ตอนที่ 3075
บทที่ 1113.2 ขอเชิญอิ่นกวาน
October 21, 2026
หวังเจี่ยส่งเสียงเรอ เก็บภาพเซียนบนภูเขาที่มีประวัติความ เป็ นมาแผ่นนั้นกลับไป “ความเข้าใจผิดในวันนี้ ไม่สู้ทุกท่านลองขบ คิดอย่างละเอียด ข้าเดินออกจากจวนแห่งนั้นมาถึงห้องโถงใหญ่แห่ง นี้ เคยทาอะไรไปบ้าง? หรือว่าเพราะเฉินผิงอันได้ยินคาพูดบาดหูไม่กี่ ประโยค อย่างมากสุดก็บวกกับความคิดสกปรกที่ถูกพวกเฉากุ่นมอง ออก เฉินผิงอันก็กล้าสังหารขอบเขตบินทะยานในท้องถิ่นของใต้ หล้าไพศาลโดยพลการเลยหรือ? ถ้าอย่างนั้นเขาก็ไม่ใช่ลูกศิษย์ปิด สานักของสายเหวินเซิ่งแล้ว”
“ต้องให้ข้าพูดตรงแค่ไหน พวกเจ้าถึงจะเข้าใจหลักการเหตุผล ข้อหนึ่ง? หวังเจี่ยขอบเขตบินทะยานแห่งฝูเหยาทวีป แม้จะไม่มีคุณ ความชอบใดๆ ต่อฝูเหยาทวีป แต่ก็ไม่เคยท าผิดมหันต์ใดต่อไพศาล”
“จะพูดตามสัตย์จริงก็แล้วกัน ข้านับถือผู้ฝึกกระบี่อย่างพวกเจ้า แต่ข้าก็ไม่ได้รู้สึกว่าพวกเจ้ามีพลังพิฆาตสูงส่งเหนือคนอื่นตรงไหน”
“พูดกันอย่างเปิดอกมาถึงขั้นนี้แล้ว ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะบอกกับ พวกเจ้าอย่างตรงไปตรงมาอีกเรื่องแล้วกัน อันที่จริงข้าก็คือผู้ฝึ ก กระบี่คนหนึ่งเหมือนกัน แต่ข้าไม่มีทางไปเยือนกาแพงเมืองปราณ กระบี่”
หนิงเหยาหันไปมองเฉินผิงอัน
ไม่รู ้ว่าท าไมดูเหมือนเฉินผิงอันจะจมสู่ภวังค์ความคิด
ดังนั้นนางจึงไม่ได้ออกกระบี่
ต่อให้หวังเจี่ยจะเปิดเผยตัวตน ยอมรับว่าตัวเองคือผู้ฝึกกระบี่คน หนึ่ง
แต่หนิงเหยาในทุกวันนี้ แม้กระทั่งผีตัวสารองขอบเขตสิบสี่ก็ยัง ฆ่าได้ ฆ่าผู้ฝึกกระบี่ที่เพิ่งจะเลื่อนเป็ นขอบเขตบินทะยานก็ง่ายยิ่งกว่า
ต่อให้เจ้าจะเป็ นตัวสารองขอบเขตสิบสี่ แต่กับขอบเขตสิบสี่ที่ แท้จริง ต่อให้จะห่างกันแค่ก้าวครึ่งก้าวก็ยังเหมือนมีปราการ ธรรมชาติกั้นขวางอยู่ดี
ไม่เคยอยู่ในสถานการณ์นี้กับตัวเองก็ไม่รู ้ถึงความลี้ลับ มหัศจรรย์ของขอบเขตนี้
พูดถึงแค่เรื่องของวิสัยทัศน์ ยกตัวอย่างเช่นมนุษย์ธรรมดาเงย หน้ามองดวงจันทร ์เห็นเป็ นกลุ่มก้อนขมุกขมัว เมื่อกลายเป็ นผู้ฝึก ลมปราณกลับพอจะมองเห็นเส้นสายเทือกเขาในดวงจันทร ์ได้อย่าง เลือนราง เป็ นเทพเซียนพสุธา ยามที่อากาศสดชื่นปลอดโปร่ง เพ่ง สุดสายตาก็สามารถมองเห็นเค้าโครงของตาหนักดวงจันทร ์ได้ เลื่อน เป็ นห้าขอบเขตบน กลั้นหายใจเพ่งสมาธิเล็กน้อย จ้องมองไปก็จะไม่ เห็นการเปลี่ยนแปลงใดๆ ของดวงจันทร ์และไม่มีความต่างของจันทร ์ เสี้ยวจันทร ์เต็มดวง รอกระทั่งพิสูจน์มรรคาเป็ นบินทะยาน แค่เงยหน้า เหลือบมอง ดวงจันทร ์ใหญ่ยักษ์ที่ลอยอยู่กลางอากาศก็เหมือนอยู่
ใกล้ในระยะประชิดแค่เอื้อมมือคว้าก็ถึง ตาหนักเก่าแก่และเทือกเขา ขึ้นๆ ลงๆ ในดวงจันทร ์ก็เห็นแจ่มชัดกระจ่างตา
แต่หากผสานมรรคากลายเป็ นผู้ฝึกตนขอบเขตสิบสี่ ระหว่างฟ้ า ดินก็จะมีเส้นทางเส้นหนึ่งที่เป็ นของตัวเองโดยเฉพาะเพิ่มมา
ผู้ที่ไขความฝันสามารถมองเห็นภาพฝันนับหมื่นนับล้านในโลก มนุษย์ ผู้ที่มหามรรคาเกี่ยวพันกับวาสนาชีวิตคู่ สามารถมองเห็นด้าย แดงจานวนนับไม่ถ้วนที่เชื่อมโยงกันอยู่กลางอากาศ
ดวงตาของเฉินผิงอันเป็ นประกายสุกสกาว อยู่ดีๆ ก็โพล่งถาม ออกมาว่า “สหายซวีจวิน เจ้าสนิทกับเถียนหว่านแห่งแจกันสมบัติ ทวีป โหลวเหมี่ยวแห่งอุตรกุรุทวีป หันอวี้ซู่แห่งใบถงทวีปหรือไม่ เคย ท าการค้าร่วมกันมาก่อนหรือไม่?”
หวังเจี่ยคร ้านจะพูดต่อคา นี่มันอะไรกับอะไรกัน
เฉินผิงอันยิ้มถาม “สหายซวีจวิน เจ้าบอกว่าตัวเองคือผู้ฝึกกระบี่ ก็คือผู้ฝึกกระบี่แล้วหรือ? ใต้หล้ายังมีเรื่องดีแบบนี้ด้วยหรือ?”
“ถ้าอย่างนั้นหากข้าได้พบกับเจ้าเร็วหน่อย ไฉนต้องทนรับความ ทุกข์ทรมานมากมายขนาดนั้นอยู่ในคุกของกาแพงเมืองปราณกระบี่ กว่าจะได้กลายเป็ นผู้ฝึกกระบี่คนหนึ่งด้วยเล่า?”
หวังเจี่ยทาท่าจะอ้าปากพูด
เฉินผิงอันกลับโบกมือ “ใช ้กลหลอกล่อข่มขู่ให้คนกลัวเพื่อหวัง ผลประโยชน์ ใครบ้างทีท าไม่เป็ น พี่ชายคนรู ้ใจ ข้าคือคนเก่าแก่ใน ยุทธภพ หากจะพูดถึงระดับความโชกโชนของประสบการณ์ในยุทธ ภพแล้วล่ะก็ พวกคนหนุ่มอย่างซ่งเกาหยวนหลายคนรวมกันก็ยังสู้ข้า ไม่ได้เลย”
หนิงเหยาที่มองดูเหมือนหลุบตาลงต่าทาสมาธิอยู่ตลอดกลอกตา มองบนอย่างว่องไว
เฉากุ่นมองสบตากับเสวียนเชิน เจ้าเด็กซ่งเกาหยวนผู้นี้มี คุณธรรมมีความสามารถใด ชื่อของเขาถึงได้อยู่หน้าพวกเขา “หลายคน?
แต่ฉายาใหม่ที่เพิ่งออกจากเตาอย่าง “พี่ชายคนรู ้ใจ” นี้ก็น่าฟัง มากจริงๆ หากหวังซินสุยอยู่ที่นี่ด้วยจะต้องพูดจาเป็ นธรรมประโยค หนึ่งบอกว่า พออิ่นกวานลงมือ ก็รู ้แล้วว่ามีหรือไม่มี!
“ตามหลักแล้ว พูดถึงเรื่องจิตใจและเรื่องของการกระทาบนภูเขา ล่างภูเขา หากยังเกี่ยวพันไปถึงความผิดความถูกด้วยล่ะก็ ดู เหมือนว่านับแต่โบราณมาก็คือบัญชีเลอะเลือนที่ไม่อาจแยกแยะได้ อย่างแท้จริง พูดถึงแค่ตอนที่บุกเดี่ยวท่องไปในยุทธภพ เคยได้ยินคน พูดถึงหลักการเหตุผลข้อหนึ่งที่ค่อนข้างฟังไม่ขึ้น ไม่ถามความถูก ความผิด แต่ดูว่าตอนนี้เป็ นธรรมะหรืออธรรม”
เงียบไปพักหนึ่ง เฉินผิงอันก็ยื่นมือไปตบพนักเก้าอี้เบาๆ ตามจิต ใต้ส านึก ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก็เคลื่อนสายตามองไปทางซื่อถูจีอวี้ และผูเหอ ยิ้มถามว่า “ได้ยินถ้อยคาจากใจจริงของสหายซวีจวินแล้ว แม้ในใจจะโมโหก็จริง แต่พอลองเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ เดียวกับเขาก็เหมือนว่าจะสมเหตุสมผลไม่ใช่หรือ? อย่างมากก็แค่ เป็ นคนถ่อยคนหนึ่งเท่านั้นไม่ใช่พวกชั่วร ้ายเลวทรามอะไร?”
ซือถูจีอวี่พยักหน้า เหตุผลคือเหตุผลข้อนี้ ทว่าต่อให้วันนี้ไม่ สังหารหวังเจี่ย วันหน้าศิษย์ลูกศิษย์หลานของสหายซวีจวินผู้นี้ลง จากภูเขาไปหาประสบการณ์ก็ยังต้องระวังพวกเขาอยู่ดี
ผูเหอใช้ฝ่ ามือสองข้างดันกัน ถูมือไม่หยุด เอ่ยว่า “เข้าใจส่วน เข้าใจ แต่กลับรู้สึกคันมือมากกว่า”
เฉิ นผิงอันมองไปที่พวกเฉากุ่นสามคนอีกครั้ง “ดังนั้น สถานการณ์นี้จึงเป็ นการตั้งใจอย่างมาก แรงไฟเหมาะสมดีเยี่ยม เพราะเอาไว้ใช้รับมือกับคนฉลาดโดยเฉพาะ”
้
้