ตอนที่ 3084
บทที่ 1116.1 ภูเขาและทะเลเคลื่อนไหวอย่างน่าอัศจรรย์
October 21, 2026
เหนือมหาสมุทรก่อเกิดดวงจันทร ์
คาว่า “เกิด” นี้ยอดเยี่ยมมหัศจรรย์เป็ นที่สุด ให้รสชาติละเมียด ลึกตราตรึงไม่รู ้จบ
ต่อให้เป็ นเซียนกระบี่คนหนึ่ง ใช ้วิธีการปล่อยดวงจิตเดินทาง ต่อ ให้ความเร็วในการขี่กระบี่จะเร็วมากแค่ไหน ก็ยังสู้ยันต์สามภูเขาที่ สามารถข้ามทวีปไปมาได้ตามใจชอบ แล้วก็เทียบกับเรือราตรีลานั้น ไม่ได้อย่างแน่นอน
กายธรรมล่องลอยพุ่งผ่านพันหมื่นเกาะกลางมหาสมุทร เหนือ มหาสมุทรที่กว้างใหญ่ปราณกระบี่ที่ยิ่งใหญ่ไพศาลแหวกผ่าทะเลเมฆ ไปนับไม่ถ้วน เงาร่างสีเขียวแหวกเส้นทางที่ยาวมากเส้นแล้วเส้นเล่า อยู่ท่ามกลางก้อนเมฆ
บางครั้งมีเผ่าน้าเงยหน้ามองด้วยความตะลึงพรึงเพริดก็เห็นเพียง แสงกระบี่สีเขียวเปล่งวาบหายไป เดี๋ยวผลุบเดี๋ยวโผล่ ครู่หนึ่งต่อมาถึง จะตามมาด้วยเสียงอสนีบาตดังสะเทือนแก้วหู ก้องสะท้อนอยู่ระหว่าง ผืนฟ้ าและผืนน้าที่เงียบสงัด
บางครั้งเซียนกระบี่ก็ลดร่างที่ขี่กระบี่ลงมา ปราณกระบี่แหวกผ่า ลูกคลื่น ยามที่ผ่านเกาะบางเกาะที่ตั้งอยู่อย่างเดียวดายนอกทะเล สี เขียวกลางภูเขาก็โน้มเอียงไปด้านหนึ่งเสียงขู่ๆ แว่วดัง
ผ่านจวนเซียนบนทะเลไม่ทราบชื่อแห่งหนึ่ง สิ่งปลูกสร ้างงดงาม หรูหราเรียงรายสลับสล้าง แสงไฟจุดสว่างไสว
ขณะที่เรือนกายสีเขียวเกือบจะพุ่งเป็ นเส้นตรงชนเข้ากับเกาะก็ พลันแบ่งแยกออกเป็ นแสงกระบี่หลายสิบเส้น บ้างสูงบ้างต่า อ้อมผ่าน ภูเขาบรรพบุรุษลูกนี้ไปได้พอดี
แสงกระบี่พร่างพราวที่แยกจากกันเมื่อเจอภูเขา ลากวิถีโคจร ของเส้นแสงที่สะดุดตาไว้กลางอากาศเส้นแล้วเส้นเล่า ล าแสงเป็ น ประกายระยิบระยับ ก่อนจะไปรวมตัวกันเป็ นเส้น เส้นหนึ่งอีกครั้ง เหนือผิวน้าทะเลห่างไปร ้อยกว่าลี้
ระหว่างที่ผลัดเปลี่ยนลมหายใจก็ชะลอแสงกระบี่ให้ช ้าลง เฉินผิง อันเผยกาย วาดเส้นครึ่งวงโค้ง คนชุดเขียวพลิ้วกายเหนือผิวน้า มหาสมุทร เดินก้าวยาวๆ ลุยคลื่นไป ชายแขนเสื้อสองข้างโบกสะบัด ด้านในเต็มไปด้วยลมทะเล
คิดอยากจะเจอเรือลาหนึ่งบนมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ไพศาล หรือไม่ก็ผู้ฝึ กลมปราณทะยานลมเดินทางไกลสักคนก็ไม่ต่างอะไร จากการงมเข็มในมหาสมุทร
แต่คืนนี้เฉินผิงอันกลับเจอคนคนหนึ่งจริงๆ คนผู้นี้บังคับเรือยันต์ ติดตามเมฆหลากสีงดงามใต้แสงจันทร ์พร่างพราวมาช ้าๆ ผู้ฝึกตน หนุ่มโยนคันเบ็ดลงไปท่ามกลางทะเลเมฆ
เฉินผิงอันหยุดเท้าอยู่ริมเขตของทะเลเมฆหลากสี คนหนุ่มที่ตก ปลาอย่างมีอารมณ์สุนทรีเลิกเปลือกตาขึ้น เปิดปากสอบถามด้วย ภาษากลางของทักษินาตยทวีป “ใครกัน?”
เฉินผิงอันคลี่ยิ้มบางๆ ใช ้ภาษากลางของทวีปนั้นตอบกลับไป ด้วยสาเนียงที่ถูกต้องชัดเจน “เทพเซียนพสุธาที่ออกทะเลมาเยี่ยม เยือนเซียน”
คนหนุ่มบิดหมุนข้อมื้อ กระตุกคันเบ็ดสลายเหยื่อ ทะเลเมฆหลาก สีเกิดริ้วกระเพื่อมเป็ นระลอก เขากระชากสายคันเบ็ดกลับมา เกี่ยว เหยื่อล่อปลาที่ทาด้วยวิธีการลับไปที่ตะขออีกครั้ง โยนคันเบ็ดออกไป เสียงลมหวีดหวิว เส้นเอ็นสีทองที่เล็กบางจนแทบมองไม่เห็นยาวร้อย กว่าจั้ง คนหนุ่มหัวเราะ “คนบนเส้นทางเดียวกันหรือ?”
เฉินผิงอันพยักหน้า “เป็ นปรมาจารย์ในด้านนี้ ไม่พ่ายแพ้ให้แก่ ผู้ใด”
คนหนุ่มหลุดหัวเราะพรืด แล้วก็ไม่เปิดปากพูดอะไร ส่วนคนชุด เขียวท่าทางประหลาดน่าสงสัยคนนั้นก็เพียงแค่ยืนอยู่ที่เดิม เรือนกาย พลิ้วไสวไปตามก้อนเมฆ เขามองดูอยู่อย่างนั้นเกือบครึ่งชั่วยาม มี ความอดทนดีเยี่ยม
คนหนุ่มจึงได้แต่เปิดปากเอ่ยว่า “มักจะต้องนั่งอยู่เฉยๆ เป็ นเวลา หลายสิบวัน ก็ยังไม่เคยได้ปลาสักครั้ง หากสหายอยากจะรอให้ข้าตก
ปลาหางหงส์หลากสีตัวหนึ่งขึ้นมาได้แล้วค่อยจากไป เกรงว่าจะต้อง ผิดหวังแล้ว”
เฉินผิงอันผงกปลายคาง ถามว่า “ขอข้าดูข้องใส่ปลาหน่อยได้ ไหม?”
ตรงหัวเรือมีข้องใส่ปลาสานจากไม้ไผ่ใบหนึ่งผูกไว้ มันผลุบหาย อยู่ในก้อนเมฆ ระดับขั้นไม่ต่า เห็นได้ชัดว่าเป็ นข้องราชามังกรบน ภูเขาชิ้นหนึ่ง
คนหนุ่มยิ้มเอ่ย “เห็นว่ารอบด้านไม่มีใคร มั่นใจว่าข้าไม่มีผู้ ปกป้ องมรรคา รังแกที่ข้าขอบเขตไม่สูง เลยคิดจะฆ่าคนชิงทรัพย์ อย่างนั้นหรือ?”
เฉินผิงอันยิ้มบางๆ “สหายมาจากต้าหรางสุ่ยของทักษินาตยทวีป ใช่หรือไม่?”
ชายหนุ่มที่ตรงเอวห้อยตราประทับหยกโบราณชิ้นหนึ่งเอาไว้ ขมวดคิ้วไม่พูดจา คนผู้นี้มีการเตรียมการมาก่อนหรือ? ทั้งต้องการ ข้องราชามังกร แล้วก็ต้องการของแทนตัวที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ชิ้นนี้ด้วย? ผู้ฝึกตนอิสระบนทะเลในทุกวันนี้ กะเพราะใหญ่ไม่น้อย เลยนะ
คงไม่ใช่ว่ามาเจอกับกากเดนแห่งเปลี่ยวร ้างที่ซ่อนตัวอยู่ในทะเล หรอกนะ?
ดีมาก ปลาน้อยไม่ได้ แต่ได้ปลาใหญ่มากินแทน ก็ให้ข้าเป็ นคน ชั่งน้าหนักของคนผู้นี้ดูแล้วกัน
หลงเฉิงบรรพจารย์บุกเบิกภูเขาของต้าหรางสุ่ย หรือก็คือ อาจารย์ปู่ ของคนหนุ่มผู้นี้เคยได้กล่องหินบรรพกาลที่มีเทพคอย คุ้มครองใบหนึ่งมาจากแม่น้าหรางสุ่ย ในกล่องมีตราประทับห้าชิ้น หลงเฉิงเก็บตราประทับหยกไว้แค่ชิ้นเดียว ชิ้นอื่นๆ ที่เหลือล้วนมอบ ให้กับศาลบุ๋น หลงเฉิงตั้งใจหลอมตราประทับหยกชิ้นนั้นนานสาม ร ้อยปี จนมันกลายเป็ นสมบัติพิทักษ์ส านักของต้าหรางสุ่ย แทบจะ มองเป็ นของแทนตัวของเจ้าสานักได้เลย เวลานี้ก็ห้อยอยู่ตรงเอวของ ผู้ฝึกตนหนุ่มคนนี้
คนหนุ่มเก็บคันเบ็ด ลุกขึ้นยืน บอกกล่าวสถานะตัวเอง “หลิวเซีย งจากสายจวนไฉ่จือต้าหรางสุ่ย ขอสหายโปรดบอกกล่าวชื่อแซ่และ การสืบทอด”
เฉินผิงอันโบกมือ บอกเป็ นนัยว่าตัวเองไม่คิดจประลองมรรคกถา ด้วย ยิ้มเอ่ยว่า “ข้าสนิทกับหยวนชิงสู่มาก”
คนหนุ่มยิ้มถาม “แล้วอาจารย์อาหยวนสนิทกับเจ้าด้วยหรือไม่?”
เฉินผิงอันพยักหน้า “สนิทมากเหมือนกัน”
หลิวเซียงหรี่ตา ร ้องอ้อหนึ่งที “ทาไมไม่บอกเลยล่ะว่าในร ้านของ เจ้าแขวนป้ ายสงบสุขปลอดภัยไว้แผ่นหนึ่ง เขียนประโยคที่ว่า “ใต้ หล้าแห่งนี้ควรรู ้ว่าข้าหยวนชิงสู่คือเซียนกระบี่?”
คิดไม่ถึงว่าเจ้าหมอนั่นจะหน้าหนาไม่เบา ยังคงพยักหน้าเอ่ยว่า “สหายช่วยพูดประโยคที่ข้าอยากพูดพอดี”
โชคดีที่หลิวเซียงฝึกฝนจิตใจมาได้ไม่เลว ไม่อย่างนั้นเขาก็คง เปิดปากก่นด่าไปแล้ว ข้าผู้อาวุโสมาตกปลาอยู่บนทะเลใต้ที่ห่างจาก แจกันสมบัติทวีปไกลขนาดนี้ เจอกับคนผู้หนึ่งที่ผ่านทางมา เขากลับ จะบอกว่าตัวเองคืออิ่นกวานคนสุดท้ายของกาแพงเมืองปราณกระบี่ อย่างนั้นหรือ?!
เป็ นผู้ฝึกตนอิสระที่เห็นทรัพย์สมบัติแล้วเกิดความโลภที่โง่ หรือ เห็นข้าหลิวเซียงเป็ นคนโง่กันแน่?
เฉินผิงอันกล่าว “ลี่ไฉ่เคยมอบน้าเต้าเลี้ยงกระบี่ที่ปริแตกลูกหนึ่ง คืนให้กับต้าหรางสุ่ย”
หลิวเซียงคลางแคลงไม่แน่ใจ เจ้าหมอนี่รู ้เรื่องลับวงในระดับนี้ได้ อย่างไร?
ต้าหรางสุ่ยมีสายสืบทอดทั้งหมดห้าสาย ของตกทอดชิ้นนั้นก็ เป็ นของสายผู้ฝึกกระบี่ที่อาจารย์อาหยวนเป็ นผู้บุกเบิก เซียนกระบี่ลี่ แห่งทะเลสาบกระบี่ฟูผิงเป็ นผู้มอบมันให้กับจวนชุยลั่วของต้าหรางสุ่ย จริงๆ
เฉินผิงอันกล่าว “เซียนกระบี่หยวนติดสุรา เคยยิ้มพูดกับเกาขุย บนหัวก าแพงเมืองว่าใช ้น้าเต้าเลี้ยงกระบี่บรรจุเหล้า เอานามของ
ปี ศาจใหญ่มาเป็ นกับแกล้ม รสชาติล้าเลิศหาที่สิ้นสุดไม่ได้ เอร็ดอร่อยเป็ นอันดับหนึ่ง”
หลิวเซียงถาม “เจ้าเป็ นเทพเซียนจากที่ใดกันแน่?!”
มารดามันเถอะ หากเจ้าคืออิ่นกวานหนุ่มผู้นั้นจริงๆ ข้าก็จะใช ้แซ่ ตามเจ้าเลย!
สรุปก็คือหลิวเซียงไม่เชื่อว่าเจ้าคนชุดเขียวตรงหน้าผู้นี้ก็คือ เซียนกระบี่เฉินที่เขาคิดถึงอยู่ตลอด ใต้หล้านี้ไหนเลยจะมีเรื่อง บังเอิญขนาดนั้น
อีกอย่างหลายปีมานี้เซียนกระบี่อย่างพวกลิ่ไฉ่ที่ทยอยกันมาเป็ น แขกที่ต้าหรางสุย พวกเขาต่างก็พูดกันว่าอิ่นกวานคนใหม่ที่เปิดเผย สถานะอย่างตรงไปตรงมาเป็ นครั้งแรกที่เรือนชุนฟานภูเขาห้อยหัวมี กลิ่นอายสังหารเข้มข้นจนเกือบจะสังหารได้แม้กระทั่งตัวเอง…ในข้อนี้ หลิวเซียงอาศัยเรื่องเล่าลือและข่าวเล็กๆ น้อยๆ บนภูเขามาพิสูจน์ถึง ค ากล่าวของผู้ดูแลและเจ้าของเรือข้ามทวีปบางคนแล้ว อิ่นกวาน หนุ่มผู้นั้นทาอะไรรวดเร็วฉับไว เคยจะปิดประตูฆ่าคนเพียงเพราะพูด ไม่เข้าหูกันค าเดียว