ตอนที่ 3055
บทที่ 1109.2 สหายเฉินปิดประตูต้อนรับแขก
October 21, 2026
หากจะบอกว่าภูเขาอวี่ฮว่าที่เป็ นสานักเบื้องบนมีคากล่าวที่ว่า “รวบรวมยันต์ในใต้หล้าพยายามที่จะให้ชนะด้วยจานวน ไม่มีช่องโหว่ ใดๆ” เป็ นแกนหลักในการฝึกตน
ถ้าอย่างนั้นพรรคโต้วหรานที่เป็ นหนึ่งในสานักเบื้องล่างก็อาศัย แค่ค าว่า ‘โจมตี” ค าเดียวเท่านั้น ยันต์ลับสืบทอดจากศาลบรรพจารย์ ทุกแผ่นล้วนเดินไปบนเส้นทางการของโจมตีเหมือนกันหมดโดยไม่มี ข้อยกเว้น
ในฐานะลูกศิษย์ผู้สืบทอดของเหมยเงินเจ้าประมุขพรรคโต้วห ราน เถียนกงกับป๋ ายเฟิ่ งที่เป็ นศิษย์น้องมีแนวทางการฝึ กตนที่ แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ฝ่ ายหลังนั้นถือว่าเป็ นผู้ที่มีพรสวรรค์โดด เด่น สามารถอาศัยการ ‘กิน” มาเพิ่มตบะ ใครก็อิจฉาไม่ได้ ดัง นั้นป๋ ายเฟิ่งก็เป็ นคนที่ว่างงานที่สุดของพรรคโต้วหราน ไม่มีหนึ่งใน ทว่าเถียนกงกลับเป็ นคนที่หลงใหลอยู่กับการวาดยันต์ เห็นการปิด ด่านเป็ นการกินข้าวดื่มน้า เป็ นเหตุให้เหมยเงินผู้เป็ นอาจารย์ จาเป็ นต้องจัดหาผู้ปกป้ องมรรคาคนหนึ่งมาให้กับลูกศิษย์โดยเฉพาะ ตลอดทั้งปีทาแค่เรื่องเดียว นั่นก็คือคอยเตือนเถียนกงว่าสามารถออก จากด่านได้แล้ว จ าเป็ นต้องพักผ่อนสักระยะ ฝึ กตนไม่จ าเป็ นต้อง มุ่งมั่นตั้งใจขนาดนี้ เกียจคร ้านหน่อยก็ได้ ในเมื่อเดินทางไปเที่ยว
ตามสถานที่ท่องเที่ยวของทวีปแดนเทพแผ่นดินกลางมาพอสมควร แล้ว ถ้าอย่างนั้นก็สามารถไปเที่ยวเล่นที่ภูเขาสายน้าของทวีปอื่นได้ บ้างแล้ว ยกตัวอย่างเช่นพรรคหลิงเป่าของทักษินาตยทวีป ยันต์ของ บ้านพวกเขาก็ไม่เลวเหมือนกัน บรรพจารย์อวี๋มักจะพูดบ่อยๆ ว่าวิถี ยันต์ของสายพรรคหลิงเป่ า อันที่จริงล้วนถูกทุกคนดูแคลน การสืบ ทอดของพวกเขามาจากบรรพกาล มรรคาของพวกเขาก็มีประวัติ ความเป็ นมายิ่งใหญ่ ขอแค่เป็ นนักพรตที่วาดยันต์ เดินทางผ่านแล้วก็ ไม่ควรปล่อยให้พลาดผ่านไป
แต่เถียนกงกลับไม่เห็นเป็ นส าคัญเลยแม้แต่นิดเดียว ยันต์ใหญ่ ของบ้านตนยังเรียนไม่สาเร็จ จะให้ไปที่ทักษินาตยทวีปทาไม ต้องไป เยือนพรรคหลิงเป่าอะไร
การสละใกล้เพื่อแสวงหาไกลเช่นนี้มีแต่จะทาให้ตนเองอยู่ห่าง จากมหามรรคาไกลยิ่งกว่าเดิม เป็ นการเดินอ้อม “เส้นทาง” สิ้นเปลือง เวลา ถูกลิขิตมาแล้วว่าจะได้ไม่คุ้มเสีย
สาหรับเรื่องนี้อาจารย์เจ้าประมุขของเขาก็จนปัญญา แต่สาหรับ คากล่าวนี้ของลูกศิษย์ผู้เป็ นที่ภาคภูมิใจ ผู้ที่เป็ นอาจารย์ก็น่าจะเห็น ด้วยอย่างลึกซึ้ง
ตอนนี้เจ้าขุนเขาคนดีไม่ยุ่งแล้วจริงๆ หมี่ลี่น้อยจึงใช ้เสียงในใจ ถามหยั่งเชิง “เจ้าขุนเขาคนดี ศาลบุ๋นแผ่นดินกลางนั่น ฉายาอะไร นั่น? คงไม่ใช่เรื่องจริงกระมัง?”
นางไม่ต้องการฉายาอะไรสักหน่อย นางแค่อยากให้ทุกครั้งที่คน นอกพูดถึงนางก็จะต้องเรียกขานนางว่าภูตน้าใหญ่แห่งทะเลสาบคน ใบ้ แค่นี้เท่านั้น หากว่ามีฉายาในการฝึกตนก็ง่ายที่จะตีกับฉายาที่ ตั้งขึ้นเอง
เฉินผิงอันยิ้มตอบกลับว่า “แค่ขู่พวกเขาไปอย่างนั้นเอง ข้ากาลัง โอ้อวดว่าตัวเองมีความสัมพันธ ์ที่ดีกับจิงเซิงซีผิง มีศาลบุ๋นแผ่นดิน กลางเป็ นที่พึ่งนะ”
หมี่ลี่น้อยโล่งอกได้ทันใด ในใจแอบลอบยินดี วะฮะฮ่า ยอดเยี่ยม ไปเลย ก็บอกแล้วว่าเรื่องใหญ่ขนาดนี้ไฉนเจ้าขุนเขาคนดีถึงไม่ ปรึกษาตนก่อน
หลี่มู่โจวมาถึงยอดเขาจี๋หลิงของภูเขาลั่วพั่วแล้ว เขาก็เป็ นเพียง คนเดียวที่ชอบออกไปเดินเล่นเพียงลาพัง ถึงขั้นที่ว่าตอนที่เขาเดินไป ถึงตีนเขายังไปพูดคุยกับเซียนเว่ยคนเฝ้ าประตูเป็ นเวลาประมาณหนึ่ง ถ้วยชาด้วย
และวันนี้เขาก็เป็ นคนที่ตั้งใจฟังที่สุดในห้องโถง นักพรตแห่ง อารามจิงเหว่ยผู้นี้นั่งตัวตรง มีสมาธิแน่วแน่ ตั้งแต่ต้นจนจบก็ฟังไม่ ตกหล่นไปแม้แต่ค าเดียว
ต้องรู ้ว่านักพรตโก้วอาจารย์ของเขาไม่ต่างจากหยางเสวียนเป่ า แห่งยอดเขาเฮ้อเป้ ยคือลูกศิษย์ของอวี๋เสวียนเช่นกัน ดังนั้นลาดับ อาวุโสของหลี่มู่โจวจึงไม่ต่าเลย
แล้วนับประสาอะไรกับที่นักพรตที่นั่งกันอยู่ตรงนี้ นอกจากเซวีย เทียนจวินแล้ว ทุกคนต่างก็ไม่รู ้ว่าหลังจากที่จ้าวเหวินหมิ่นศิษย์พี่ ของหลี่มูโจวลาออกจากตาแหน่งเจ้าอารามไปคนที่มารับตาแหน่งเจ้า อารามต่อก็คือหลี่มูโจวผู้นี้
ทว่าหลี่มูโจวมีขอบเขตแค่ก่อกาเนิด ดังนั้นตอนที่เขาได้ยินว่า ศิษย์พี่จ้าวคิดจะให้ตนมารับหน้าที่เป็ นเจ้าอารามก็รับมือไม่ทัน รีบ ส่ายหน้าปฏิเสธ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่กล้าตอบตกลงกับเรื่องนี้
มีเหตุผลที่ไหนกันที่จะให้ขอบเขตก่อกาเนิดมาดูแลกิจธุระใน อารามจิงเหว่ย อีกสี่สานักที่เหลือจะมองเขาหลี่มูโจวอย่างไรไม่สาคัญ แต่จะมองอารามจิงเหว่ยอย่างไรกลับเป็ นเรื่องที่หลี่มูโจวให้ ความสาคัญอย่างถึงที่สุด
ทว่าตอนนั้นศิษย์พี่จ้าวยกเอาคาสั่งของบรรพจารย์ออกมา โดยตรง บอกว่าคราวก่อนตอนอยู่ในศาลบุ๋นแผ่นดินกลาง อาจารย์ปู่ พยักหน้าตอบตกลงกับเรื่องนี้แล้ว หากเจ้ายังไม่ยอมก็ให้ไปคัดค้าน การตัดสินใจของอาจารย์ปู่ ที่ภูเขาเถาฝูต่อหน้า หลี่มูโจวมีความคิด เช่นนี้จริง แต่เขาก็คืนสติได้ทันใด ทุกวันนี้อาจารย์ปู่ไม่อยู่ที่ยอดเขา เถียนจินสักหน่อย ไปอยู่ที่ธารดวงดาวนอกฟ้ าแล้ว จะคัดค้าน ‘ต่อ หน้า” ได้อย่างไร?
ศิษย์พี่จ้าวหัวเราะเสียงดังลั่น ตบไหล่ศิษย์น้องแรงๆ ภาระไม่เบา วันใดที่ศิษย์น้องรู ้สึกว่าทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ก็ไม่ต้องหน้าบาง ส่ง
จดหมายมาให้ศิษย์พี่สักฉบับ ถึงเวลานั้นพวกเราค่อยมาประชุมกัน อีกทีว่าจะเลือกใครเป็ นเจ้าอารามคนใหม่
หลีมูโจวปฏิเสธไม่ได้จริงๆ จึงได้แต่ฝืนตอบตกลงไป
เฉินผิงอันมองนักพรตอารามจิงเหว่ยที่นั่งตัวตรงอย่างสารวมผู้ นั้นแล้วใช ้เสียงในใจเอ่ยว่า “หมี่ลี่น้อย เจ้าหาข้ออ้างสักข้อ ยกตัวอย่างเช่นจะต้องออกไปลาดตระเวนภูเขา ออกไปจากที่นี่ก่อน ข้าจะพูดคุยเรื่องที่น่าเบื่อหน่ายกับพวกเขา ช่วยไม่ได้ เอาของของ คนอื่นต้องมืออ่อน กินของของคนอื่นต้องปากสั้น เงินเหรียญ ทองแดงแก่นทองตั้งหนึ่งพันเหรียญ ข้าต้องปฏิบัติต่อพวกเขาอย่าง จริงใจสักหน่อย จะปล่อยให้สหายอวี๋รู ้สึกว่าสหายเฉินรับรองแขกไม่ดี พอไม่ได้”
หมี่ลี่น้อยที่ยืดขาออกยาวเหยียดกว่าปลายเท้าจะสัมผัสพื้นได้ พอดี พอได้ยินประโยคนี้ก็เหมือนได้รับอภัยโทษ ในที่สุดนางก็ไม่ต้อง ทาตัวไม่ถูก แม้กระทั่งมือสองข้างก็ไม่รู ้ว่าจะเอาไปไว้ที่ไหนแล้ว
นางใช ้เสียงในใจพูดอย่างรีบร ้อนว่า “เจ้าขุนเขาคนดี รอสักครู่ ขอให้ข้าได้คิดหาถ้อยคาเหมาะๆ เสียก่อน คาพูดที่เป็ นพิธีการเช่นนี้ ข้าไม่ค่อยถนัด รับรองว่าคราวหน้าจะต้องดีกว่าครั้งนี้ แต่ว่าการ รับประกันแบบนี้ไม่ถือเป็ นการรับรองอะไรหรอกนะ หึหึ”
เฉินผิงอันยิ้มพลางลูบศีรษะน้อยๆ ของนาง เอ่ยว่า “ถ้าอย่างนั้น ครั้งนี้ข้าช่วยเจ้าหาเหตุผลก่อนดีใหม่? คราวหน้าก็ค่อยไว้ว่ากัน คราวหน้า ไม่ต้องรับประกันอะไร”
หมี่ลี่น้อยดวงตาเป็ นประกาย พยักหน้ารับรัวๆ ราวไก่จิกเมล็ด ข้าวเปลือก หากไม่เป็ นเพราะที่นี่มีคนนอกอยู่เยอะเกินไป นางจะต้อง
ยกนิ้วโป้ งให้เจ้าขุนเขาคนดีแล้ว
เฉินผิงอันยิ้มถาม “เรื่องอย่างในวันนี้ รู ้สึกราคาญหรือไม่ กลัว หรือไม่?”
หมี่สี่น้อยคิดอย่างตั้งใจ “ไม่ราคาญ ไม่ราคาญ ไม่ราคาญเลยสัก นิด หากว่าทั้งสองฝั่งมีแต่คนของบ้านตัวเองนั่งอยู่ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ กลัวแม้แต่น้อย วันนี้รู ้สึกกลัวนิดหน่อย กลัวเท่าเมล็ดข้าวสาร ฮ่า”
เฉินผิงอันอิ่มรับหนึ่งที เอ่ยเสียงอ่อนโยนว่า “คราวหน้าเรียกผู้คุม กฏฉางมิ่งหรือไม่ก็โจวอันดับหนึ่งมาด้วย เจ้าแค่นั่งตรงกลางพวกเรา ไม่ต้องพูดอะไร นั่งเหม่อลอยอย่างตั้งใจไปก็พอ”
หมี่ลี่น้อยแอบยิ้มกว้าง เอ่ยอย่างมีความสุขว่า “ครั้งนี้” ยังไม่จบ เลยนะ ข้าก็คิดอยากให้ “ครั้งหน้า” มาถึงไวๆ แล้ว”
เฉินผิงอันเปิดปากยิ้มเอ่ย “ผู้ถวายงานโจวยังมีธุระสาคัญต้องไป ท า ต้องขอตัวไปก่อน”
หมี่ลี่น้อยไถลตัวลงจากเก้าอี้ สองเท้ายืนนิ่งแล้วคารวะตามพิธี การของลัทธิเต๋าอย่างเป็ นระเบียบเรียบร ้อย เอ่ยขออภัยหนึ่งคาแล้ว
เดินออกจากห้องไปช ้าๆ เดินข้ามธรณีประตูพอไปถึงหน้าประตูของ จวน แม่นางน้อยชุดดาก็ยังไม่ลืมหันมาก้มหัวคารวะอีกครั้ง แล้วนาง ถึงได้หมุนตัวเดินออกไปจากเรือน แม่นางน้อยยื่นมือมาลูบเส้นผม สองสามกระจุกที่เปียกเหงื่อ พรูลมหายใจยาวเหยียด นางกาลังจะชัก เท้าวิ่งตะบึงไปที่เรือนไม้ไผ่ แต่กลับสังเกตเห็นว่าโจวอันดับหนึ่งกับ อวี๋หมี่ยืนอยู่ห่างไปไม่ไกล แล้วยังช่วยเอาคานหาบสีทองกับไม้เท้าไผ่ เขียวจากห้องครัวในเรือนส่วนตัวของเจ้าขุนเขาคนดีกลับมาให้นาง ด้วย ฝ่ายแรกยิ้มพลางโบกมือให้นาง ฝ่ายหลังยกนิ้วโป้ งให้นาง
หมี่ลี่น้อยเช็ดใบหน้า ยืดอกตั้ง เดินอาดๆ ไปหาพวกเขา ยื่นมือ ไปรับไม้เท้าไผ่เขียวและคานหาบสีทอง
หมี่อวี้ใช ้เสียงในใจพูดกลั้วหัวเราะ “หมี่ลี่น้อย ใช ้ได้เลยนี่นา สามารถรับรองแขกเป็ นเพื่อนใต้เท้าอิ่นกวานได้แล้ว งานใหญ่ขนาด นี้ก็ยังไม่ตื่นเต้นหรือ?”
หมี่ลี่น้อยเอ่ยเสียงเบา “ตื่นเต้นสิ ทาไมจะไม่ตื่นเต้นล่ะ ตื่นเต้น จนฟันข้าแทบจะกระทบกันอยู่แล้ว แสร ้งท าเป็ นเยือกเย็นไปอย่าง นั้นเองแหละ จาอะไรไม่ได้ตั้งหลายเรื่องเลยนะ”
หมี่อวี้ยิ้มอย่างเข้าใจ อย่าเห็นว่าตอนนี้หมี่ลี่น้อยเหงื่อเปียกท่วม ศีรษะ อันที่จริงทุกครั้ง ทีลาดตระเวนภูเขาแล้วบังเอิญเจอกับนักพรต คนใด รายละเอียดเครื่องตกแต่งทุกอย่างนอกเหนือจากชุดเต๋า ยืนท่า ไหน ล าดับก่อนหลังเวลาพวกเขาเดินอยู่บนถนน ระยะห่างระหว่างกัน
สั้นหรือยาว ฯลฯ นางล้วนจดจาได้อย่างชัดเจน ไม่อย่างนั้นคิดว่า ฉายาเทพรายงานข่าวของภูเขาลั่วพั่วได้มาได้อย่างไร?
พ่อครัวเฒ่าเคยถามหมี่ลี่น้อยว่าทาไมถึงมีความเคยชินในการ สังเกตรายละเอียดเช่นนี้
หมี่ลี่น้อยให้คาตอบมาอย่างไม่ลังเลว่า เมื่อก่อนอยู่ที่ทะเลสาบ คนใบ้ พวกเขาไม่รู ้จักนาง นางก็ได้แต่จดจาพวกเขาเท่านั้น
เจียงซ่างเจินยิ้มบางๆ “จาได้ว่าครั้งแรกที่มีคุณสมบัติเข้าร่วมการ ประชุมในศาลบรรพจารย์สานักกุยหยก ตื่นเต้นจนแค่นั่งลงก็อยากจะ ลุกขึ้นไปเข้าห้องน้าทันที แต่ต้องกลั้นไว้ทรมานแทบแย่”