ตอนที่ 3074
บทที่ 1113.1 ขอเชิญอิ่นกวาน
October 21, 2026
เข้ามาในห้องโถงใหญ่ เฉินผิงอันที่ถูกหนิงเหยาเรียกตัวมา กะทันหันเดินเข้าไปใกล้เก้าอี้ตัวหนึ่งแล้วก็ไม่ได้นั่งลง เพียงยื่นมือไป กดพนักเก้าอี้เบาๆ
เฉากุ่นก าลังจะเปิดปากพูด แต่กลับถูกเสวียนเซิงชิงพูดขึ้นก่อน เล่าต้นสายปลายเหตุให้ใต้เท้าอิ่นกวานฟังคร่าวๆ
ซ่งเกาหยวนหลุดหัวเราะอย่างอดไม่อยู่ พลันรู ้สึกเหมือนตัวเอง ได้กลับไปที่คฤหาสน์หลบร ้อนอีกครั้ง
แต่ก็ต้องยอมรับในเรื่องหนึ่ง พออิ่นกวานหนุ่มมาเยือน พวกเขา ก็สบายกันได้ทันที
เฉินผิงอันฟังเรื่องราวคร่าวๆ แล้วก็ยิ้มเอ่ยอย่างกระจ่างแจ้ง “เรื่อง นี้หากจะคิดกันจริงๆ ก็คือบัญชีเลอะเลือนครั้งหนึ่ง พูดได้ว่าเป็ นการ ใส่ร ้ายพวกเจ้า แล้วก็พูดได้ว่าไม่ได้ใส่ร ้ายพวกเจ้าเช่นกัน เพราะ ก่อนหน้านี้คนที่ออกกระบี่ฟันหวังเจี่ยคือผู้ถวายงานคนหนึ่งของ ภูเขาลั่วพั่วข้า นางได้ยินว่าหวังเจี่ยกับฮ่องเต้ของราชสานักจินผูที่จิบ เหล้าด้วยกันเล็กน้อยเอ่ยคาพูดที่ไม่ค่อยน่าฟังนัก นางเองก็ค่อนข้าง เจ้าอารมณ์อยู่แล้ว ทุกวันนี้บนภูเขาลั่วพั่วก็เป็ นนางที่เห็นสถานะของ ผู้ถวายงานล้าค่าที่สุด ดังนั้นจึงทนไม่ไหวแอบปล่อยกระบี่ออกไป ถึง ได้มีความเข้าใจผิดในวันนี้เกิดขึ้น”
ในที่สุดเฉากุ่นก็หาโอกาสได้ จึงยิ้มเอ่ยว่า “ดูท่าเรื่องวุ่นวายครั้ง นี้คงเป็ นปัญหาที่พวกเราสร ้างให้ใต้เท้าอิ่นกวานเสียแล้ว”
ต่อให้เสวียนเซินจะเป็ นสุนัขรับใช ้แค่ไหนก็ยังเอ่ยคาประจบที่ “ไม่แยกแยะดีชั่ว” ออกมาไม่ได้ จึงได้แต่เปลี่ยนวิธีการพูดเสียใหม่ “ต้องขอบคุณผู้อาวุโสซวีจวินนะ พวกเราถึงได้พบหน้าใต้เท้าอิ่นก
วานอีกครั้ง”
ซ่งเกาหยวนกวาดตามองไปรอบด้าน พลันรู ้สึกเหมือนได้หวน กลับไปยังสถานที่เดิมอีกครั้ง ใบหน้าที่คุ้นเคยทั้งหลายผุดลอยขึ้นมา ในหัว
ผู้ฝึกตนขอบเขตบินทะยานคนนั้นยังคงถูกปักตรึงอยู่บนกาแพง หันหลังให้กับทุกคนมองไม่เห็นใบหน้าและสีหน้าของเขา
หนิงเหยาเข้าใจเฉินผิงอันได้เป็ นอย่างดี
ในเมื่อเขาเปิดปากพูดขนาดนี้แล้วก็หมายความว่าอยู่ไกลเกิน กว่าที่จะคลี่คลายความบาดหมางกันได้แล้ว ไม่อย่างนั้นเขาคงให้ตน สลายปราณกระบี่ที่ลอดทะลุทะลวงอยู่ในสิบสองช่องโพรงของ หวังเจี่ยไปนานแล้ว
เซี่ยซงฮวาสงสัยเป็ นทบทวี ใช ้เสียงในใจถามว่า “หนิงเหยาต่อสู้ ได้เก่งขนาดนี้เลยหรือ? เพราะเป็ นบุคคลอันดับหนึ่งของใต้หล้าแห่ง หนึ่งก็เลยแข็งแกร่งมากเป็ นพิเศษหรือ?”
จาได้ว่าคราวก่อนหนิงเหยายังเป็ นผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตก่อกาเนิด แม้ว่าข่าวที่เกี่ยวกับนครบินทะยานและใต้หล้าห้าสีในภายหลัง คนบน ยอดเขาล้วนรู ้กันหมด รู ้ว่าหนึ่งเหยาฝ่ าทะลุขอบเขตไปตลอดทาง สุดท้ายใช ้สถานะของผู้ฝึ กกระบี่ขอบเขตบินทะยานกลายมาเป็ น บุคคลอันดับหนึ่งของใต้หล้าอย่างถูกต้องชอบธรรม
ซ่งพิ่นประกบสองนิ้วอ้อมผ่านไหล่ไปแตะฝักกระบี่ยาว “ฝูเหยา” ที่สะพายไว้ด้านหลังเบาๆ ตอบว่า “บอกได้ยาก”
อันที่จริงนางเป็ นผู้ฝึ กกระบี่คนแรกที่สัมผัสได้ถึงการดารงอยู่ ของหนิงเหยา นี่ต้องยกคุณความชอบให้กับกระบี่ประจากายที่มี โชคชะตาเชื่อมโยงกับฝูเหยาทวีปของนางเล่มนี้เพราะอยู่ในสภาวะที่ ลี้ลับ ค่อนข้างคล้ายคลึงกับการที่ต่างฝ่ ายต่างสยบการาบซึ่งกันและ กัน
มีเพียงผู้ฝึ กตนขอบเขตบินทะยานเท่านั้นที่ถึงจะมีคากล่าวว่า แข็งแกร่งกับอ่อนด้อยคาว่าบินทะยานอ่อนด้อย หนันกวงจ้าวที่ถูก นักพรตเนิ่นกดหัวซ ้อมตอนอยู่บนเกาะยวนยางศาลบุ๋น แล้วถูกสิง กวานหาวซู่ตัดหัวที่หน้าประตูบ้านตัวเอง ก็คือตัวอย่างที่ดีที่สุด
ส่วนบินทะยานแข็งแกร่ง อันที่จริงก็สามารถแบ่งแยกย่อยไปได้ อีกสองชนิด ขอแค่ผู้ฝึกกระบี่เลื่อนเป็ นขอบเขตบินทะยานจะต้องเป็ น บินทะยานแข็งแกร่งแน่นอน หมื่นปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีใครเป็ นกรณี ยกเว้น
ประเภทที่สองก็ยกตัวอย่างเช่นเหวยเซ่อแห่งธวัลทวีปที่ในอดีต เคยสะบัดผู้ฝึกลมปราณรุ่นเดียวกันทิ้งไปไกลไม่เห็นฝุ่ น และยังมีจ้าว เทียนไล่แห่งจวนเทียนซือภูเขามังกรพยัคฆ์ ฮว่อหลงเจินเหรินแห่ง ยอดเขาพาตี้ และบินทะยานประเภทนี้ก็มีคาเรียกขานที่ไพเราะซึ่งมี ความหมายยิ่งใหญ่อย่างมาก พวกเขาถูกเรียกว่าเป็ นตัวสารอง ขอบเขตสิบสี่
เฉินฉุนอันผู้รอบรู ้แห่งทักษินายตทวีปที่แบกตะวันจันทราไว้บน ไหล่ แน่นอนว่าก็อยู่ในอันดับนี้ด้วย
เหนือหนันกวงจ้าว ต่ากว่าพวกเทียนซือภูเขามังกรพยัคฆ์ ผู้ที่อยู่ ตรงกลางระหว่างนี้ยกตัวอย่างเช่นตู้เม่าแห่งใบถงทวีปและสวินยวน หวานเหยียนเหล่าจิ่งแห่งเกราะทองทวีปฯลฯ ก็ถือว่าเป็ นผู้ฝึ ก ลมปราณขอบเขตบินทะยานที่ค่อนข้างจะ “ธรรมดา” แล้ว ไม่อ่อน ด้อยแต่ก็แข็งแกร่งแบบมีขีดจ ากัด ยังอยู่ห่างจากพวกฮว่อหลงเจินเห รินในอีกระดับหนึ่ง
ส่วนบินทะยานใหม่ของฝูเหยาทวีปที่มีฉายาว่า “ซวีจวิน” ผู้นี้ แน่นอนว่าเป็ นคน “ล าดับอาวุโสเดียวกันกับ” หนันกวงจ้าว
เฉินผิงอันรู ้เรื่องวงในมากกว่าพวกเซี่ยซงฮวา ขอบเขตบิน ทะยานของหนันกวงจ้าว อันที่จริงไม่ได้อ่อนด้อยอย่างที่พวกเขาคิด ประลองเวทคาถากับนักพรตเนิ่น แน่นอนว่าต้องแพ้แต่หากสู้สุดชีวิต จริงๆ หนันกวงจ้าวก็ไม่ถึงขั้นพ่ายแพ้อย่างน่ าอนาถเพียงนั้น นอกจากนี้หาวซู่ยังได้เตรียมท่าไม้ตายยาวเป็ นพรวนไว้ให้กับหนันก
วงจ้าวโดยเฉพาะ ขอบเขตบินทะยานที่มีคุณวุฒิสูงคนหนึ่ง นั่งพิทักษ์ อยู่ในพื้นที่ประกอบพิธีกรรมบ้านตัวเอง แต่กลับยังถูกคนฟันหัวขาด ได้ เป็ นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อจริงๆ นี่ถึงได้ทาให้หนันกวงจ้าวถูกมองเป็ น บินทะยานอ่อนด้อย เพียงแต่ว่าคนตายไม่อาจเปิดปากอธิบายอะไรได้ อีกแล้ว
คนที่พลังพิฆาตสูงอย่างผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตบินทะยาน เอาชนะผู้ ฝึ กลมปราณขอบเขตบินทะยานคนหนึ่งได้ไม่ยาก แต่หากคิดจะ สังหารบินทะยานสักคน อันที่จริงกลับยากมาก
เฉินผิงอันสอดสองมือไว้ในชายแขนเสื้อ ฟุบตัวอยู่บนพนักทรง กลมของเก้าอี้ ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “สหายซวีจวิน ไม่จ าเป็ นต้องเก็บง า ฝีมืออีกต่อไปแล้ว เจ้าเสแสร ้งอย่างยากล าบากพวกเราแสร ้งท าเป็ น ไม่รู ้ นี่ก็ลาบากพวกเรามากเหมือนกัน ในเมื่อทุกคนต่างเป็ นคน ฉลาดก็อย่าได้เห็นอีกฝ่ายเป็ นคนโง่อีกเลย”
หวังเจี่ยได้ยินแล้วก็คล้ายจะชั่งน้าหนักผลได้ผลเสียอยู่ชั่วครู่ หลังจากตัดสินใจได้แล้วก็ไม่รู ้ว่าเขาใช ้วิชาอภินิหารอะไร เรือนกาย กลายเป็ นภาพลวงตา ภายใต้สถานการณ์อันตรายที่ร่างจริง จิตหยิน และจิตหยางกายนอกกายล้วนถูกปราณกระบี่ปักตรึงเอาไว้ เขายังคง มีร่างกายเพิ่มมาอีกร่างหนึ่ง ร่างนี้หันหน้ามาเผชิญหน้ากับผู้ฝึ ก กระบี่สิบกว่าคน คนผู้นี้มีรูปโฉมเป็ นบุรุษวัยกลางคน บนศีรษะสวม กวานสีทอง ประดับประดาด้วยอัญมณีถึงสองพันกว่าเม็ด มีต้นไม้
หยกหลายสิบต้นตั้งเรียงราย เหนือยอดไม้มีนกจินอูขนาดจิ๋วยืดครอง ยอดไม้ละหนึ่งตัว