ตอนที่ 3053
บทที่ 1108.5 บ้านอยู่ในภูเขาลูกนี้
October 21, 2026
งิ้วสนุกๆ ที่เทพวารีจัดวางกาลังทัพบนสนามรบเช่นนี้ เด็กชาย ชุดขาวมองดูด้วยความตกตะลึง จากนั้นก็หัวเราะฮ่าๆ เสียงดัง ยอด เยี่ยม มียอดฝีมือเพิ่มมาอีกสองคนแล้ว!
เด็กชายผมขาวคิดจะควักพู่กันและกระดาษออกมาใหม่ อวี๋ค่า นกลับรีบอธิบายว่า “เซียนจ่างท่านนี้ พวกเขาไม่ขึ้นเขาไปพร ้อมกับ เทพน้อย แค่จะรออยู่ที่ตื่นเขาเท่านั้น ไม่กล้ารบกวนให้เขียนจ่างต้อง เปลืองน้าหมึก”
ทหารกุ้ง ขุนพลปู เสนาบดีเต่า ผีพราย เซียนน้า นางกานัลในวัง แทบจะเป็ นมาตรฐานของเสมียนขุนนางของจวนวารีในแจกันสมบัติ ทวีปแล้ว
แม่ทัพใหญ่ผู้ควบคุมกองทัพซ ้ายมือของอวี๋ค่านเจ้าจวนชิงเจี่ย นชื่อหวงเจี่ย เป็ นผู้น ากองทัพปูชุดเหลืองแห่งฉงหยางแปดร ้อยนาย หงโจ้วที่อยู่ทางขวามือนาพาพลทหาร ฝีมือดีของกองทัพซวีชื่อสอง พันนาย
คาว่าฝีมือดีก็คือยุให้ดื่มเหล้าเก่ง แล้วก็ดื่มเหล้าได้อย่างองอาจ ห้าวหาญ พลังอ านาจมิอาจต้านทาน สรุปก็คือล้วนถือเป็ นยอดฝีมือ บนโต๊ะสุรา
่
หวงเจี่ยและหงโจ้ว คนหนึ่งเลื่อมใสในวีรกรรมอันกล้าหาญที่ เซียนกระบี่เฉินเข้าร่วมงานพิธีที่ภูเขาตะวันเที่ยง รู ้สึกสาแก่ใจยิ่งนัก อีกคนหนึ่งเลื่อมใสที่เจ้าขุนเขาเฉินเป็ นบุปผาที่บานในก าแพงแต่ส่ง กลิ่นหอมไปนอกกาแพง ได้เป็ นอิ่นกวานของก าแพงเมืองปราณ กระบี่
ขนาดในความฝันพวกเขาก็ยังอยากพบเจอเฉินผิงอันสักครั้ง ดังนั้นพอได้ยินว่าเจ้าจวนอวี๋จะมาเป็ นแขกที่ภูเขาลั่วพั่ว แม่ทัพผู้กล้า แห่งแม่น้าอวี้เจียงสองท่านที่ไม่เคยขลาดกลัวทั้งตอนอยู่ในสนามรบ และตอนอยู่บนโต๊ะสุรา ก็มาหาอวี๋ค่านพร ้อมกัน ไม่พูดพร่าทาเพลงก็ คุกเข่าลงบนพื้น ขอร ้องให้เจ้าจวนช่วยมีเมตตา พาพวกเขามาที่ ภูเขาลั่วพั่วด้วยกัน อวี๋ค่านหรือจะกล้าตอบตกลงง่ายๆ แม่ทัพที่รักทั้ง สองจึงเริ่มร่ายคุณูปการที่ตัวเองเคยทาในแม่น้าอวี้เจียง บอกว่าตัวเอง เคยเสียเลือดไปกี่มากน้อย พอพูดถึงจุดที่สะเทือนใจอย่างลึกซึ้งหง โจ้วก็ยิ่งมีสีหน้าเศร ้าโศก ถอดเสื้อเกราะ ฉีกกระชากเสื้อเผยให้เห็น กล้ามเนื้อเป็ นมัดๆ กว่าจะหารอยบาดแผลสี่ห้ารอยนั้นเจอได้ไม่ใช่ เรื่องง่าย….
ตอนนั้นหวงเจี่ยที่หมอบกราบอยู่กับพื้นเหลือบตามองสหาย ร่วมงาน ก่อนจะรีบก้มหน้าลง อดทนไหวไม่ส่งเสียงหัวเราะออกมา
คงเป็ นเพราะหงโจ้วเองก็รู ้สึกว่าไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไรจึงฉีกผ้า ขาดๆ บนร่างมาปิดบังอย่างหมิ่นเหม่
่
ถึงอย่างไรอวี๋ค่านก็เป็ นคนมีน้าใจ จึงกัดฟันใช ้กลอุบาย เอาแท่น บัญชาการที่เป็ นสมบัติพิทักษ์จวนมาช่วยให้พวกเขา “แอบข้ามฝั่ง” มาถึงที่นี่ได้
ถึงอย่างไรก็แค่ปล่อยแม่ทัพคนรู ้ใจสองคนนี้ไว้ที่ตีนเขา ให้อีก ฝ่ ายได้เห็นประตูภูเขาได้เห็นความยิ่งใหญ่ตระหง่านเทียมฟ้ าของ ภูเขาลั่วพั่ว แค่ให้พอเป็ นบุญตาเท่านั้น
แล้วนับประสาอะไรกับที่ในใจของพวกเขาเองก็รู ้ดีว่าการที่คิดจะ ขึ้นเขาไปดื่มเหล้าร่วมโต๊ะกับอวี่ฝู่ จวิน? นั่นคือเรื่องเพ้อฝันแน่นอน อยู่แล้ว
เด็กชายชุดเขียววิ่งตะบึงลงจากภูเขามาตลอดทางด้วยความ ลิงโลดเบิกบานใจ วันนี้เขามีหน้ามีตาอย่างยิ่งแล้ว หากวันหน้าคิดจะ ไปขอดื่มเหล้าสองสามถ้วยที่จวนวารีแม่น้าอวี้เจียงก็ไม่ต้องใจฝ่ ออีก ต่อไป
กระโดดข้ามซุ้มประตูภูเขาลงมา พอได้เจอกับพี่น้องเทพวารี แม่น้าอวี้เจียง และยังมีเจ้าโง่สองคนที่ชอบลงไปดื่มเหล้าใต้โต๊ะเป็ น เพื่อนตน เฉินหลิงจวินก็พูดพรั่งพรูเหมือนประทัดระเบิดทันที “เหล่าอวี๋ ทาไมถึงมาเร็วนัก ยังเหลือเวลาอีกเกือบครึ่งชั่วยามเลยนะ”
“หวงต้า ยังเป็ นเหมือนเดิมเลยนะ ใช้ได้ๆ มีพลังองอาจกร้าวแกร่ง หมัดใหญ่พอให้คนยืน แขนกว้างพอให้ม้าวิ่งได้ เรือนกายนี้กล้ามเนื้อ กายาชวนให้คนอิจฉายิ่งนัก หงเอ้อใบหน้าแดงปลั่ง ภรรยาตัวน้อย
่
ทั้งหลายตัดใจปล่อยเจ้าไป ในที่สุดก็ได้บารุงไตให้ดีขึ้นได้แล้วหรือ? พวกเจ้าไม่มีคุณธรรมเลย ไม่เห็นพี่น้องที่เผากระดาษเหลืองตัดหัวไก่ สาบานตนกันเป็ นพี่น้องแท้ๆ สินะ จวนวารีอยู่ห่างจากภูเขาลั่วพั่ว บ้านข้าแค่กี่ก้าวเอง? หลายปีมานี้ข้ามานะฝึกตน ยุ่งอยู่บ้างจริงๆ แต่ ข้าไม่มีเวลาไปพบพวกเจ้า พวกเจ้าสองคนก็มีเหตุผลให้ไม่มาหาข้า ด้วยหรือ? หืม? หา?!”
เพราะถึงอย่างไรก็อยู่ตีนเขาของภูเขาลั่วพั่ว อวี๋ค่านจึงค่อนข้าง จะส ารวมตน เอ่ยเสียงเบาว่า “หลิงจวิน หวงเจี่ยกับหงโจ้ววันนี้ไม่ขึ้น ไปบนภูเขาด้วย จะรออยู่ที่หน้าประตูภูเขานี่แหละ จะไม่ท าให้เจ้าต้อง ล าบากใจเด็ดขาด”
แม่ทัพจวนวารีสองคนนั้นก็เป็ นคนผึ่งผาย ไม่ใช่คนไร ้เหตุผล ต่างคนต่างยื่นฝ่ ามือใหญ่โตของตัวเองออกมาคล้ายส่งสัญญาณลับ กับเด็กชายชุดเขียว บิดหมุนข้อมือแล้วตีมือกัน จากนั้นคนหนึ่งไม่ พูดพร่าทาเพลงก็คว้าไหล่ข้างหนึ่งของเด็กชายชุดเขียวเดินลากไปที่ โต๊ะ ในเมื่อยังมีเวลาอีกพักหนึ่งก่อนจะถึงนัดดื่มสุราบนภูเขาของเจ้า จวน ถ้าอย่างนั้นก็มาร าลึกความหลังกันก่อน
เฉินหลิงจวินชูแขนข้างหนึ่งขึ้นสูงก็มีนักพรตเซียนเว่ยที่สีหน้า กระตือรือร ้นยกน้าชามาให้ นี่เรียกว่าความรู ้ใจ ช่วยกันต้อนรับแขก!
นักพรตเซียนเว่ยกลั้นขา เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ จิ่งชิงเมื่อวานเจ้า ต้องลากข้าไปฝึกซ ้อมด้วยหลายรอบเชียวหรือ? ความสามารถใน
่
การสังเกตสีหน้าท่าทางคนอื่นของผินเต้า อันที่จริงยอดเยี่ยมมากเลย นะ
แม่นางน้อยชุดดาก้มหน้าก้มตาชักเท้าวิ่งมา สองขาสับไวราวกับ ล้อรถ ลงจากเขามาอย่างว่องไวเพื่อมารายงานข่าวสาคัญแก่จิ่งชิง
เฉินหลิงจวินกะพริบตาปริบๆ หมี่ลี่น้อยพยักหน้ารับแรงๆ จริงแท้ แน่นอน เจ้าขุนเขาคนดีพูดเองกับปาก หากตนรายงานข่าวเท็จ คืนนี้ ต้องได้กินปลาผักดอง!
เฉินหลิงจวินถึงได้หันไปยิ้มพูดกับพวกเขา “พี่ชายทั้งหลาย ขึ้น เขาไปดื่มเหล้าด้วยกัน!”
ใบหน้าของอวี๋ค่านเต็มไปด้วยความไม่กล้าเชื่อ ชายฉกรรจ์ หยาบกระด้างอย่างหงโจ้วและหวงเจี่ยก็หันมามองหน้ากันตาปริบๆ
พวกเขาสามคนติดตามเฉินหลิงจวินมาเยือนเรือนหลังหนึ่งก็เห็น บุรุษวัยกลางคนสวมชุดกว้าตัวยาวสีเขียวสีหน้าอ่อนโยน สอดสอง มือไว้ในชายแขนเสื้อ ยืนอยู่หน้าประตูเรือนหลังหนึ่ง
พวกอวี๋ค่านไม่รู ้ด้วยซ้าว่าเข้ามาในเรือนได้อย่างไร
เฉินหลิงจวินท าท่าจะพูดแต่ก็ไม่พูด นายท่านเจ้าขุนเขาเพียงแค่ ลูบศีรษะของเขา
่
ทุกคนนั่งลงกันเรียบร ้อยแล้ว เฉินผิงอันก็รับรองแขกด้วยตัวเอง ยิ้มเอ่ยว่า “สุราและกับแกล้มยังต้องรออีกสักครู่ พวกเรามาดื่มชากัน ก่อน”
สีหน้าของอวี๋ค่านแข็งที่อ พยักหน้าอย่างที่มที่อบอกว่าได้เลย ได้ เลย แม่ทัพใหญ่สองคนของจวนวารีก็ยิ่งตัวเกร็ง เสียงเบาราวเสียงยุง
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “ก่อนหน้านี้นานมาแล้วก็เคยได้ยินเฉินหลิง จวินเล่าให้ฟังว่า ความฝันของอวี๋ฝู่ จวินคือมือซ ้ายมีน้าเต้าเลี้ยงกระบี่ หนึ่งลูก มือขวาก็มีน้าเต้าเลี้ยงกระบี่อีกหนึ่งลูก”
อันที่จริงบนภูเขาลั่วพั่วมีคนนอกอยู่สองคนที่ชื่อเสียงเลื่องลือ นอกจากเซี่ยโหวจ้านพี่ฉีไฉของภูเขาตะวันเที่ยงผู้นั้นแล้วก็คืออวี๋ค่า นเทพวารีแม่น้าอวี่เจียงแคว้นหวงถิง
คราวก่อนที่อาณาเขตของมหาบรรพตอุดรมีการประเมินสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขาสายน้าเว่ยป้ อซานจวินที่เป็ นขุนนางหลักได้แก้ไข อันดับของจวนวารีชิงเจี่ยนแม่น้าอวี้เจียงจากสามบนเป็ นสองล่าง แม้ จะเลื่อนขั้นมาแค่ระดับเดียว แต่ก็ทาให้จวนวารีที่บรรยากาศทั้งจวน เหมือนบิดาตายลิงโลดเบิกบานกันสุดขีดแล้ว
พวกแม่ทัพที่รักใต้การปกครองชอบประจบสอพลอกันไม่หยุด ต่างก็พูดกันว่านี่เรียกว่าในราชส านักมีคนรู ้จักก็เป็ นขุนนางได้ง่าย เหนือเจ้าจวนอวี๋ของพวกเรามีคนอยู่!
ทั้งยังไม่ใช่แค่คนเดียวด้วย!
่
อวี๋ค่านกลับรู ้ถึงความยากล าบากอยู่เพียงผู้เดียว เว่ยซานจวินที่ ทุกวันนี้ควรเรียกว่าเว่ยเสินจวิน เคยมีการกระทบกระเทียบตนมาก่อน ไม่ได้มีสีหน้าเกรี้ยวกราดดุดันอะไรเพราะไม่มีความจ าเป็ นเลยแม้แต่ น้อย เพียงแต่ว่าอวี๋ค่านอยู่ในวงการขุนนางภูเขาสายน้ามานานหลาย ปีแล้ว มีหรือจะฟังความนัยที่อยู่นอกเหนือความหมายในประโยคไม่ ออก ดังนั้นขึ้นเขามาครั้งนี้เจ้าจวนอวี๋จึงรู ้สึกเหมือนเดินอยู่บนแผ่น น้าแข็งบางๆ เขาถึงขั้นเตรียมใจพร ้อมรับผลลัพธ ์ที่เลวร ้ายที่สุดที่ว่า จะถูกเซียนกระบี่เฉินสอบสวนต่อหน้าไว้ด้วยแล้ว
เฉินผิงอันยื่นน้าชาให้พวกเขาคนละถ้วย หมี่ลี่น้อยก็รีบส่งเมล็ด แตงไปให้ทันที
เฉินผิงอันยิ้มถาม “เจ้าจวนอวี๋พวกเจ้ามีความเห็นต่อเรื่องการ ตรวจสอบและประเมินที่ราชสานักต้าหลีมีต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขา สายน้าหรือไม่? วันนี้แค่คุยเรื่องสัพเพเหระกันก็พอ ที่บ้านเกิดของข้า มีสุภาษิตบอกว่า มีเพื่อนบ้านที่ดีก็เท่ากับเก็บทองได้หนึ่งก้อนเปล่าๆ เจ้าจวนอวี่และแม่ทัพหง แม่ทัพหวงล้วนไม่ต้องตื่นเต้นกัน”
่
่