ตอนที่ 3035
บทที่ 1104.1 ท่านพี่โปรดคลายหัวคิ้ว
October 21, 2026
เรือหลิวเสียที่พุ่งทะยานว่องไวราวกับสายฟ้ า ภูเขาสายน้าบน พื้นดินประหนึ่งม้วนภาพที่ยิ่งใหญ่งดงามถูกคลี่กาง
เรือข้ามฟากเพิ่งจะพ้นออกมาจากอาณาเขตของขุนเขาเหนือ หลิวเสี้ยนหยางก็ตะเบ็งเสียงเรียกเฉินผิงอัน
เฉินผิงอันที่นอนฟุบหลับอยู่บนโต๊ะลุกขึ้นยืน ใช ้เสียงในใจ ตะโกนเรียกเย่โหยวเสินจวินอยู่หลายรอบ อีกฝ่ ายไม่ได้สนใจ เขาจึง ได้แต่เดินออกจากห้องไปที่หัวเรือ ก่อนจะเรียกชื่อจริงของเว่ยป้ อ
เว่ยป้ อมาโผล่ที่หัวเรืออย่างรวดเร็ว อันที่จริงตอนที่เขาได้ยิน ฉายาเทพของตัวเอง เว่ยป้ อที่อยู่บนภูเขาพพีอวิ๋นก็ถอนหายใจโล่ งอก สาหรับการแก้แค้นที่วางแผนมานานหลายปีครั้งนี้ของเฉินผิงอัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ “แต่งตั้งเทพ” ของหม่าขู่เสวียนครานั้น เพราะ ตัวเว่ยป้ อเองก็อยู่บนวิถีแห่งเทพจึงเข้าใจเรื่องนี้ได้ดีกว่าคนของภูเขา ลั่วพั่วอย่างเช่นพ่อครัวเฒ่ากับเจิ้งต้าเฟิง เขาจึงเป็ นกังวลมากยิ่งกว่า จะบอกว่าอกสั่นขวัญแขวนก็ไม่เกินจริงเลยแม้แต่น้อย
เฉินผิงอันถอดรองเท้านั่งขัดสมาธิอยู่บนหัวเรือแล้ว เขาแกว่ง น้าเต้าสีชาด ไม่ดื่มเหล้าเพียงแค่ฟังเสียงสุราที่กระเพื่อมอยู่ในน้าเต้า เท่านั้น
้
เวยป้ อที่โล่งใจเหมือนได้ยกก้อนหินออกจากอกยืนพิงราวรั้ว ถามอย่างใคร่รู ้ว่า “กระบี่บินส่งข่าวจากกรมอาญาต้าหลี ทางฝั่งห้อง กระบี่ของยอดเขาจี้เซ่อไม่ได้รับหรือ?”
เฉินผิงอันตอบ “ได้รับแล้ว ข้าเองก็อ่านแล้ว เพียงแต่ก าลังยุ่งอยู่ กับธุระส าคัญเลยคร้านจะตอบกลับ”
เว่ยป้ อไม่รู้ว่าโทสะผุดมาจากไหน ก็เพราะเจ้าไม่ยอมตอบ จดหมาย คนทั้งกรมอาญาต้าหลีถึงต้องใคร่ครวญเดาใจใต้เท้า ราชครูอย่างเจ้าอย่างระมัดระวัง แม้กระทั่งฮ่องเต้ก็ยังจ าต้องบอกให้ กรมพิธีการนาความมาบอกที่ภูเขาพีอวิ่น จนเขาต้องไปเยือนที่ว่า การกรมอาญาด้วยตัวเองรอบหนึ่ง นี่มันเรื่องอะไรกัน ฮ่องเต้ไม่ร ้อน ใจ ขันทีร้อนใจแทนอย่างนั้นหรือ?
เฉินผิงอันเค้นรอยยิ้มส่งไปให้ กุมหมัดเขย่าอยู่สองสามที เอ่ยขอ อภัยว่า “คนบ้านเดียวกันไม่พูดจาห่างเหินนี่นา”
เว่ยป้ อถาม “จะจัดการกับพวกเขาอย่างไร?”
เห็นได้ชัดว่าเฉินผิงอันเตรียมคาพูดไว้ก่อนนานแล้ว “ตอนนี้ให้ เอาคนสิบหกคนนั้นไปไว้ที่ภูเขาเที่ยวอวี๋ชั่วคราวก่อนแล้วกัน ไม่ว่าจะ เป็ นผู้ฝึกยุทธหรือผู้ฝึกตนก็ให้อยู่บนภูเขาลูกเดียวกัน หนึ่งปีสองปีให้ หลัง หากยังส่งผู้ฝึ กกระบี่อีกกลุ่มหนึ่งมาจริงๆ ก็ให้ทาตามเดิม ไม่ ต้องส่งไปที่หอบูชากระบี่ ต่อให้อาณาเขตของภูเขาเที่ยวอวี๋ไม่ใหญ่ แค่ไหน แต่จับคนสามสิบคนไปไว้ที่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร หากข้าจา
้
ไม่ผิด สิ่งปลูกสร ้างสาเร็จรูปที่อยู่ในภูเขาอันที่จริงมีอยู่ไม่น้อย เรือน น้อยใหญ่มีมากถึงร ้อยกว่าหลัง มากพอแล้วล่ะ อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับ ภูเขาลั่วพั่ว ข้าเองก็อาจจะบุกเบิกเนินเขาฝูเหยาเป็ นพื้นที่ประกอบ พิธีกรรมส่วนตัวเหมือนกัน”
ผู้ที่เรียนหมัด อันที่จริงยังเลือกได้ง่าย เจิ้งต้าเฟิงเองก็สอนหมัด อยู่ในคฤหาสน์หลบหนาวของใต้หล้าห้าสีมานานหลายปี
ทว่าการเลือกตัวผู้ถ่ายทอดมรรคากลับมีความกระอักกระอ่วนอยู่ บ้างแล้ว
แน่นอนว่าเฉินผิงอันสามารถสอนได้ แต่ต้องไม่เหมาะสมอยู่แล้ว
เพราะถึงอย่างไรที่นี่ก็ไม่ใช่กาแพงเมืองปราณกระบี่ ในใต้หล้า ไพศาลแห่งนี้ เส้นทางการฝึกตน ไม่ว่าจะเป็ นฝึกบ าเพ็ญตนหรือเรียน หมัด หากแรกเริ่มคาดหวังไว้สูงเกินไป อันที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องดีสาหรับ คนสิบหกคนที่เพิ่งได้ออกมาผจญโลกกว้างกลุ่มนี้
ส่วนเด็กชายผมขาวที่ทุกวันนี้รับหน้าที่เป็ นขุนนางผู้เรียบเรียง ต าราของภูเขาลั่วพั่ว อันที่จริงบอกว่านางมีความรู ้กว้างขวางลึกซึ้งก็ ไม่เกินจริงแม้แต่น้อย นางเองก็สอนได้เหมือนกัน แต่สถานะของนาง พิเศษ จึงไม่เหมาะสมเช่นเดียวกัน
เว่ยป้ อหยิบสมุดเล่มหนึ่งออกมาจากชายแขนเสื้อ ด้านบนบันทึก ข้อมูลเกี่ยวกับทั้งสิบหกคนไว้อย่างละเอียด
คิดไม่ถึงว่าเฉินผิงอันจะส่ายหน้า “ไม่อ่านแล้ว”
้
หากเป็ นเวลาปกติ เว่ยป้ ออาจจะยังบ่นด้วยค าพูดท านองว่าเสพ ติดการเป็ นเถ้าแก่ที่สะบัดมือทิ้งร ้านแล้วสินะ เพียงแต่เวลานี้พอได้ เห็นสีหน้าอิดโรยของเฉินผิงอัน เว่ยป้ อก็อดทนเอาไว้ ช่างเถิด
เฉินผิงอันกล่าว “นอกจากเจิ้งต้าเฟิงที่สอนหมัดได้ ยังสามารถ ให้เฉินยวนจีเป็ นผู้ช่วยสอนหมัดป้ อนหมัดให้คนอื่น อันที่จริงก็คือ
การเรียนหมัดอย่างหนึ่งอยู่แล้ว”
เว่ยป้ ออึ้งตะลึง ก่อนจะพยักหน้ายิ้มกล่าว “เป็ นความคิดที่ดี” เว่ยป้ อเอ่ย “ลู่ยงและเจิ้งชิงเจียก็อยู่บนภูเขาด้วย” เฉินผิงอันถามอย่างสงสัย “ลู่เจินเหรินมาท าอะไร?”
เว่ยป้ อกล่าว “มาช่วยขอสถานะเค่อชิงจากภูเขาถั่วพัวของพวก เจ้าให้กับจ้าวจู แบบที่มีเก้าอี้นั่งอยู่ในศาลบรรพจารย์ยอดเขาจี้ เซ่อน่ะ”
เฉินผิงอันเอ่ยอย่างอ่อนใจ “เรื่องนี้ก็ต้องให้ลู่เจินเหรินเดิน ทางไกลข้ามทวีปมาที่ภูเขาลั่วพั่วด้วยตัวเองด้วยหรือ? ตั้งใจจะเอา ของขวัญร่วมแสดงความยินดีมามอบให้เจ้ามากกว่ากระมัง?”
เว่ยป้ อยิ้มรับ เฉินผิงอันเอ่ยเสียงเบา “นางมีแซ่เพิ่มมาแล้ว” กู้หลิงเยี่ยน เจิ้งชิงเจีย
้
สาหรับผู้ฝึกตนเผ่าปีศาจแห่งเปลี่ยวร ้างแล้ว การเพิ่มแช่ให้กับ ตัวเอง เรื่องทานองนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ
นางมีฉายาว่ายวนหู อีกฉายาคือ “อู่ฮวาซูลี่”
อยู่ในใต้หล้าเปลี่ยวร ้าง นางคือผู้ฝึกตนห้าขอบเขตบนที่ไม่ชอบ แก่งแย่งชิงดีกับใครแน่นอนว่าก็ไม่เชี่ยวชาญการเข่นฆ่าซึ่งถือว่าหา
ได้ยากสาหรับคนของเปลี่ยวร ้าง
เว่ยป้ อยิ้มเอ่ย “ตามคากล่าวของนางก็คือมานับอาจารย์เสี่ยวโม่ เป็ นบรรพบุรุษ อีกเรื่องก็คือจะมาหากู้ช่านเพื่อเข้าร่วมสานัก”
เฉินผิงอันถามคาถามประหลาด “นางเองก็ขึ้นเขามาเพียงลาพัง เหมือนกันกระมัง?”
เว่ยป้ อไม่เข้าใจ แต่คร้านจะถามมาก “นางมาแค่คนเดียว”
ทว่าไม่ว่าจะเป็ นขอบเขตหยกดิบคนใดก็ล้วนมีวิชาจักรวาลใน ชายแขนเสื้อเหมือนกันทั้งหมด
เพียงแต่ว่าจะบรรจุคนได้กี่คน บรรจุสิ่งของได้กี่มากน้อยกันแน่ ก็ต้องดูว่าเวทคาถาสูงหรือต่าแล้ว
เฉินผิงอันไม่ถามมากอีก
เพราะนี่เกี่ยวพันไปถึงเรื่องลับเรื่องหนึ่งที่จะว่าใหญ่ก็ใหญ่จะว่า เล็กก็เล็ก
้
ปีนั้นตอนที่เฉินผิงอันเฝ้ ากาแพงเมืองอยู่เพียงลาพัง เคยมีรถคัน หนึ่งที่ด้านบนมีผู้ฝึกตนหญิงของเปลี่ยวร ้างนั่งกันมากลุ่มใหญ่ พวก นางพูดคุยเจื้อยแจ้ว เดินทางมุ่งหน้ามาทางเหนือก็เพื่อมองอื่นกวาน หนุ่มไกลๆ
ในรถคันนั้นนอกจากทายาทของปีศาจใหญ่ที่มียศขุนนางแล้วก็ มีผู้ฝึกตนหญิงบนท าเนียบของนครจินชุ่ย ดูเหมือนว่านางคือลูกศิษย์ ผู้สืบทอดที่สาคัญอย่างยิ่งของเจ้านครยวนหู ได้รับการถ่ายทอดวิชา ที่แท้จริงไปจนหมดสิ้น
เว่ยป้ อถาม “ต้องการให้ข้าไปพูดคุยกับถงเหวินช่างหน่อยไหม?”
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “ไม่ต้อง ข้ากับถงเสินจวินมีความสัมพันธ ์
ดีกว่าเจ้ากับเขา”
เว่ยป้ อหัวเราะหึหึ “ถ้าอย่างนั้นก็ต้องโทษที่ข้ายุ่งไม่เข้าเรื่องเอง”
ไม่รอให้เจ้าขุนเขาเฉินอธิบายอะไร เย่โหยวเสินจวินผู้นี้ก็กลับไป ที่ภูเขาพีอวิ๋นแล้ว
เฉินผิงอันเดินกลับเข้าไปในห้องอย่างขุ่นเคือง หยิบเงินเหรียญ ทองแดงแก่นทองสามเหรียญออกมาจากชายแขนเสื้อ วางลงบนโต๊ะ เบาๆ จัดเรียงเป็ นล าดับได้แก่เงินอิ๋งชุน เงินก้งหย่าง เงินยาเซิ่ง
ได้ เวลาหนึ่งรุ่นมีค่าเท่ากับทองคาหนึ่งขุ่น ทองหนึ่งขุ่นกลับยาก ที่จะซื้อหาเวลาหนึ่งขุ่นได้
้
ด้านล่างภูเขานี่คือประโยคที่โน้มน้าวให้คนเล่าเรียน บนภูเขา กลับมีความหมายที่ลึกล้า คาว่า “ทอง” นี้ก็คือเงินเหรียญทองแดง แก่นทอง
เจินเหรินผู้เฒ่าอวี่ทาอะไรรวดเร็วฉับไวอย่างแท้จริง หลังจากเข้า ร่วมงานพิธีแต่งตั้งของศาลบุ๋นที่ภูเขาพีอวิ๋นแล้วก็หวนกลับไปยัง พื้นที่ประกอบพิธีกรรมที่อยู่ในธารดวงดาวนอกฟ้ า แต่อวี๋เสวียนได้ทิ้ง ประโยคหนึ่งไว้ว่า อย่างมากสุดภายในหนึ่งเดือนก็จะมีคนของภูเขา เถาผู้เอาเงินเหรียญทองแดงแก่นทองหนึ่งพันเหรียญมาส่งให้ที่ภูเขา ลั่วพั่ว กึ่งให้ยืมกึ่งยกให้เฉินผิงอัน ห้าร ้อยเหรียญในนั้นจะไม่เก็บ ดอกเบี้ย อีกทั้งจะคืนเมื่อไหร่ก็ได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งอวี่เสวียนยังเป็ นฝ่ ายยกเลิก “สัญญาหนี้” จากเงินสามร ้อยเหรียญที่ให้เฉินผิงอันยืมตอนอยู่นอกฟ้ าด้วย
ถ้าอย่างนั้นความต้องการในการเลื่อนระดับขั้นกระบี่บินของเฉิน ผิงอันที่ต้องใช ้เงินหนึ่งพันห้าร ้อยเหรียญอย่างที่เจิ้งจวีจงบอก อันที่ จริงก็ได้ร่นระยะห่างจนเหลือน้อยมากแล้วเหลือแค่สองร ้อยเหรียญ เท่านั้น
้
้
้