ ความประพฤติอันดีงาม ทั้งบรรลุธรรมอันสูงส่ง เมื่อประมาณร ้อยปี ก่อน ศูนย์ใหญ่ก็ได้ตั้งกฎใหม่ข้อหนึ่งให้กับสายอิงเถาชิงอี บอกว่าผู้ ที่มีคุณความชอบสูงที่สุดจะได้เป็ นผู้นา คนที่ขอบเขตสูงที่สุดได้เป็ น ผู้คุมกฏ นอกจากนี้ผู้ที่มีตบะลึกล้าที่สุดจะได้รับหน้าที่เป็ นผู้ถ่ายทอด มรรคา รับผิดชอบตามหาเมล็ดพันธ ์ต้นกล้าแห่งเซียน”
้