ตอนที่ 3082
บทที่ 1115.3 ขอบเขตจะเฉลี่ยให้เท่ากันได้อย่างไร
October 21, 2026
ก่อนหน้านี้บินทะยานเฒ่าที่เป็ นผู้นาบนภูเขาหนึ่งทวีปผู้นี้มีสี หน้าเมตตาใจดีราวกับเป็ นผู้ฝึกลมปราณห้าขอบเขตล่างที่เพิ่งเคย ออกมาเผชิญโลกกว้าง
ทุกวันนี้อยู่ในฝูเหยทวีปก็เรียกได้ว่าเหมือนเข้ามาในดินแดนไร ้ ผู้คน หดย่อพื้นที่หนึ่งก้าวก็ตรงดิ่งมายังเรือนส่วนตัวที่อยู่ริมลาคลอง ใต้ดิน เลิกเปลือกตามองขึ้นสูงไปยังศาลาริมน้าที่มีม่านไม้ไผ่ห้อย แขวนอยู่สามด้าน
จิงเฮาเอาสองมือไพล่หลัง ยิ้มตาหยีเอ่ยว่า “สหาย ทาไมไม่ว่าจะ เดินไปที่ไหนก็ต้องได้พบเจอเจ้าที่นั่นอยู่เสมอ ตั้งใจมาดักขวางทาง ข้าหรือไร หรือว่าได้ถ้าสวรรค์ฉางอวี่ไปครองแล้วรู ้สึกผิด ก็เลยจะแวะ มาขออภัยถึงบ้าน?”
เกาอี้มองลอดทะลุม่านไม้ไผ่มาเห็นผู้ฝึ กตนเฒ่าที่อยู่ข้างนอก หัวใจก็บีบรัดตัว นี่ก็น่าจะเรียกว่าเป็ นโจรแล้วใจฝ่ อกระมัง
มีเจิ้งตั้นคอยปกป้ องมรรคา ทาให้ช่วงชิงเอาซากปรักถ้าสวรรค์ แห่งนั้นมาจากมือของบินทะยานสองคนได้ เกาอี้ไม่รู ้สึกว่าร ้อนลวก มือเลยสักนิด
ทุกวันนี้เจิ้งตั้นตัดขาดความสัมพันธ ์กับเขาแล้ว ถึงขั้นที่ว่า แม้กระทั่งคาพูดทาร ้ายจิตใจกันที่บอกว่าต่อให้เขาไปโขกหัวที่หน้า
ประตูเมืองของนครจักรพรรดิขาวก็ไม่มีประโยชน์ก็ยังพูดออกมาแล้ว เกาอี้จึงรู ้สึกเหมือนตัวเองเป็ นคนยากจนที่ดื่มเหล้าไม่เก่ง จู่ๆ ถูก กรอกเหล้าฤทธิ์แรงเข้าปากอีกใหญ่ จะอ้วกออกมาก็ตัดใจไม่ลง จะ กลืนลงไปก็กังวลว่าจะร ้อนลวกล าคอ เผาไหม้ตับไตไส้พุง
เจิ้งตั้นขมวดคิ้วเอ่ย “รู ้สึกขวางหูขวางตาก็ไปไกลๆ หน่อย”
จิงเฮาหัวเราะหยัน “สถานที่แห่งนี้คือจวนส่วนตัวของคนรุ่นศิษย์ หลานช้า สหายท าอะไรไร ้คุณธรรม แต่กลับพูดจาตลกขบขันยิ่งนัก”
เกาอี้กระอักกระอ่วนอย่างถึงที่สุด เหลือบมองเจิ้งตั้นอย่าง ระมัดระวัง รวมไปถึงสาวใช้ส่วนชาปี้ที่ยังคงต้มเหล้าด้วยสีหน้าเป็ น ปกติธรรมชาติ
เจิ้งตั้นกล่าวอย่างเฉยเมย “เจ้าขุนเขาเฉินกับส านักศึกษาไหล หยวนเป็ นคนเชิญให้ข้ามาพักอยู่ที่นี่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง”
จิงเฮาขมวดคิ้วถาม “เจ้าขุนเขาเฉินไหน?”
เจิ้งตั้นย้อนถาม “ท าไมสหายจิงไม่ถามล่ะว่าส านักศึกษาไหล หยวนไหน?”
เกาอี้ยิ่งตึงเครียดมากกว่าเก่า คาพูดนี้ไม่เหมาะสม ตั้งตัวเป็ น ปรปักษ์กันอย่างชัดเจนแต่กลับต้องเป็ นตนที่วางตัวไม่ถูกที่สุด
จิงเฮาหดมือไว้ในชายแขนเสื้อ ทามุทราเงียบๆ อยู่พักหนึ่งสีหน้า ก็พลันแปรเปลี่ยนก่อนจะหัวเราะดังกังวานว่า “ที่แท้ก็เป็ นเพื่อนของ
เพื่อน บังเอิญยิ่งนัก ได้เลยๆ สถานที่แห่งนี้มีค่าแค่ไม่กี่แดงเท่านั้น อย่าได้รังเกียจว่ามอซอเกินไปก็พอ ถือว่าเป็ นสถานที่พักผ่อนที่มอบ ให้กับสหายเจิ้งและเจ้าสานักเกาก็แล้วกัน!”
เจ้าคือหุนเจ่อของนครจักรพรรดิขาว แต่ที่พึ่งที่แท้จริงของภูเขา ชิงกงข้าคืออาจารย์ของเจิ้งจวีจงเชียวนะ
เมื่อเซียนกระบี่เจิ้งตั้นจากไป เจ้าสานักหนุ่มที่ปีกยังไม่กล้าขายัง ไม่แข็งมากพออย่างเกาอี้ สานักของเขาไม่มีขาให้เดินออกไปจาก หลิวเสียทวีปได้ อายุน้อยอารมณ์พลุ่งพล่านท าอะไรไร ้กฎระเบียบ อาศัยแค่ความชื่นชอบส่วนบุคคล แค่มองก็รู ้แล้วว่าเป็ นพวกไม่รู ้ ประสา เรื่องอย่างดวงนี้ แม้จะล้าค่าก็จริง แต่ก็เหมือนเกี๊ยวน้ามื้อหนึ่ง ที่ตระกูลคนยากจนจะได้กินแค่วันปีใหม่เท่านั้น ไม่อาจกินแทนข้าว สามมื้อทุกวันได้
ข้าไม่เชื่อจริงๆ ว่าเจิ้งจวีจงจะปกป้ องเจ้าสานักเกาที่ไม่มีความ เกี่ยวข้องอะไรกัน เจิ้งจวีจงถูกใจผีเขียนเจิ้งตั้น ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ หากเห็นเซียนกระบี่เกาอยู่ในสายตา ข้าจิงเฮาก็จะเขียนชื่อกลับจาก หลังมาหน้าเลย!
แน่นอนว่าเขากริ่งเกรงอิ่นกวานหนุ่มแซ่เฉินคนนั้นมาก
แต่พูดจากใจจริง คนของภูเขาลั่วพั่ว จิงเฮาหวาดกลัวเด็กชาย ชุดเขียวที่สามารถเรียกขานตัวเองเป็ นพี่เป็ นน้องกับ “เฉินเซียนจวิน” ผู้เป็ นเจ้าของภูเขาชิงกงที่แท้จริงมากกว่า
เหล้าหลายมื้อที่ดื่มไปบนภูเขาลั่วพั่ว ทาให้เขาเหนื่อยใจจริงๆ
ไม่รู ้ว่าเหตุใด เวลาอยู่บนโต๊ะสุรา เฉินหลิงจวินมักจะหาโอกาส ดื่มสุราคารวะตนเสมอแล้วก็ถือโอกาส “ช่วย” พูดคาพูดดีๆ ถึง “เฉินจั๋วหลิว” อยู่เสมอด้วย
และการแสดงออกของคนพิฆาตมังกรที่หัวเราะร่ามองจิงเฮา ไม่ ว่าจิงเฮาจะดื่มหรือไม่ดื่มก็ล้วนผิดไปหมด ไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองดื่ม สุราคารวะหรือสุราลงทัณฑ์กันแน่
ภูเขาลั่วพั่วที่ลึกล้าจนมิอาจคาดเดาแห่งนั้น บินทะยานไม่บิน ทะยานอะไร ล้วนไม่ได้ช่วยอะไรเลย
เจิ้งตั้นกับสู่หนันยวน หรือแม้กระทั่งสองสานักบนและล่างของ ภูเขาชิงกง ต่างก็รู ้สึกว่าการออกเดินทางไกลของเขาครั้งนี้ก็เพื่อ “รวบรวมก าลังคน ร่วมมือกับสหายเก่าแก่ต่างถิ่นของทวีปอื่น
คนใบ้กินหวงเหลียน ไม่อาจบอกกล่าวเหตุผลออกไปได้
และในขณะที่จิงเฮายังใคร่ครวญคาว่า “เชิญ” ที่เจิ้งตั้นพูด ออกมาว่านางแสร ้งพูดให้เป็ นเรื่องใหญ่หรือไม่ ด้านหลังก็มีเสียงทุ้ม นุ่มที่คุ้นเคยอย่างถึงที่สุดดังขึ้นมา “สหายจิง เพิ่งจะไม่ได้เจอกันแค่ ไม่กี่วัน พวกเราก็ได้กลับมาเจอกันอีกแล้วนะ”
จิงเฮารีบหันตัวกลับไปคารวะ ยิ้มเอ่ยว่า “คารวะเจ้าขุนเขาเฉิน เซียนกระบี่หนิง เจ้าส านัก…เฉา”
เดิมทีอยากจะเรียกชื่อจริงของผู้เยาว์อย่างเฉากุ่นออกมาตรงๆ แต่ค าพูดมารออยู่ตรงปากแล้ว จิงเฮาก็ยังเลือกจะเปลี่ยนคาพูดเสีย ใหม่
เพราะถึงอย่างไรเจ้าเด็กนั่นก็ยืนอยู่ข้างกายเฉินผิงอันกับหนิง เหยา พูดให้ถูกก็คือ ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างพวกเขา
ถ้าอย่างนั้นจิงเฮาก็รู ้แล้วว่าควรจะต้องทาเช่นไร
การทาเช่นนี้คือการกระทาอย่างตั้งใจ เห็นได้ชัดว่าอิ่นกวาน หนุ่มต้องการช่วยให้คนบ้านเดียวกันสายอิ่นกวานคฤหาสน์หลบร ้อน มายุให้เขาจิงเฮา “ดื่มสุราเยอะๆ
บนยอดเขาบรรพบุรุษของส านักฟางชุ่นที่เฉากุ่นอยู่มีหน้าผาหิน เดียวดายแกะสลักตัวอักษรสองคาว่า “ปู่เทียน” คือหนึ่งในผลงานจริง ที่มีไม่มากของผู้ที่เป็ นความภาคภูมิใจแห่งโลกมนุษย์คนนั้น
บรรพบุรุษเปิดขุนเขามีฉายาว่าฉางเซิงได้ไปสร ้างห้องหนังสืออยู่ ที่นั้น ก็ตั้งชื่อว่า “ฉางเซิง” เช่นเดียวกัน เจ้าส านักแต่ละรุ่นต่อจาก เขาต่างก็มาอ่านตาราฝึกตนกันอยู่ที่นี่ จุดที่มหัศจรรย์ที่สุดนั้นอยู่ที่ ฉายาว่า “ฉางเซิง” นี้ ได้สืบทอดกันมารุ่นแล้วรุ่นเล่า ราวกับเป็ น ยศถาบรรดาศักดิ์ที่สืบทอดกันในราชสานักของล่างภูเขา นี่คือ เกียรติยศอันยิ่งใหญ่ที่มีเฉพาะเพียงหนึ่งเดียวในประวัติศาสตร ์ของใต้ หล้าไพศาล
เนื่องจากบรรพจารย์รุ่นแรกของสานักฟางชุ่นเคยติดตามหลี่เซิ่ง เดินทางไปนอกฟ้ า ไล่ล่ากากเดนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่ามกลางดินแดนไท่ซ วีอันกว้างใหญ่หาที่สิ้นสุดไม่ได้ร่วมกับผู้ฝึกตนขอบเขตบินทะยาน กลุ่มนั้น
และนักพรต “ฉางเซิง” ที่อายุขัยการฝึ กตนแค่ร ้อยปี ก็ได้บิน ทะยานท่ามกลางเมฆเรองผู้นี้ก็ไปตายอยู่ที่นอกฟ้ า ก่อนตายเขามี คาสั่งเสีย บอกว่าหวังให้ลูกศิษย์ในสานักสามารถสืบทอดฉายาของ ตนได้
สักวันหนึ่งเมื่อสานักฟางชุ่นมีใครที่ได้ผสานมรรคาเลื่อนเป็ น ขอบเขตสิบสี่ สามารถเป็ นอมตะ (ฉางเซิง) บนมหามรรคาได้อย่าง แท้จริงแล้วก็ค่อยคืนฉายาที่ล้าค่านี้กลับคืนไปให้ใต้หล้าไพศาล
หลี่เซิ่งรับปากเรื่องนี้ด้วยตัวเอง
ในเมื่อเป็ นเรื่องที่หลี่เซิ่งตัดสินใจแล้ว เป็ นเหตุให้หลายพันปีให้ หลัง ท่ามกลางผู้ฝึกลมปราณที่มีมากมายของใต้หล้า ต่อให้น้าลาย สออยากครอบครองฉายาสองค าว่า “ฉางเชิง” แค่ไหน ก็ได้แต่เบิกตา มองมาเท่านั้น ไม่กล้ามีใจซ่อนเร ้นมุ่งหมายและการกระทาที่ล้าเส้น ใดๆ
และเจ้าส านักคนก่อนของส านักฟางชุ่นก็เป็ นขอบเขตบินทะยาน เช่นกัน พรสวรรค์ในการหลอมวัตถุเรียกได้ว่าเดินขึ้นสู่ยอดเขาสูงสุด ชื่อเสียงทั้งบนและล่างภูเขาของหลิวเสียทวีป ไม่ว่าจะเป็ นนิสัยใจคอ
หรือพฤติกรรม เมื่อเทียบกับจิงเฮาที่เป็ นผู้นาเซียนซือของหนึ่งทวีป แล้วก็ล้วน….ดีกว่าอยู่หลายส่วน
้