ตอนที่ 3042
บทที่ 1105.4 เทพบนยอดเขาประหลาด
October 21, 2026
สองคนหนึ่งผีเงียบเป็ นจักจั่นในหน้าหนาว หญิงชราขอบเขต ก่อกาเนิดที่มีชื่อจริงว่าสวีฟู่ ปลุกความกล้าเอ่ยท าลายความเงียบ อย่างกล้าๆ กลัวๆ “พวกเราน้อมรับคาสั่งสอนของอาจารย์เฉิน”
พวกเขาทุกคนต่างก็เฉลียวฉลาด หากจะถามว่ากู้ช่านกับเฉิน ผิงอันมีความสัมพันธ ์กันแบบใด มีมิตรภาพกันแบบไหน ไหนเลยจะ ยังต้องพูดให้มากความแม้แต่ครึ่งประโยค พวกเขาต่างก็เห็นเองกับ ตา ได้ยินมากับหูกันแล้ว
หากเฉินผิงอันจะจัดการพวกเขาจริงๆ ก็ไม่ต้องพูดอะไรด้วยซ้า เจอหน้ากันก็แค่ส่งสายตาให้กับเจ้าส านักกู้ กู้ช่านต้องสังหารพวก เขาโดยไม่พูดพร่าทาเพลงแน่นอน
เจ้าสานักของสานักแห่งหนึ่งเก็บกวาดทาความสะอาดเรือนของ ตัวเอง ไม่จ าเป็ นต้องรายงานข่าวให้ศาลบุ๋นแผ่นดินกลางทราบ
เสิ่นเค่อคือคนที่เผชิญกับความยากลาบากด้วยเงื้อมมือของ เซียนกระบี่เฉินที่สุด ใน “วันเวลาอันน่าอเนจอนาถ” ที่เหมือนถูกผีบัง ตานั้น แค่คาว่าลาบากยากแค้นจนพูดไม่ออกจะมากพอให้เอามา บรรยายได้อย่างไร? ในเมื่อหญิงชราผูหลิ่วชิงโอกาสได้เปรียบไป ก่อนแล้วปรมาจารย์ผู้เฒ่าจึงรีบลุกขึ้นยืน กุมหมัดเอ่ยเสียงหนัก จริงจังว่า “เซียนกระบี่เฉิน ทุกวันนี้เสิ่นเค่อตื่นรู ้และพร ้อมกลับใจ
แก้ไขความผิดอย่างจริงจัง หากไม่เป็ นเพราะได้รับความเมตตาจาก เซียนกระบี่เฉิน โชคดีได้ติดตามอยู่ข้างกายเจ้าสานักกู้ ได้สถานะบน ท าเนียบมาครอง เวลานี้ก็กล้าพูดจากมโนธรรมในใจเลยว่า นับตั้งแต่ ก้าวแรกที่ออกมาจากฟ้ าดินแห่งนั้น เสิ่นเค่อก็ตัดสินใจแล้วว่าชีวิตนี้ ไม่ว่าจะยังมีชีวิตอยู่ได้อีกกี่ปีหรือกี่สิบปี วันหน้าจะต้องเป็ นคนดีท า เรื่องดีๆ เท่านั้น เซียนกระบี่เฉินมีมรรคกถามากมายไร ้ที่สิ้นสุด คงจะรู ้ ว่าค าพูดเหล่านี้ของเสิ่นเค่อเป็ นความในใจที่พูดด้วยความจริงใจ อย่างถึงที่สุด ไม่มีสักคาที่เสแสร ้งแกล้งพูด”
เสิ่นเค่อถึงกับลุกขึ้นยืนแสดงท่าทีแล้ว เดือดร ้อนให้หญิงชราสวี ฟู่และผีก่วนคุยต้องลุกขึ้นแสดงความจริงใจด้วยเช่นกัน
เฉินผิงอันเอาสองมือสอดไว้ในชายแขนเสื้อ พยักหน้ายิ้มเอ่ย “ค าพูดมาจากใจจริงไม่ต้องสงสัย แต่จะทาจริงอย่างที่พูดได้หรือไม่ก็ ยังต้องคอยดูกันไปก่อน บอกไว้ก่อนว่าเจ้ามีความสามารถท าให้ข้า เชื่อว่าวันนี้สิ่งที่เจ้าพูดเป็ นความจริง แต่วันหน้ากลับหลอกข้าในเรื่อง ใด โทษทัณฑ์จะเพิ่มขึ้นเป็ นเท่าตัว”
เสิ่นเค่อยิ่งพูดก็ยิ่งฮึกเหิม ต้องการแค่อธิบายความคิดของตัวเอง ให้ชัดเจนที่สุด จึงทุ่มสุดตัวพูดเสียงดังกังวาน “จะไม่เปิดโอกาสให้ เซียนกระบี่เฉินมองเสิ่นเค่อผิดไปเด็ดขาด”
เฉินผิงอันยื่นมือมากดลงบนความว่างเปล่าสองที บอกเป็ นนัยให้ พวกเขาทุกคนนั่งลง ไม่มีความจาเป็ นต้องสารวมตนกันเช่นนี้ “ข้าจะ ให้กู้ช่านช่วยจุดตะเกียงต่อชีวิตดวงหนึ่งไว้ในศาลบรรพจารย์ให้เจ้า
แล้วก็ไม่ให้โอกาสเจ้าเสิ่นเค่อรักตัวกลัวตายจนไม่กล้าเป็ นคนดีทา เรื่องดีๆ”
กันของเสิ่นเค่อเพิ่งจะแตะโดนเก้าอี้ก็รีบลุกขึ้นขอบคุณเซียน กระบี่เฉินอีกครั้ง ปรมาจารย์เฒ่าดีใจอย่างยิ่ง มีเรื่องดีแบบนี้อยู่จริง หรือ?!
สวีฟู่ กับก่วนคุยมองหน้ากันตาปริบๆ จุดตะเกียงต่อชีวิตไว้ใน ศาลบรรพจารย์ก็เท่ากับว่ามีชีวิตเพิ่มมาอีกชีวิตหนึ่งแล้ว
เฉินผิงอันเองก็ไม่อยากจะเอาแต่ใช ้กาลังกดดันผู้อื่นจนพวกเขา แค่คิดถึงชื่อเฉินผิงอันก็รู ้สึกถึงฝันร ้ายอันยาวนาน จึงเอ่ยเนิบช ้าว่า “ถามว่าอะไรคือวิญญูชน ก็แค่ความคิดที่ถูกต้องจริงใจ นานวันเข้า ยืนหยัดให้ถึงที่สุด เมื่อเจอเรื่องเล็กก็จะเหมือนเผชิญกับศัตรูตัวฉกาจ นั่งอยู่ในห้องลับเหมือนนั่งอยู่บนถนนที่ผู้คนสัญจรพลุกพล่าน กลางวันกลางคืนไม่หยุดพักทบทวนตนเองอยู่เสมอ หมั่นตรวจสอบ พิจารณาการกระทาของตน ปีแล้วปีเล่า ยึดมั่นในความคิดเช่นนี้ก้าว เดินไปบนมรรคา เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจก็สงบนิ่งเหมือนไม่ มีอะไรเกิดขึ้น ประหนึ่งอยู่ท่ามกลางความวุ่นวาย จิตก็ยังเชื่อมโยงกับ ฟ้ าดินได้ ย้อนถามต่อโลก ใครสามารถใช ้ค าว่าผลประโยชน์มารังแก ข้าได้ ใครสามารถใช ้คาว่าชื่อมาสร ้างความอัปยศให้ข้าได้ ร ้อยปีพัน ปีหมื่นปีผันผ่าน ใครเล่าจะสามารถกักขังข้าได้อย่างแท้จริง?”
ในห้องเหมือน “ห้องลับ” คนทั้งสามขบคิดถึงคากล่าวนี้อย่าง ละเอียด ไม่ว่าใครก็ไม่กล้าทาลายความเงียบขึ้นมาก่อน ในใจแต่ละ คนต่างก็ถอนหายใจด้วยความชื่นชม
ถึงอย่างไรเสิ่นเค่อก็รู ้สึกว่าเจ้าขุนเขาเฉินไม่เสียแรงที่เป็ นผู้ฝึก ยุทธขอบเขตปลายทางที่วิชาหมัดล้าเลิศ คาพูดธรรมดาเนิบช ้ากลับ เหมือนการปล่อยหมัดหนักๆ ทาให้คนอื่นเกิดความวู่วามอยากจะ คุกเข่าโขกหัวเคารพบูชา
ผีก่วนคุยที่เคยเป็ นอาจารย์สอนหนังสือเช่นเดียวกันกลับรู ้สึกว่า ไม่เสียแรงที่เฉินผิงอันเป็ นลูกศิษย์ปิดสานักของเหวินเซิ่ง หญิงชราสวี ฟู่กลับรู ้สึกว่าเขียนกระบี่เฉินคือคู่สร ้างคู่สมของหนิงเหยาโดยแท้
อันที่จริงเฉินผิงอันกระอักกระอ่วนอยู่มาก ได้แต่เอ่ยสัพยอกเพื่อ คลี่คลายความกระดากของตัวเอง “อย่ามัวอึ้งกันอยู่สิ รีบหยิบ กระดาษและพู่กันออกมาจดประโยคที่ล้าค่าดุจทองคาดุจหยกพวกนี้ ลงไป”
บรรยากาศที่เคร่งเครียดผ่อนคลายลงได้หลายส่วน เฉินผิงอัน กล่าวว่า “ใกล้จะจากลากันแล้ว ถ้าอย่างนั้นพวกเราสองฝ่ ายต่างก็ ควรเห็นแก่ความดีของอีกฝ่าย เป็ นอย่างไร?”
เสิ่นเค่อหาความรู ้สึกที่ลี้ลับมหัศจรรย์บางอย่างเจอแล้ว ไม่รอให้ อีกสองคนเปิดปากพูด เขาก็ชิงเอ่ยขึ้นก่อนว่า “ข้าผู้แซ่เสิ่นรู ้สึกนับ ถือทั้งกายใจ จะกล้าไม่ทาตามได้หรือ?!”
ไม่รู ้ว่าทาไม ก่อนหน้านี้กลัวภูเขาลั่วพั่วแทบตาย เวลานี้เสิ่นเค่ อกลับรู ้สึกว่าต่อให้ตัวเองขึ้นไปบนภูเขาก็ไม่หวาดหวั่นแล้ว
คาพูดดีๆ ถูกเสิ่นเค่อแย่งพูดไปหมดแล้ว สวีฟู่ กับก่วนคุยจึงได้ แต่ท าตาม
เฉินผิงอันลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “บ้านเกิดของ พวกเรามีค าพูดเก่าแก่อยู่ประโยคหนึ่ง บอกว่าคนคนหนึ่งจะปล่อยให้ ดวงตายากจนไม่ได้ ในกระเป๋ าไม่มีเงินบางทีอาจเป็ นแค่ชั่วคราว แต่ หากดวงตายากจนก็ต้องจนไปทั้งชีวิต”
สวีฟู่ และก่วนคุยหันไปมองเสิ่นเค่อพร ้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ปรมาจารย์ผู้เฒ่ามีแต่ความคลางแคลงเต็มใบหน้า กลับกันยังใช ้ สายตาสอบถามพวกเขา พวกเจ้าต่างก็เป็ นตัวขี้ประจบกันไม่ใช่ หรือ? ข้าผู้แช่เสิ่นให้โอกาสพวกเจ้าแล้ว ทาไมพวกเจ้าไม่ยอมใช ้เล่า
หลิวเสี้ยนหยางจุ๊ปาก “เจ้าว่าขนบธรรมเนียมของภูเขาลั่วพั่ว ประหลาดหรือไม่?”
กู้ช่านยิ้มผงกศีรษะรับ “ดอกจือหลันรมอยู่ด้วยกัน นานวันเข้า กลิ่นหอมก็เลยติดตัว?”
หวงเลี่ยได้แต่หาคาพูดเหมาะๆ มาเอ่ยคล้อยตามว่า “เจ้าขุนเขา เฉินคือผู้ที่มีคุณูปการใหญ่หลวง”
ไปถึงท่าเรือหนิวเจี่ยว ขยับเข้าใกล้ภูเขาลั่วพั่วแล้ว
วันนี้ไม่มีเรื่องอะไร ต่อให้ไม่ได้เงินมาก็ยังคุ้มค่าอย่างมาก
เป็ นอีกวันที่สงบสุขปลอดภัย เหมือนได้ใช ้ชีวิตของเทพเซียน น้อย
คนสิบคนหกที่ขึ้นไปบนภูเขาเที่ยวอวี๋ไม่ใช่ภูเขาลั่วพั่ว เนื่องจาก ได้เจอกับบรรพจารย์ผู้คุมกฎที่มีฉายาว่าฉางมิ่งที่ตีนเขา ความ ผิดหวังในใจของพวกเขาก็เหลือน้อยลงไปอีกหน่อย
ต่อให้เจ้าขุนเขาจะยังไม่ได้ปรากฏตัว ถึงอย่างไรภูเขาลั่วพั่วก็ ไม่ได้มองพวกเขาไร ้ตัวตน ไม่ได้มองพวกเขาเป็ นคนที่สามารถ มองข้ามไปได้เลย
แต่พวกเขาไม่รู ้ว่าอันที่จริงตอนนั้นเฉินผิงอันก็นั่งอยู่ชั้นบนสุด ของบันไดเส้นทางภูเขาเที่ยวอวี๋นั่นเอง ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีเซียนกระบี่ หลิวและคนวิกลจริตกู้ช่านด้วย
เพียงแต่ร่ายเวทอาพรางตา ไม่ได้ให้พวกเขาเห็นก็เท่านั้น
หลิวเสี้ยนหยางอยากนั่งตรงกลาง แต่กู้ช่านไม่ยอม หลิวเสี้ยนห ยางจึงย้ายต าแหน่งเอง ผลคือกู้ช่านก็ย้ายตาม หลิวเสี้ยนหยางโมโห แล้ว ให้พี่ใหญ่มีหน้ามีตาสักหน่อยจะเป็ นอะไรนักหนานะ
หลิวเสี้ยนหยางที่ไม่สมดังใจหวังเสียทีเอ่ยอย่างขุ่นเคือง “เจ้าขี้ มูกยึดน้อย เป็ นคนที่ใกล้จะได้เป็ นเจ้าส านักแล้ว เจ้ายังท าตัวเป็ นเด็ก อยู่อีกหรือ?!”
กู้ช่านหัวเราะร่วน “ข้าเป็ นเด็ก แต่เจ้าแก่แล้ว”
รอกระทั่งหลิวเสี้ยนหยางรู ้ว่าวันนี้เฉินผิงอันจะไม่ปรากฏตัว เขา ก็ไม่สนใจแล้ว รีบลุกขึ้นปัดกันเดินจากไปทันที สถานที่แห่งนี้ไม่รั้ง นายท่านเอาไว้ ย่อมมีที่อื่นที่อยากให้นายท่านอยู่ เจ้าสานักหลิวไปที่ ล าคลองหลงซวีซึ่งอยู่ใกล้กับร ้านตีเหล็กก่อน ใต้รักแร ้สองข้างเหน็บ เป็ ดไว้ข้างละตัวอย่างคุ้นเคย กลับภูเขาบ้านตนไปท าหม้อดินเป็ ดตุ๋น หน่อไม้แห้งดีกว่า น่าเสียดายที่เปิดยังไม่แก่ ขาดความหมายไปสัก หน่อย