ตอนที่ 3043
บทที่ 1106.1 สอนหมัดถ่ายทอดมรรคาทาได้ทั้งสองอย่าง
October 21, 2026
คนที่ยืนอยู่บนยอดเขาก็คือดวงจิตดวงหนึ่งของเฉินผิงอันกับผู้ ครองกระบี่
ก่อนหน้านี้เดินทางไปนอกฟ้ าด้วยกัน เร่งรุดไปยังสถานที่หลอม กระบี่ลับแห่งหนึ่ง
ปฐมบรรพบุรุษส านักการทหารหลุดหัวเราะพรืด “แสร ้งท าท่าทาง ในที่สุดก็เหมือนคนแล้ว”
เป็ นทั้งคาชมที่ใหญ่ที่สุด แล้วก็เป็ นทั้งคาเหน็บแนมที่แรงที่สุด ด้วยเช่นกัน
เฉินผิงอันยิ้มบางๆ “เพราะดื้อดึงถือทิฐิจึงเป็ นเช่นวันนี้ สหายร่วม ทางล้วนโรยร่วงจนเหลือเพียงเงาอดีต ปีนั้นหากไม่เป็ นเพราะท่านกับ ผู้ฝึกกระบี่กลุ่มนั้นอยากจะยึดครองสรวงสวรรค์เก่า แยกย้ายเดินคน ละทางกับบรรพจารย์สามลัทธิ เป็ นเหตุให้โลกมนุษย์เกิดความ แตกแยกเป็ นครั้งแรก หาไม่แล้วส านักการทหารของพวกท่านก็คงได้ ก่อตั้งลัทธิกันไปนานแล้ว และท่านก็ไม่ต้องถึงกับถูกผู้คนร่วมสังหาร ก่อนแล้วค่อยโดนจับขังมานานเป็ นหมื่นปีเช่นนี้ ทุกวันนี้มาลองคิดดู เสียใจภายหลังหรือไม่เล่า?”
ปฐมบรรพบุรุษสานักการทหารก้าวยาวๆ เดินขึ้นเขาไป เอ่ยเย้ย หยันว่า “สถานะเปลี่ยนไปแล้ว น้าเสียงก็เปลี่ยนไปด้วย ผู้ฝึ กยุทธ
ขอบเขตปลายทางที่สถานะบริสุทธิ์คนก่อนไม่กล้าพูดกับข้าแบบนี้ หรอกนะ บนฟ้ าล่างฝน ฮ่าๆ ฝนตกขึ้นฟ้ า บรรพจารย์สามลัทธิไม่ กลัวจริงๆ หรือว่าเมื่อเวลานานวันเข้า เจ้าจะถูกมรรคาหล่อหลอม? ไม่อาจท าลายสรวงสวรรค์บนฟ้ าได้ พวกเขาก็ได้แต่นั่งล้อมวงกันเฝ้ า โจวมี่กับเทพใหม่กลุ่มนั้นโดยที่ทาอะไรไม่ได้ สองฝ่ ายเจ้ามองข้า ข้า มองเจ้า ถลึงตามองกันไปมา ผลกลับกลายเป็ นว่าโลกมนุษย์มี ดินแดนอีกแห่งผุดขึ้นมา จะไม่กลายเป็ นคว่าเตาตัวเองหรอกหรือ?”
โจวมี่ขึ้นฟ้ า เฉินผิงอันอยู่บนพื้นดิน ต่างก็ครอบครองกันไปคน ละครึ่ง
แน่นอนว่าไม่ได้บอกว่าโจวมี่หรือเฉินผิงอันจะต้องเป็ นผู้ครอง สรวงสวรรค์เก่าที่ “พลิกตัวกลับมา” ในอีกหมื่นปีให้หลัง เจี่ยเชิงแห่ง ไพศาลก็ดี เฉินผิงอันแห่งตรอกหนีผิงก็ช่าง ล้วนเดินทีละก้าวจนมี สภาพการณ์อย่างในทุกวันนี้ ก็เหมือนกับว่าพวกเขาสองคนแบ่ง ทรัพย์สมบัติกันไปอย่างเท่าเทียม
ปฐมบรรพบุรุษสานักการทหารถูกกระบี่หนึ่งฟันมาจากยอดเขา ร่างจึงถอยกลับไปที่ตีนเขาอีกครั้ง บุรุษร่างกายาเพียงแค่ยื่นมือ ออกไปคว้า กระชากปราณกระบี่เปี่ยมพลังเหมือนแม่น้าแห่งกาลเวลา ที่รับมือได้ยากเส้นนั้นออกมาจากบนโลก โยนทิ้งไปไกลๆ ไม่รู ้ว่าห่าง ไปไกลกี่หมื่นลี้มีเสียงสะเทือนเลือนลั่นที่ฟ้ าพลิกแผ่นดินตลบดังมา บุรุษร่างก าย าไม่แม้แต่จะหันไปมอง เพียงแค่เดินขึ้นเขาไปต่ออีกครั้ง
ครั้งนี้เขาไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงแค่เดินไปถึงกึ่งกลางภูเขาอย่าง เงียบๆ ผลคือถูกแสงกระบี่ที่ยิ่งใหญ่ไพศาลดุจน้าตกดุจธารสวรรค์ ไหลชัดลงมาที่ล่างภูเขา ชัดจนเขาหวนกลับไปที่ตีนเขาอีกครั้ง
ปราณกระบี่รวมตัวกันไม่แยกสลาย ปูแผ่เต็มไปทั่วพื้นที่ในภูเขา ปฐมบรรพบุรุษส านักการทหารใช ้สองหมัดเปิ ดทาง ต่อยจนเกิดรู ใหญ่ยักษ์รูหนึ่ง เดินทวนกระแสขึ้นไปเบื้องบนพูดกลั้วหัวเราะเสียงดัง ว่า “เบาหวิว นุ่มนิ่มไร ้เรี่ยวแรง เมื่อเทียบกับหมื่นปี ก่อน ปณิธาน กระบี่ไม่เพิ่มกลับยังลดลง ดูท่าศึกระหว่างผู้สวมเสื้อเกราะก่อนหน้านี้ จะถูกท าลายพลังจิตไปไม่น้อย ฮ่า หมากัดกันขนร่วงเต็มพื้น น่า สงสารน่าเวทนา ข้าหรือจะเทียบกับคู่สุนัขชายหญิงอย่างพวกเจ้าได้ ผู้แบกรับดวงจิตของผู้ครองสรวงสวรรค์ครึ่งตัว กับเจ้าของคนใหม่ผู้ ครองดินแดน “ลั่วพั่ว” อีกครึ่งหนึ่ง บวกกับผู้ครองกระบี่ที่เคยมีพลัง พิฆาตสูงที่สุด…”
กระบี่ที่สามฟันร่างของบุรุษกายาออกเป็ นสองส่วน เพียงแต่ว่า ฝ่ายหลังกลับคืนมามีรูปโฉมแบบเดิมได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็ไม่เดินขึ้น เขาต่อ ไม่พูดอะไรเช่นกัน เพียงแค่ยืนนิ่งอยู่ที่กึ่งกลางภูเขาอย่างนั้น
เฉินผิงอันยิ้มกล่าว “ส่งกระบี่ไปสามที ถือว่ามีมารยาทครบถ้วน แล้ว”
สตรีร่างสูงใหญ่ผงกศีรษะรับพร ้อมยิ้มบางๆ
ปฐมบรรพบุรุษสานักการทหารถึงได้เดินกลับขึ้นเขาอย่างผึ่ง ผายอีกครั้งด้วยอารมณ์อัดอั้น เพียงแต่เขานึกเรื่องสองเรื่องขึ้นมาได้ จึงอดทนเอาไว้ ลูกผู้ชายแบ่งแยกบุญคุณความแค้นชัดเจน พอมอง เฉินผิงอันอีกทีก็รู ้สึกสบายตาขึ้นหลายส่วน
เฉินผิงอันเองก็มองประเมินปฐมบรรพบุรุษส านักการทหาร จู่ๆ ก็ รู ้สึกประหลาดขึ้นมา
ได้ยินว่าอดีตชาติของคนผู้นี้ เมื่อหมื่นปีก่อนเขาขึ้นชื่อว่าไม่เคย เห็นหัวใครอยู่ในสายตา เคยเอ่ยถ้อยคาห้าวเหิมที่ทาให้อารมณ์คน พลุ่งพล่านไว้มากมาย แล้วก็เคยเอ่ยค าพูดกาเริบเสิบสานที่ทาให้คน ต้องอ้าปากค้างไว้มากมาย
ยกตัวอย่างเช่นประโยคที่บอกว่า “รอให้ข้าบุกเบิกวิถีวรยุทธที่ สมบูรณ์แบบเส้นหนึ่งได้เสียก่อน หมื่นเผ่าพันธุ์ในโลกมนุษย์ก็ สามารถติดตามข้ากลายเป็ นเทพที่มีเนื้อหนังไปด้วยกัน ไม่ต้องกิน ปราณวิญญาณฟ้ าดินต่างข้าวอีกต่อไป แล้วก็ไม่ต้องกราบไหว้ใคร ไม่ต้องตั้งกระถางธูปบูชา ก่อตั้งลัทธิเช่นนี้จึงจะคู่ควรให้เรียกขานว่า บรรพจารย์
หรือยกตัวอย่างเช่น “ขอแค่ให้ได้ยกระดับวิถีวรยุทธให้สูงขึ้นอีก ขั้น แค่มือเดียวก็สามารถซ ้อมมรรคาจารย์เต๋าให้น่วมได้แล้ว
“การประชุมในวันนี้ ผู้ฝึกกระบี่ที่ไม่ยอมต่าศักดิ์ด้อยกว่าใครอีก ต่อไป ยินดีไปหลอมกระบี่ที่ซากปรักสรวงสวรรค์ตั้งตนเป็ นเจ้าของ
พื้นที่ มาๆๆ มายืนอยู่กับข้า มาประมือกับบรรพจารย์สามลัทธิที่อยู่ฝั่ง ตรงข้ามสักหน่อย
ปฐมบรรพบุรุษสานักการทหารผู้นี้แม้ว่าจะพ่ายแพ้ แต่ก็ไม่เคยขี้ ขลาดมาก่อนจริงๆ
สตรีร่างสูงใหญ่ยิ้มเอ่ย “ข้าขี้หลงขี้ลืม เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่ามาที่นี่ คล้ายจะผิดต่อกฎระเบียบ จอมปราชญ์น้อยเริ่มไม่พอใจแล้ว เตือนให้ ข้ารีบจากไปโดยเร็ว”
ปฐมบรรพบุรุษส านักการทหารเอ่ยแนะน าว่า “จะไปไหนล่ะ อยู่ ที่นี่แหละ ตีกับจอมปราชญ์น้อยสักรอบ ทาตามมารยาทของเมื่อหมื่น ปีก่อน ใครชนะก็ฟังคนนั้น”
เฉินผิงอันกล่าว “ถ้าอย่างนั้นเจ้ากลับไปก่อน”
สตรีร่างสูงใหญ่พยักหน้า “นายท่านอย่าลืมสัญญาหกสิบปี”
เฉินผิงอันยิ้มตอบ “ข้าความจาดี”
ปฐมบรรพบุรุษสานักการทหารรอให้ผู้ครองกระบี่หนึ่งในห้าเทพ สูงสุดไปจากดวงดาวบรรพกาลที่เป็ นทั้งกรงขังเป็ นทั้งพื้นที่ประกอบ พิธีกรรมแห่งนี้แล้ว ในที่สุดก็โล่งอกได้เสียที
เพราะถึงอย่างไรการร่วมสังหารครั้งนั้นก็ทาลายรากฐานมหา มรรคาของเขาไปมาก ทาให้เขาสูญเสียร่างจริงไปอย่างสิ้นเชิง พอมา เจอสามกระบี่ที่ “นุ่มนิ่ม” นั่นอีกก็ทาให้เขารู ้สึกเจ็บหนักอย่างที่ไม่
เคยรู ้สึกมานานมากแล้ว นั่งขัดสมาธิอยู่บนยอดเขาแล้วเริ่มดึงเอา เศษซากปราณกระบี่ที่เหมือนวิญญาณร ้ายตามติดพวกนั้นออกไป ทุกครั้งที่โยนปราณกระบี่เส้นหนึ่งออกไปข้างนอก บางทีอาจจะมีวิถี กระบี่บรรพกาลหลายชนิดซุกซ่อนอยู่ พอโยนออกไปก็ก่อให้เกิดร่อง ลึกยาวหลายล้านลี้หลายเส้นอยู่ห่างจากพื้นที่ประกอบพิธีกรรม ดวงดาวแห่งนี้ไปไกล สุดท้ายดีดนิ้วเอา “วิถีกระบี่” บริสุทธิ์เสี้ยว สุดท้ายทิ้งไป กระแทกให้เกิดหลุมลึกยาวหลายร ้อย…..หากไม่เป็ น เพราะมีหลี่เซิ่งคอยช่วยอาพรางปรากฏการณ์บนท้องฟ้ า เกรงว่าพวก ผู้ฝึ กลมปราณของส านักหยินหยาง ส านักห้าธาตุและกอง โหราศาสตร ์ในโลกมนุษย์ก็คงจะต้องเจ็บตัวกันแล้ว
เฉินผิงอันกล่าว “อวี๋สืออู้แห่งภูเขาเจินอู่ยินดีจะคืนโชคชะตาบู๊ สามส่วนนั้นให้กับผู้อาวุโส ผู้อาวุโสจะช่วยเห็นแก่ที่ว่าได้เดินน้อยลง สองก้าวนี้ ตอนที่เอา “โชคชะตาบู๊” พวกนั้นกลับมา ช่วยรักษาสติ และความทรงจาของอวี๋สืออู้ไว้ได้หรือไม่ พยายามไม่ท าร ้ายไปถึง รากฐานจิตวิญญาณของเขา?”
อันที่จริงนี่ตกเป็ นที่ต้องสงสัยว่าพูดเรื่องแทงใจคนอื่น การสละ ร่างครั้งแรกในโลกมนุษย์ก็คือการร่วมสังหารแยกศพครั้งนั้น พอเจอ หน้าก็คุยเรื่องนี้ ก็เหมือนการสาดเกลือลงบนบาดแผลจริงๆ
ปฐมบรรพบุรุษส านักการทหารวางสองหมัดไว้บนหัวเข่า ถึงกับ ไม่มีท่าทีว่าจะเดือดดาลเลยแม้แต่น้อย เอ่ยอย่างเรียบเฉยว่า “เจ้า สามารถเสนอข้อเรียกร ้องอีกอย่างหนึ่งได้”
ความนัยนอกเหนือจากคาพูดนี้ก็คือเห็นด้วยกับเรื่องนี้แล้วหรือ?
พูดคุยได้ง่ายขนาดนี้เชียว? ถ้าอย่างนั้นพวกเราที่เป็ นผู้เยาว์ก็ ควรจะต้องชวนคุยให้มากขึ้นหลายประโยคสินะ?
แม้เฉินผิงอันจะมึนงง แต่ก็ยังครุ่นคิดอย่างจริงจัง ก่อนเอ่ยว่า “เผยเฉียนลูกศิษย์ใหญ่เปิดขุนเขาของข้า นางมีความสามารถที่มอง อะไรผ่านตาแล้วไม่เคยลืม แตกต่างจากผู้ฝึ กลมปราณทั่วไป ผู้ อาวุโสมีวิธีการแก้ไขปัญหาที่ดีๆ หรือไม่?”
ปฐมบรรพบุรุษสานักการทหารที่หันหลังให้กับเฉินผิงอันเอ่ยด้วย น้าเสียงเนิบช ้าว่า “เปลี่ยนข้อเรียกร ้องใหม่”
แม้เฉินผิงอันจะรู ้สึกเสียดาย แต่ก็ทาอะไรไม่ได้ ได้แต่เปลี่ยน ข้อเสนอใหม่ “ผู้อาวุโสลงจากภูเขาไปแล้ว มีเวลาว่างก็สามารถไปนั่ง อยู่ที่พื้นที่มงคลรากบัวของผู้เยาว์ได้”
ปฐมบรรพบุรุษส านักการทหารหัวเราะหยัน “เจ้าหนูเจ้าคิดว่าข้า เป็ นใคร จะให้เอาอย่างเทพภูเขาที่หาตอไม้ไว้นั่งหรือ?”
ฟังจากน้าเสียง เห็นได้ชัดว่าไม่ยินดีจะไปช่วย “นั่งพิทักษ์ภูเขา สายน้า” ให้กับพื้นที่มงคลรากบัวแล้ว