ตอนที่ 3036
บทที่ 1104.2 ท่านพี่โปรดคลายหัวคิ้ว
October 21, 2026
พูดถึงแค่วัดวาอาราม ในฐานะอารามเต๋าที่เป็ น “ต้นฉบับ” ก็มีถึง หกสิบสองแห่ง ส่วนวัดมีถึงแปดสิบเอ็ดแห่ง ประเด็นส าคัญคือแต่ละ แห่งมีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป ยกตัวอย่างเช่นใช ้รูปแกะสลักของ เทพยดาทั้งยี่สิบสี่องค์ของวัดเถี่ยฝอ เทวรูปหลิงกวานของอารามหลิง เซียว ภาพวาดฝาผนังเฉาหยวนของตาหนักว่านโส่วต้าฉุนหยาง ขี่ ม้าปิดประตูภูเขาของวัดหลิงกู่ รูปปั้นไม้ห้าร ้อยอรหันต์ของวัดจิ้งฉือ ภูเขาหนันปิ่งที่มีชีวิตชีวาเหมือนจริง…
นอกจากนี้ยังมี ‘ต้นฉบับ” อีกสองแห่งของอารามเต๋าและวัดที่ ต่างก็ได้ถอดเอา “เอกลักษณ์พิเศษ” ทั้งหมดออกมา คล้ายคลึงกับ เงินแม่ต้นแบบที่ทางการเอาใช ้สร ้างเหรียญทองแดงที่…ถูกรื้อถอน ออกมา นอกจากนี้ข้าวของประเภทอื่นที่มีรูปแบบหลากหลายมากยิ่ง กว่าอย่างกรอบป้ าย กลอนคู่ เทวรูป ภาพฝาผนัง เพดานทรงกลม ตะเกียงน้ามัน เสาคาน เดือยและรูบาก หินและก้อนอิฐ…พวกมันต่าง ก็ถูกแบ่งแยกประเภท สร ้างออกมามีระดับความสูงต่า จัดเรียง ตามล าดับแผนภูมิฟ้ าและแผนภูมิดิน
ไม่เพียงแค่เป็ นการประกอบ ทับซ ้อนและรวมกลุ่มกันอย่างเรียบ ง่ายเท่านั้น แต่เป็ นระบบการจัดตั้งตามความหมายกว้างๆ ของลัทธิ
่
ขงจื๊อที่บอกว่า “หากมีกฎหมายแต่ไม่มีการบังคับใช ้ก็ไร ้ผล” “เริ่ม จากการขัดเกลาภายใน แล้วจึงออกปกครองบ้านเมืองให้ร่มเย็น
สิ่งปลูกสร ้างแห่งหนึ่งสามารถรื้อถอนออกมาเป็ นชิ้นส่วนเล็กๆ น้อยๆ ได้นับร ้อยนับพันหรือแม้กระทั่งอาจมากถึงหลายหมื่นชิ้น พวก เขาสามคนแค่เอาไปใช ้ก็พอ ดังนั้นเซียวสิงถึงสร ้างได้เร็วขนาดนั้น และทุกวันนี้พวกเขาที่ทาหน้าที่เพิ่มจานวนให้กับหมื่นสรรพสิ่งในฟ้ า ดิน แน่นอนว่าก าลังท าการบวก ทว่าในระดับความยากกลับเป็ นการ ลบให้น้อยลง
ความคิดที่ยอดเยี่ยมมหัศจรรย์เช่นนี้ การบรรจงตั้งใจทาเช่นนี้ อวี๋สืออู้ไม่ใช่แค่ เลื่อมใสหรือเคารพยาเกรงอะไรแล้ว แต่เกิดความ หวาดกลัวจากสัญชาติญาณส่วนลึกภายในใจ
นอกจากนี้บนยอดเขายังมีน้าพุใสสะอาดบ่อหนึ่ง ปราณ วิญญาณเข้มข้นเหมือนน้าถูกกักขังไว้ที่นี่ก็เหมือนบ่อน้าเงียบสงัด แห่งหนึ่ง
ขอแค่ใครรู ้สึกว่าเหนื่อยล้าก็สามารถมาดื่มน้าที่นี่ นั่งเข้าฌาน ท าสมาธิ พักผ่อนพักจิตใจ ชดเชยปราณวิญญาณให้เต็ม
ตามค ากล่าวของเซียวสิง ปราณวิญญาณฟ้ าดินมากมายขนาด นี้เท่ากับการสะสมปราณวิญญาณของผู้ฝึกตนขอบเขตบินทะยาน คนหนึ่งเลยกระมัง
่
มาถึงบนยอดเขา บนพื้นปูไปด้วยอิฐเขียว เฉินผิงอันเดินไปยังริม บ่อน้า อยู่ดีๆ ก็เอ่ยประโยคหนึ่งออกมาว่า “หม่าขู่เสวียนคือคนฉลาด แต่เขากลับเป็ นที่ชอบเล่นแง่อย่างมาก”
เกี่ยวกับกระบี่บินแห่งชะตาชีวิตของเขา หม่าขู่เสวียนที่อยู่ริมตลิ่ง ของลาน้าใหญ่เคยได้สัมผัสกับตัวเองมาก่อนนานแล้ว
ทว่า “โจวมี่” ที่ถูกหม่าขู่เสวียนนิมิตอัญเชิญเทพออกมานั้น ถึงกับไม่รู ้เรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย
คนที่ชอบ “เล่นแง่” กับตัวเอง กับคนอื่น และกับโลกใบนี้ อันที่ จริงมีอยู่เยอะมาก
ยกตัวอย่างเช่นหลิวเสี้ยนหยางที่ไม่ชอบพูดคาว่าขอโทษกับคน
อื่น
หรือยกตัวอย่างเช่นซ่งจี๋ซินที่ก็ไม่ต่างกันสักเท่าไร มีหลายครั้งที่ อยากจะปรับความสัมพันธ ์กับเพื่อนบ้านให้ดีขึ้น แต่ก็ไม่ยินดีจะเป็ น ฝ่ายเปิดปากพูดก่อน
ส่วนการเล่นแง่ของหม่าขู่เสวียนก็น่าจะเป็ นการที่ไม่ยอมพูดดีๆ กับคนอื่น ให้ตายอย่างไรก็ไม่ยอมขอร ้องคนอื่น?
อวี๋สืออู้เดาไม่ออกว่าทาไมเฉินผิงอันถึงได้พูดเช่นนี้ และเฉินผิงอันก็ไม่ได้คุยเรื่องนี้ต่อ
่
อวี๋สืออู้ถาม “เฉินผิงอัน เจ้าต้องการ “ก าลังภายนอก’ อย่างพวก เราจริงๆ หรือ?”
เฉินผิงอันพูดอย่างหนักแน่นว่า “แน่นอนว่าต้องการ”
อวี๋สืออู้ถามต่อ “ท าไมล่ะ?”
เฉินผิงอันกล่าว “ให้คนคนหนึ่งได้กินเนื้อตุ๋นน้าแดงทุกมื้อ สาม มื้อในหนึ่งวันล้วนต้องกินเช่นนี้ ไม่กินก็ไม่ได้ รสชาติจะเป็ นอย่างไร? จะรู้สึกดีได้หรือไม่?”
อวี๋สืออู้ยิ้มเอ่ย “แน่นอนว่าไม่ดี”
เฉินผิงอันกล่าว “เหตุผลเดียวกัน ภูเขาสายน้าบนพื้นดินและสิ่ง ปลูกสร้างประเภทต่างๆ ที่ข้าสร ้างขึ้นมาเองกับมือ ไม่ว่าจะงามประณี ติแค่ไหน เรื่องราวและบุคคลทั้งหลายที่ต่อให้จะสามารถเอาชนะพวก เจ้าได้ระดับหนึ่ง แต่ขอแค่พวกเจ้าเห็นมากเข้า มองนานเข้าก็จะเกิด ความเบื่อหน่าย เกิดความรู ้สึกเอียน หรืออาจถึงขั้นขยะแขยง สัญา ชาตญาณเช่นนี้ไม่ค่อยมีเหตุผลนัก ดังนั้นจึงต้องการพวกเจ้า”
อวี๋สืออู้ถอนหายใจยาวเหยียด “เข้าใจแล้ว”
“เมื่อหลายปี ก่อน ข้าแสวงหาขอบเขต ไร ้ความผิด” มาโดย ตลอด แต่ก็มีวันหนึ่งที่ข้าค้นพบว่า “ความผิดพลาด’ บางอย่างนั้นล้า ค่านัก”
่
เฉินผิงอันเอ่ยเนิบช ้า “ต้องการให้มีคนมาท าความผิดแทนฟ้ าดิน แห่งนี้อยู่ตลอด ยิ่งความผิดพลาดมีมากเท่าไร โลกใบนี้ก็จะยิ่งดู สมจริงน่าเชื่อถือมากเท่านั้น”
อวี๋สืออู้เอ่ยชื่นชม “เข้าใจปรุโปร่งแล้ว”
หากเขาสามารถหลุดพ้นหายนะทั้งหลายไปได้จริงๆ และถ้าอวี๋สื ออ้อยากจะมีพื้นที่ให้หยัดยืนอยู่บนภูเขาลั่วพั่วจริงๆ ต่อให้จะไปเป็ น คนเฝ้ าประตูก็ยังได้
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “จะเป็ นคนเฝ้ าประตูของภูเขาลั่วพั่วพวกเรา ความยากมีมากกว่า การมีเก้าอี้อยู่ในศาลบรรพจารย์ยอดเขาจี้เซ่อ อีกนะ”
อวี๋สืออู้จนใจเป็ นทบทวี
เฉินผิงอันยื่นฝ่ ามือข้างหนึ่งออกมา ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “เงินเหรียญ ทองแดงแก่นทองที่มอบให้เจ้าดูแลชั่วคราวล่ะ?”
อวี๋สืออู้ทั้งขาทั้งฉุน “ทั้งๆ ที่ของกลับคืนสู่เจ้าของเดิม ทาไมถึง กลายเป็ นของที่ช่วยดูแลแทนเสียได้? ดักปล้นกลางทาง? จะแย่งเงินก็ บอกมาตรงๆ ไยต้องพูดว่าขอยืมเงินด้วย!”
เฉินผิงอันยังคงรักษาท่าทีเหมือนเดิม พยักหน้ารับจริงๆ “ก็แย่ง เงินน่ะสิ”
่
อวี๋สืออู้หยิบเงินถุงนั้นออกมาจากชายแขนเสื้อ ตบลงบนฝ่ ามือ ของใครบางคนหนักๆ “เอาไปให้หมด สองร ้อยสามสิบกว่าเหรียญ”
เฉินผิงอันเอ่ยขอบคุณไปคาหนึ่ง
อวี๋สืออู้ส่ายหน้า
เฉินผิงอันถาม “สหายอวี๋ เจ้าอยากดูความจริงบางอย่างที่ไม่ได้ ครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่? คิดให้ดีแล้วค่อยตอบ”
อวี๋สืออู้ตอบอย่างไม่ลังเล “ดูสิ! ท าไมจะไม่ดูล่ะ?”
เห็นเพียงว่าใจกลางฟ้ าดินมีต้นไม้แห่งมรรคาต้นหนึ่งตั้ง ตระหง่าน มี “หนึ่ง” ที่ใกล้เคียงคาว่าเล็กที่สุดจานวนนับไม้ถ้วนแขวน ห้อยอยู่
อวี๋สืออู้มองอย่างเหม่อลอย สีหน้าแค่ปากอ้าตาค้างเท่านั้น ทว่า แท้จริงแล้วกลับถูกภาพตรงหน้าท าให้สะท้านสะเทือนจนพูดไม่ ออกไปแล้ว
มีทั้งความงดงามยิ่งใหญ่อย่างหาที่สิ้นสุดไม่ได้ แต่ก็ชวนให้ขน ลุกขนพองสยองเกล้าตัวสั่นหนาวเยือก
เฉินผิงอันผู้นี้ ไม่ว่าจะเป็ นความทะเยอทะยานก็ดี เป็ นปณิธานก็ ช่าง สรุปก็คือเห็นได้ชัดว่าเขาจะสร ้างฟ้ าดินขึ้นมาใหม่อีกครั้ง! อีก ทั้งเส้นเขตแดนที่แบ่งแยกความจริงความปลอม จริงและลวงกลับ ปะปนกันไปอย่างสิ้นเชิง
่
ภาพที่เห็นอย่างผิวเผิน ถึงอย่างไรก็เลื่อนลอย ส่วนใหญ่มักจะรู ้ เพียงว่าสิ่งนั้นเป็ นเช่นไร แต่หาได้รู ้ว่าเหตุใดจึงเป็ นเช่นนั้นไม่
ความจริงมากมายบนโลกที่ปริศนาถูกเปิดเผยให้กระจ่าง ไม่ว่า จะยังคงเป็ นสถานการณ์ลวงตาก็ดี หรือจะเป็ นความจริงแล้วก็ช่าง มักจะทาให้คนมีความรู ้สึกว่า “ก็แค่นี้เอง” ได้เสมอ
ทว่าตอนที่เฉินผิงอันเพียงแค่เปิ ดม่านฉากของ ‘ความจริง ทั้งหมด” จิตแห่งมรรคาของอวี๋สืออู้ก็ไม่มั่นคงแล้ว
เฉินผิงอันที่เวลานี้ยังแต่งกายเป็ นนักพรตเอ่ยเย้ยหยันตัวเองว่า “เส้นทางที่ไม่บริสุทธิ์ก็มีเส้นทางไม่บริสุทธิ์ที่สามารถเดินได้”
ดวงจิตเมล็ดงาหวนคืนกลับไปยังร่างจริงบนเรือหลิวเสีย เฉินผิง อันยื่นนิ้วไปดันหว่างคิ้ว ครู่หนึ่งต่อมาก็เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ พ่นลม หายใจขุ่นมัวออกมาช ้าๆ
เฉินผิงอันหยิบตาราเหลืองเก่าเล่มหนึ่งออกมาจากชายแขนเสื้อ วางลงบนโต๊ะเบาๆ พลิกเปิดไปหน้าหนึ่ง ด้านบนบันทึกเวทคาถาบท หนึ่งที่ยิ่งผู้ฝึ กตนมีวิสัยทัศน์สูงเท่าไรก็จะยิ่งให้ความส าคัญกับมัน มากเท่านั้น
“ฟ้ าดินเชื่อมโยงถึงกัน ภูเขาและผนังเชื่อมต่อ อ่อนนุ่มดุจดอก ซิ่ง บางเบาเหมือนหน้ากระดาษ นิ้วข้าคือหนึ่งกระบี่ เปิดประตูออก อย่างว่องไว จงมารับคาสั่งของอาจารย์ซานซานจิ๋วโหว ณ บัดนี้
่
ก้มหน้ามองตัวอักษรเหล่านั้น ผ่านไปพักหนึ่ง สายตาของเฉินผิง อันก็พร่าเลือน ได้แต่หลับตาลงทาสมาธิใหม่อีกครั้ง
่
่
่