ตอนที่ 3044
บทที่ 1106.2 สอนหมัดถ่ายทอดมรรคาทาได้ทั้งสองอย่าง
October 21, 2026
หันกลับมามองสตรีที่มีมาดของปรมาจารย์มากยิ่งกว่าคนนั้น กลับพูดอย่างตรงไปตรงมาว่าคุณสมบัติของนางธรรมดา ยังเรียนวร ยุทธได้ไม่ถึงแก่นแท้ หากใครรู ้สึกว่านางอาจจะชี้ทางผิดทาให้ เสียเวลาก็สามารถเปลี่ยนคนสอนหมัดได้
แต่ผู้ถ่ายทอดมรรคาของคนอีกแปดคนกลับยังไม่ได้ปรากฏตัว
ทางฝั่ งของภูเขาลั่วพั่วไม่พูด พวกเขาก็ไม่กล้าถาม การ ช่วยเหลือคนของตระกูลเซียนยากที่จะใช ้หลักการเหตุผลทั่วไปมา วิเคราะห์มากที่สุดแล้ว คุณสมบัติฐานกระดูก นิสัยใจคอโชควาสนา การฝึกฝนในภายหลัง ฯลฯ ไม่ว่าอะไรก็ล้วนต้องดูหมด
พวกเขาแต่ละคนจึงได้แต่ฝึกหลอมลมปราณตามวิชาคาถาที่เล่า เรียนมาก่อนหน้านี้กันไปก่อน
ตอนที่อยู่บนเรือข้ามฟาก เด็กหนุ่มเด็กสาวหลายคนนัดหมาย กันไว้แล้วว่าหากมีเวลาว่างจะต้องไปเดินเล่นที่หน้าประตูภูเขาของ ภูเขาลั่วพั่ว เวลานี้พวกเขาเริ่มใจสั่น ไม่กล้ามีความคิดนี้แล้ว
กลัวก็แต่ว่าพอลงไปจากภูเขาเที่ยวอวี๋แล้วจะถูกจับได้ แล้วได้ยิน ประโยคว่าพวกเจ้าสามารถเก็บสัมภาระกลับบ้านกันไปได้แล้ว
ระหว่างภูเขาเที่ยวอวี่กับภูเขาลั่วพั่ว ว่ากันว่ายังมีเนินฝูเหยาที่ เป็ นภูเขาใต้อาณัติกั้นขวางอยู่ ยามที่อากาศปลอดโปร่งสามารถ มองเห็นทัศนียภาพของเนินฝูเหยาได้ไกลๆ หากโชคดียังอาจจะได้ เห็นยอดเขาจี้เซ่อที่มีไอหมอกล้อมวนได้อีก ศาลบรรพจารย์ของ ภูเขาลั่วพั่วถูกสร ้างไว้ที่นั่น ยิ่งมองเห็นไม่ชัดเท่าไรก็ยิ่งทาให้คน อยากรู ้อยากเห็นมากเท่านั้น คาดหวังอย่างยิ่งว่าการประชุมศาล บรรพจารย์ครั้งถัดไปจะมองเห็นภาพที่เขียนเหรินทะยานลมปราณ กระบี่ดุจสายรุ ้งอยู่ไกลๆ
ผ่านไปได้แค่ไม่กี่วัน คนทั้งแปดก็ต้องเปลี่ยนภาพจาต่ออาจารย์ สอนหมัดทั้งสองคนครั้งใหญ่ คนแซ่เจิ้งผู้นั้นเอ้อระเหยลอยชาย ไม่ ท าอะไรเป็ นการเป็ นงาน แต่กลับมีความสามารถอยู่บ้างจริงๆ
กลับเป็ นปรมาจารย์หญิงแซ่เฉินที่หากไม่เป็ นเพราะนางจงใจอา พรางฝีมือ ไม่ยินดีจะถ่ายทอดวิชาให้หมดหน้าตักก็คงเป็ นหมอนปัก ลายบุปผาแล้ว กระบวนท่าเดินและกระบวนท่าหมัดที่นางสอนอยู่ใน กฎระเบียบเคร่งเครียด เพียงแค่นี้เท่านั้น
เจิ้งต้าเฟิงหัวเราะคิกคัก จงใจไม่พูดอะไร กลับกันยังจงใจราด น้ามันลงบนกองเพลิง สอนวิชาหมัดหลายวิชาให้กับผู้มีพรสวรรค์ ด้านการเรียนวรยุทธที่สายตามองสูงไม่เห็นหัวใครแปดคนนั้น หาก ไม่ใช่วัตถุดิบที่ดี ราชสานักต้าหลีก็ไม่มีทางกล้าส่งมาให้สิ้นเปลือง เวลาฝึกตนอันล้าค่าของเจ้าขุนเขาเฉิน ทุกคนมีปณิธานหมัดติดตัว อยู่บนร่างแล้ว อีกทั้งยังผ่านการตรวจสอบจากกองโหราศาสตร ์อย่าง
ลับๆ มาก่อน พวกเขามีชะตาบู๊ติดกายกันจริงๆ หากไม่เป็ นเช่นนี้ คาดว่าตัวอ่อนผู้ฝึกกระบี่กลุ่มถัดไปที่ถูกคัดเลือกมาอย่างตั้งใจ ราช ส านักต้าหลีก็คงไม่กล้าส่งมาที่ภูเขาลั่วพั่วอีก
ทุกครั้งที่หยุดพักจากการสอนหมัด ยามที่เฉินยวนจีอยู่เพียง ล าพังบนลานประลองยุทธ นางมักจะเม้มปากโดยไม่รู ้ตัวเสมอ พอถึง ช่วงกลางคืนก็จุดตะเกียงบนโต๊ะ อ่านต าราหมัดล้าค่าที่อาจารย์จู เรียบเรียงขึ้นมาด้วยตัวเองและคัดลอกมาให้นาง หลายครั้งที่นาง อยากจะไปหาอาจารย์จูที่ภูเขาลั่วพั่ว หรือไม่ก็ตรงไปหาเฉินผิงอัน บอกว่านางไม่สอนหมัดแล้ว ไม่ได้เอาแต่ใจ แต่เป็ นเพราะเฉินยวนจี คิดจริงๆ ว่าขอบเขตและคุณสมบัติของตัวเองล้วนไม่เพียงพอ หากจะ ถามว่าในใจมีความน้อยเนื้อต่าใจหรือไม่ เฉินยวนจีก็ย่อมมีอยู่บ้าง
ภายใต้แสงสนธยาที่ปกคลุม ก้อนเมฆริมขอบฟ้ าเหมือนเปลว เพลิง สาดประกายสีแดงเจิดจ้า ประหนึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยุคบรรพกาลทุบ ประการังจ านวนนับไม่ถ้วนให้แตกเป็ นเศษเล็กเศษน้อย ต้นหลิวต้น หยางในภูเขาพลิ้วไสวไปตามสายลม แสงอัสดงอาบย้อมหินผา ขับ ให้หินผาด าทะมึนดุจกองเหล็กทับถม
หลังจากเผยเฉียนออกจากพื้นที่มงคลรากบัวก็มาที่ลานประลอง ยุทธของภูเขาเทียวอวี๋นางแอบสังเกตการณ์อยู่ลับๆ พักหนึ่ง รอ กระทั่งเฉินยวนจีบอกว่าให้พักสักครู่ เผยเฉียนก็ไปนั่งที่หลังคาเรือน
บนลานประลองยุทธไม่มีเสียงซุบซิบใดๆ เพราะถึงอย่างไรที่นี่ก็ คือภูเขาใต้อาณัติของภูเขาลั่วพั่ว สวรรค์เท่านั้นที่รู ้ว่าจะมีเซียนเหริน
ร่ายวิชามองขุนเขาสายน้าผ่านฝ่ามือมองไกลๆ จากภูเขาลั่วพั่วมายัง ที่แห่งนี้หรือไม่?
พวกเขาเคารพกฎระเบียบ ไม่กล้าก่อเรื่องกันแม้แต่น้อย ปากไม่ พูดอะไร ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับพูดแทนจนหมดสิ้นแล้ว
นี่ท าให้เฉินยวนจีรู ้สึกไม่ค่อยดีนัก ทว่ากลับได้แต่แสร ้งท าเป็ นว่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ขณะเดียวกันก็ท าให้เฉินยวนจีพลันเข้าใจถึงหลักการเหตุผลข้อ หนึ่งที่อาจารย์จูพูดเองกับปาก แต่น่าเสียดายที่ตอนนั้นนางยังรู ้สึกไม่ ลึกซึ้งนัก เป็ นนางที่ตัวอยู่ท่ามกลางความสุขแต่กลับไม่รู ้ตัว
ที่แท้เมื่อก่อนคนทั้งบนและล่างภูเขาลั่วพั่ว ไม่ว่าใครก็ไม่เห็นเรื่อง ขอบเขตสาคัญ นี่คือเรื่องจริง ไม่ใช่เพียงในดวงตาเท่านั้น ในใจก็ไม่ คิดเป็ นจริงเป็ นจัง ไม่คิดเล็กคิดน้อย
เฉินยวนจีได้ยินเสียงคนเรียกว่าพี่หญิงเฉิน
นางได้ยินน้าเสียงที่คุ้นเคย แต่กลับเป็ นคาเรียกขานที่ไม่คุ้นหูก็ พลันคืนสติ หันหน้าไปมอง เห็นว่าเป็ นเผยเฉียน เฉินยวนจีก็อึ้งตะลึง นางเพียงแค่ผงกศีรษะยิ้มให้ตามความเคยชิน ลืมที่จะกุมหมัดคารวะ กลับคืนด้วยซ้า เพราะถึงอย่างไรในอดีตยามที่ทั้งสองพบเจอกันก็ มักจะปล่อยตัวกันตามสบายเช่นนี้
รอกระทั่งเผยเฉียนเผยกาย บนลานประลองยุทธก็เกิดเสียงฮือฮา ไม่เหมือนกับอิ่นกวานหนุ่มผู้นั้น รูปโฉมและการแต่งกายของเผย เฉียนเป็ นสิ่งที่คนบนภูเขาคุ้นเคยกันมานานแล้ว
หาไม่แล้วในแจกันสมบัติทวีปทุกวันนี้ก็คงไม่มีสตรีในยุทธภพที่ สวมชุดสีด า มัดผมเป็ นมวยกลมกลางศีรษะ แต่ละคนใช ้นามแฝงว่า ‘เจิ้งเฉียน” มากมายขนาดนั้น
เผยเฉียน ปรมาจารย์เผย! หนึ่งในสี่ปรมาจารย์ใหญ่จากการ ประเมินวรยุทธของแจกันสมบัติทวีปที่อาศัยความสามารถคว้าฉายา “เจิ้งชิงหมิง” “เจิ้งซาเฉียน” มาจากในสนามรบของเมืองหลวง ส ารองต้าหลี
เผยเฉียนก็ไม่เปลืองน้าลายพูดกับพวกเขาแม้แต่ครึ่งคา บอกว่า นางจะกดขอบเขตอยู่ที่ขอบเขตสี่ พวกเจ้ากรูมาพร ้อมกัน จาไว้ว่า ต้องเข้ามาพร ้อมกัน
หนึ่งหมัดหนึ่งคน ต่อยจนคนทั้งแปดลงไปนอนชักกระตุกอยู่บน พื้น คล้ายกับกาลังเดินนิ่งไม่หยุด
เผยเขียนพูดด้วยสีหน้าเย็นชา “เป็ นเศษสวะกันหมดเลยหรือ คู่ควรจะมาเรียนหมัดที่นี่ด้วยหรือ? พวกเจ้าก็คู่ควรให้เฉินยวนจีสอน หมัดให้พวกเจ้าด้วยหรือ?!”
“ลุกขึ้นมา! นับถึงสาม ใครที่ลุกไม่ไหวก็ออกไปจากภูเขา เที่ยวอวี่ ไปหายอดฝีมือคนอื่นมาสอนหมัดกันได้เลย แต่ละคนดวงตา
งอกอยู่บนขนคิ้วกันนักไม่ใช่หรือ ยังกลัวว่าจะหาคนสอนหมัดไม่ได้ อีกหรือไร?”
ลูกกระต่ายน้อยที่มีความรู ้แค่ครึ่งๆ กลางๆ อย่างพวกเจ้าก็มี คุณสมบัติจะมาดูถูกพี่หญิงเฉินด้วยหรือ?!
ไม่รอให้เผยเฉียนนับถึงสามก็มีคนเจ็ดคนรีบลุกขึ้นยืนโซเซ เหมือนโดนไฟลนก้น และยังมีเด็กสาวที่กระดูกเปราะบางที่สุดคนหนึ่ง ที่ถูกคนข้างกายซึ่งเป็ นเด็กหนุ่มลักษณะเย็นชาประคองขึ้นมา ผลคือ นางแค่ถูกเผยเฉียนกวาดตามามองทีเดียวก็ตาแดงก่าทันใด เด็กสาว ที่หัวสมองว่างเปล่ากัดริมฝีปากแน่น ไม่กล้าส่งเสียงร ้อง
เผยเฉียนเอ่ยเสียงจริงจัง “เดินนิ่งหกก้าวสองชั่วยาม หาก เรี่ยวแรงไม่พอ ต่อให้ต้องคลานอยู่บนพื้นก็ต้องคลานให้ครบสองชั่ว ยาม หากทาไม่ได้ก็เก็บสัมภาระไปปูพื้นนอนที่ตีนเขาซะ”
เจิ้งต้าเฟิ งนั่งยองอยู่ห่างไปไกล แอบมีความสุขบนความทุกข์ ของผู้อื่น
เผยเฉียนมองคนพวกนี้ ยิ่งมองไฟโทสะก็ยิ่งลุกโชน ล้วนเป็ นคน ที่เรียนหมัดฝึกวรยุทธตั้งแต่อายุยังน้อย หากพวกเจ้าไปอยู่ชั้นสอง ของเรือนไม้ไผ่ วันนั้นก็สามารถม้วนเสื่อไสหัวกลับไปได้เลย
ตอนเด็กไม่รู ้สึกอะไร เผยเฉียนกับหมี่ลี่น้อยยังถึงขั้นแอบตั้ง ฉายาให้กับเฉินยวนจีว่าคนทึ่มด้วย
้้
์
้