ตอนที่ 3070
บทที่ 1112.3 เหล่าผู้ฝึกกระบี่บริสุทธิ์
October 21, 2026
เด็กสาวเฉามู่กลับได้ครอบครองกระบี่บินสองเล่มคือ “พางถัว” และ “หงหนี” ระดับขั้น แบ่งออกเป็ น ‘สองล่าง’ กับ ‘สามบน
สามระดับหนึ่งสองสามมีการแบ่งอีกสามขั้นเป็ นบนกลางและล่าง มีทั้งหมดเก้าระดับขั้น อันที่จริงการที่ติดอันดับได้ ต่อให้จะอยู่อันดับ สองและสาม ก็ยังถือว่าเป็ นกระบี่แห่งชะตาชีวิตที่ดีแล้ว
และการประเมินที่มาจากคฤหาสน์หลบร ้อนนี้ ส่วนใหญ่แล้วจะ พิจารณาดูจากการลงสนามรบเข่นฆ่า ไม่เหมาะกับการจับคู่ถาม กระบี่ระหว่างผู้ฝึกกระบี่ด้วยกัน
กาแพงเมืองปราณกระบี่ในปี นั้น คฤหาสน์หลบร ้อนเก่า ผู้ฝึ ก กระบี่สายอิ่นกวานมีทั้งหมดสิบหกคน ผู้ฝึกกระบี่ต่างถิ่นมีหกคน
นอกจากเฉินผิงอันที่รับหน้าที่เป็ นอิ่นกวานคนสุดท้ายแล้วก็ยังมี หลินจวินปี้ เติ้งเหลียง เฉากุ่น เสวียนเขินและซ่งเกาหยวน
ปีนั้นหลินจวินปี้คือคนแรกในบรรดาผู้ฝึกกระบี่ต่างถิ่นที่ออกไป จากคฤหาสน์หลบร ้อนกลับไปถึงราชวงศ์เส้าหยวนของทวีปแดนเทพ แผ่นดินกลางที่เป็ นบ้านเกิด ผ่านไปได้ไม่นานเท่าไร หลินจวินปี้ก็รับ หน้าที่เป็ นราชครู กลายมาเป็ นราชครูที่อายุน้อยที่สุดของสิบราชวงศ์ ใหญ่แห่งไพศาล
เติ้งเหลียงจากภูเขาจิ่วตูธวัลทวีป ในปีชุนเจียที่เจ็ดของใต้หล้า ห้าสี ได้ไปเยือนนครบินทะยาน ปีนั้นออกจากภูเขาห้อยหัวยังเป็ น ขอบเขตก่อกาเนิด ในที่สุดก็ได้เลื่อนเป็ นห้าขอบเขตบนที่ต่างบ้าน ต่างเมือง
เฉากุ่น เสวียนเขิน ซ่งเกาหยวน ต่างคนต่างกลับบ้านเกิดกลับ ส านักของตัวเอง ผู้ฝึกกระบี่หนุ่มสามคนนี้ต่างก็ได้ประสบพบเจออะไร ใหม่ๆ พวกเขาสามคนถือว่าเป็ นเพื่อนบ้านใกล้เคียง ต่างก็อยู่ในสาม ทวีปทางทิศตะวันตกของไพศาล เพียงแต่เห็นได้ชัดว่าเฉากุ่นสนิทกับ เสวียนเซินมากกว่า
แม้ว่าผู้ฝึ กกระบี่สายอิ่นกวานใหม่ของนครบินทะยานจะยังคง รักษา “คนเก่าแก่” เอาไว้ส่วนหนึ่ง แต่เมื่อเทียบกับ “รุ่นก่อน” ก็ดู เหมือนว่าในภาพรวมจะด้อยกว่าไม่น้อย
เพราะถึงอย่างไรเซียนกระบี่ใหญ่หมี่ที่เป็ น “ลูกพี่ใหญ่” ก็ไม่อยู่ ในคฤหาสน์หลบร ้อนใหม่แล้ว
เฉากุ่นเคยพูดประโยคจากใจจริงว่า ขอแค่วันใดข้าผู้อาวุโสมี ชีวิตรอดเดินออกมาจากคฤหาสน์หลบร ้อนได้ ชั่วชีวิตนี้ก็ไม่อยาก เปิดต าราอีกแม้แต่เล่มเดียวแล้ว
และหลังจากที่พวกเขาออกมาจากกาแพงเมืองปราณกระบี่ ตั้งแต่ตัวพวกเขาเองที่ปิดปากแน่นไม่พูดถึง ไปจนถึงส านักของแต่ละ
คนที่ไม่เอ่ยอะไรแม้แต่คาเดียว ดูเหมือนว่าต่างก็จงใจลดทอน ความสาคัญในการเดินทางไปเยือนกาแพงเมืองปราณกระบี่ลง
คฤหาสน์หลบร ้อนเคยเกือบจะเกิดความขัดแย้งภายใน เกือบจะ มีการถามกระบี่กันแล้ว หากมีการลงมือกันจริงๆ เกรงว่าผู้ฝึกกระบี่ใน พื้นที่กับผู้ฝึกกระบี่ต่างถิ่นคงต้องแตกหักกันอย่างสิ้นเชิง
ยกตัวอย่างเช่นสวีหนิงเคยลากเอาบรรพบุรุษสิบแปดรุ่นของ เสวียนเซินมาด่ารอบหนึ่ง
ศึกโต้คารมในครั้งนั้นทุกคนล้วนมีส่วนร่วม แต่ละคนด่าคนอื่น แต่ละคนล้วนถูกคนอื่นด่า
เว้นจากสามคนที่ไม่ได้เปิดปาก นั่นคืออิ่นกวานหนุ่มที่นั่งตกปลา อยู่บนแท่น เซียนกระบี่โฉวเหมียวที่ก็อดทนข่มกลั้นได้เช่นกัน และยัง มีกวอจู่จิ๋วที่จดจาทุกคาหยาบไว้เงียบๆ ได้เรียนรู ้แล้ว ได้เรียนรู ้แล้ว
อันที่จริงเป็ นหลินจวินปี้ที่น่าสงสารที่สุด คิดอยากจะเป็ นกาว ประสานใจช่วยไกล่เกลี่ยให้ทุกคน ผลกลับถูกต่งปู้ เต๋อที่คว้าโอกาส ได้ในที่สุดด่าหลินจวินปี้เสียจนไม่เหลือชิ้นดี
สุดท้ายยังคงเป็ นเฉินผิงอันกับโฉวเหมียวที่ร่วมมือกันถึงได้ทาให้ เหตุการณ์ที่ยิ่งนานก็ยิ่งรุนแรงไม่ได้บานปลายเลวร ้ายต่อไป
สายอิ่นกวานของคฤหาสน์หลบร ้อนในอดีต
ผู้ฝึ กกระบี่ทุกคนต่างก็เคยลงสนามรบ อีกทั้งจานวนครั้งยังไม่ น้อย ทุกคนต่างก็เคยได้รับบาดเจ็บ แต่มีแค่คนเดียวที่รบตาย
ผู้ฝึกกระบี่โฉวเหมียว
ผู้ฝึ กกระบี่ในท้องถิ่นผู้นี้ขอบเขตสูง คุณสมบัติดี มีวิสัยทัศน์ กว้างไกล นิสัยหนักแน่นมั่นคง ความคิดความอ่านรอบคอบรัดกุม แทบไม่เคยโกรธใคร…ข้อดีของโฉวเหมียวมีมากมายเหลือเกิน
แม้กระทั่งหลินจวินปี้ที่เย่อหยิ่งก็ยังยินดียอมรับจากใจจริงว่า เซียนกระบี่โฉวเหมียวต่างหากถึงจะเป็ นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการสืบ ทอดต่าแหน่งอิ่นกวานต่อ ตัวเองสู้โฉวเหมียวไม่ได้จริงๆ
ประโยคแรกที่เฉากุ่นเปิดปากพูดวันนี้น่าตกใจอย่างมาก “พวก เราจาเป็ นต้องตั้งสมมติฐานว่าที่นี่มีปีศาจใหญ่ขอบเขตบินทะยานตน หนึ่งซ่อนตัวอยู่”
เสวียนเซินเอ่ยเสริมว่า “มีศักยภาพเทียบเท่าปี ศาจใหญ่บน บัลลังก ์ราชาเก่า”
รูปโฉมของพวกเฉากุ่นสามคนในทุกวันนี้ต่างก็เป็ นคนหนุ่ม หน้าตาหล่อเหลาดุจหยกผุดผ่อง เพียงแต่ว่าเฉากุ่นมีความพิเศษอยู่ ข้อหนึ่ง นั่นคือเวลาพูดเขาจะติดสาเนียงบ้านเกิดเป็ นน้าเสียงที่อ่อน นุ่ม แล้วก็มักจะหลุดคาท้องถิ่นออกมาเป็ นประจา เช่นคาว่าเคี้ยว แหลกๆ โอ๊ะโอ๊ะโอ้ย แซ่บจริงๆ…ประโยคพวกนี้เป็ นหัวข้อสนทนาใน คฤหาสน์หลบร ้อนของปีนั้นมาโดยตลอด ต่งปู้ เต๋อกับกวอจู๋จิ่วจะชอบ
เลียนแบบค าพูดของเฉากุ่นมากเป็ นพิเศษ เดิมทีเฉาก นก็มีผิวพรรณ ขาวนวล ใบหน้าอ่อนเยาว์ จึงมักจะถูกพวกนางหยอกล้อจนหน้าแดง เป็ น ประจ า
ก็ไม่แปลกที่ปีนั้นใต้เท้าอิ่นกวานแนะนาพวกเขาว่าตอนที่ออก จากเมืองไปเข่นฆ่า เพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน ทางที่ดีที่สุดควรให้ ผู้หญิงแต่งกายเป็ นผู้ชาย ส่วนผู้ชายน่ะหรือ ก็หลักการเดียวกัน
ตอนนั้นสายตาของใต้เท้าอิ่นกวาน หลักๆ แล้วกวาดไปบนร่าง ของหลินจวินปี้กับเฉากุ่น
พอได้ยินว่าอาจต้องเผชิญหน้ากับปี ศาจใหญ่ที่มีพลังพิฆาต เทียบเท่ากับราชาบนบัลลังก ์เก่า พวกซ่งพิ่นย่อมไม่ได้มีท่าทีอะไร แต่ ผู้ฝึกกระบี่โอสถทองอายุน้อยหลายคนที่อยู่ด้านหลังเฉากุ่นกลับหน้า เปลี่ยนสีกันไปเล็กน้อยอย่างห้ามไม่ได้ เพียงแต่ว่าไม่นานก็กลับคืน มาเป็ นปกติ สายตาของพวกเขาเด็ดเดี่ยวขึ้นหลายส่วน คนหนึ่งใน นั้นเป็ นผู้หญิง สายตาของนางเรียกได้ว่าฉายประกายเร่าร ้อนเลยด้วย ซ้า แค่มองก็รู ้ว่าเป็ นคนประเภทที่ไม่กลัวว่าจะเกิดเรื่อง แล้วก็ยิ่งชอบ หาเรื่อง คาดว่าผู้อาวุโสในสานักของนางน่าจะปวดหัวกันไม่น้อยเลย
ซ่งเกาหยวนกล่าว “ไม่น่าจะเป็ นไปได้ หากมีปีศาจใหญ่ขอบเขต บินทะยานจริงๆ คิดดูแล้วทางฝั่งของศาลบุ๋นก็คงไม่มีทางนิ่งดูดายอยู่ เฉยๆ ความเป็ นไปได้ที่มากกว่าคือมีเผ่าปีศาจขอบเขตเซียนเหรินที่ เสแสร ้งเก่งและเก็บงาลมปราณได้อย่างยอดเยี่ยม เชี่ยวชาญด้านค่าย กลซ่อนตัวอยู่ คอยอดทนข่มกลั้นอยู่ตลอด คิดอยากจะก่อคลื่นลม
มรสุมอยู่ที่นี่ อาศัยโอกาสนี้วางแผนสาหรับเรื่องใหญ่อะไรบางอย่าง ข้าจะลองยกตัวอย่างให้ฟังก็แล้วกัน การจัดวางค่ายกลและเปิ ดใช ้ ค่ายกล อย่างน้อยในขั้นตอนบางอย่างก็จาเป็ นต้องมีเงื่อนไขสาคัญที่ มิอาจบอกกล่าวแก่ใครได้”
เฉากุ่นยิ้มเอ่ย “ยกตัวอย่างเช่นว่าสายแร่สายนี้คือคันเบ็ดตกปลา พวกเราคือเหยื่อและตะขอเกี่ยวปลา ส่วนปลาตัวใหญ่ที่ตอนนี้ยังไม่รู ้ ว่าไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหนตัวนั้น มีโอกาสมากที่มันจะไม่งับเบ็ด แต่กิน เหยื่อหมดเกลี้ยงเพียงอย่างเดียว ดังนั้นหวังว่าทุกท่านที่นั่งอยู่ที่นี่จะ เตรียมใจพร ้อมสาหรับผลลัพธ ์ที่เลวร ้ายที่สุด”
เสวียนเซินลุกขึ้นยืน หยิบม้วนภาพสามชิ้นออกมาจากชายแขน เสื้อแล้วโยนขึ้นไปในที่สูง ภาพแผนที่สามแผ่นก็เรียงกันอยู่กลาง อากาศของห้องโถงใหญ่ บนภาพทุกแผ่นมีการระบุพิกัดและตัวอักษร อธิบายไว้ถี่ยิบ
“ก่อนที่พวกเจ้าจะมาถึง พวกเราสามคนได้สารวจในและนอก ภูเขาเฉวียนเจียวครบถ้วนแล้ว เส้นทางมังกรด้านนอก โครงสร้าง ภายใน การกระจายตัวของกองก าลังฝ่ ายต่างๆ ล้วนมีการตรวจสอบ อย่างคร่าวๆ แล้ว แต่ค่อนข้างจะฉุกละหุก เนื้อหาจึงหยาบอยู่มาก จริงๆ เกี่ยวกับที่พึ่งที่ถูกเก็บงาเอาไว้ของกองกาลังทั้งหลายที่ปรากฏ ให้เห็นภายนอก ขยายออกไปเป็ นแผนภาพความสัมพันธ์ ความ เกี่ยวข้องของพวกเขา ระหว่างกันและกันมีความเชื่อมโยงอะไร หรือไม่ ล้วนมีบันทึกอย่างชัดเจนบนแผนที่เพื่อให้ใช ้อ้างอิงแล้ว
ขณะเดียวกันก็หวังว่าทุกท่านจะไม่ถูกพวกเราชี้นาให้เข้าใจผิด เพียงแต่ว่าเนื้อหาตัวอักษรที่เขียนด้วยสีแดง อยากขอให้ทุกท่านให้ ความสนใจเป็ นพิเศษ นั่นต้องไม่มีทางผิดพลาดเป็ นแน่”
“ผลลัพธ ์ที่ดีที่สุดก็คือที่นี่ไม่มีแผนการของเผ่าปีศาจเปลี่ยวร ้าง พวกเราเดินทางมาเยือนภูเขาเฉวียนเจียวครั้งนี้ก็เพื่อออกมาหา ประสบการณ์เท่านั้นจริงๆ แต่ความเป็ นไปได้ก็มีไม่มาก”
“พบกันครึ่งทาง ปีศาจตนนี้มีอยู่จริง แต่มันไม่ได้มีความกล้าและ ศักยภาพพอที่จะทุ่มชีวิตเป็ นปลาตายตาข่ายขาด เพียงแค่หลบซ่อน อยู่ในเงามืดคอยปั่นป่วนสถานการณ์เท่านั้น”
“ถ้าอย่างนั้นเรื่องที่พวกเราต้องทาก็ง่ายยิ่งกว่าเดิมแล้ว นั่นก็คือ การหว่านแห ต่อจากนี้ใครก็อย่าได้มัวอยู่นิ่งเฉย ออกไปเดินข้างนอก ให้มากๆ พยายามปิดบังตัวตนไว้ให้ได้มากที่สุด ขณะเดียวกันก็ไม่ ต้องกังวลว่าจะเป็ นการแหวกหญ้าให้งูตื่น ยิ่งเป็ นค่ายกลที่ตั้งใจจัด วางมากเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องการความเชื่อมโยงร ้อยเรียงต่อเนื่องกันมาก เท่านั้น พวกเราเหมือนปลาชนแห ยิ่งขยับดึงมากเท่าไรก็มีโอกาสจะ หาเบาะแสเจอมากเท่านั้น หากสมมติว่าทางฝั่งศาลบุ๋นก็ส่งคนมาจับ ตามองที่นี่อยู่เหมือนกัน จานวนคนต้องไม่มีทางเยอะแน่ แล้ว นับประสาอะไรกับที่เยอะไปก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะมีประโยชน์ ต่อให้ พวกเขาจะท าลวกๆ แค่ไหนก็ยังไม่ไร้กฎระเบียบมากพอ ไม่เหมือนผู้ ฝึ กตนอิสระมากพอ ดังนั้นจึงต้องการให้พวกเรามาคอยช่วย ตรวจสอบหาช่องโหว่ เปลี่ยนมาเป็ นพวกเราที่เป็ นคนวางแผนใน
กระโจมเจี่ยจื่อก็จะต้องให้ผู้ฝึ กลมปราณคนหนึ่งหรือหลายคนที่ ฉลาดมากพออยู่ที่นี่ โดยทั่วไปแล้วก็จะต้องมอบยันต์คุ้มกันกาย ให้กับพวกเขา แล้วลองเปลี่ยนพวกเราไปเป็ นนักรบพลีชีพที่ถูกใต้ หล้าเปลี่ยวร ้างโยนทิ้งมาไว้ที่นี่ พวกมันก็จะต้องจับตามองวิญญูชน และนักปราชญ์ของศาลบุ๋นเป็ นพิเศษแน่นอน หากเกิดความสงสัยก็
้
้
้