ตอนที่ 3092
บทที่ 1118.1 รวบรวมกลุ่มภูเขาให้เป็นภูเขาเดียว
October 21, 2026
บทที่ 1118.1 รวบรวมกลุ่มภูเขาให้เป็นภูเขาเดียว ครานั้นฝนตกลงมา ต่างคนต่างถือร่ม น้ำฝนไหลหลั่งไม่ขาดสายยิ้มแย้มพูดคุยยาวนาน
จูเหลียนแอบปลีกตัวจากงานที่ยุ่งวุ่นวายมาที่ซุ้มหน้าประตูภูเขา ต้องการพูดแสดงความยินดีกับเทพเซียนผู้เฒ่าเจี่ยด้วยตัวเอง
เทพเซียนผู้เฒ่าเจี่ยมักจะมาที่ตีนเขาบ่อยๆ มาพูดคุยกับนักพรตเซียนเว่ยที่คุ้นเคยความยากลำบากสูงอย่างเป็นกันเอง
เจอใครก็บอกว่าเป็นคนรู้ใจ เจอใครก็จะเรียกว่าเป็นพี่เป็นน้อง มิตรภาพอันยาวนานสุดท้ายแล้วก็คือความเรียบง่ายอันสามัญ
พ่อครัวเฒ่ากับเทพเซียนผู้เฒ่าเจี่ยกลับไม่ใช่คนประเภทนี้ คือความสัมพันธ์อันยอดเยี่ยมที่สั่งสมจากวันเป็นเดือนจากเดือนเป็นปี ถือเป็นไฟอ่อนเคี่ยวช้าจนได้รสชาติอร่อยล้ำจิบสุราเบาๆ ให้ชื่นบานเห็นหัวใจที่แท้จริง
ทุกวันนี้ภูเขาลั่วพั่วมีเรือข้ามทวีปสองลำ ลำหนึ่งคือเรือเฟิงยวนที่เจ้าขุนเขาเฉินอาศัยความสามารถ “ยืมมา’ จากราชสำนักเสวียนมีแผ่นดินกลาง ลำหนึ่งคือ “เหลยเช่อ” ลำใหม่เอี่ยมที่ซื้อมาจากสกุลเหยาต้าเฉวียนของเป่าผิงทวีป และเฉี่ยเฉิงที่เพิ่งเป็นผู้ดูแลรองของเรือเฟิงยวนได้ไม่นานก็จะได้เลื่อนขั้นตำแหน่งขุนนางแล้ว เพราะก่อนที่เจ้าขุนเขาจะปิดด่านก็ตัดสินใจให้เทพเซียนผู้เฒ่าเจี่ยทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลหลักของเรือข้ามฟากเหลยเช่อ ส่วนตัวเลือกที่จะให้รับผิดชอบคุ้มกันเรือข้ามทวีปลำนี้ก็ให้เจี่ยเฉิงเป็นคนเลือกด้วยตัวเอง
เทพเซียนผู้เฒ่าเจี่ยได้ยินเสียงพิณก็รู้ซึ้งความหมายอันสง่างาม ภูเขาเบื้องบนของพวกเราจะลงมือต่อสำนักเบื้องล่างแล้ว
เทพเซียนผู้เฒ่าเจี่ยที่ทำหน้าที่เป็นผู้บรรยายหลักที่สำนักศึกษาของสำนักกระบี่ชิงผิงแน่นอนว่าต้องทุ่มหน้าแก่ๆ นี้ออกไปอย่างสุดความสามารถ
จูเหลี่ยนบอกว่าเทพเซียนผู้เฒ่าเจี่ยมีงานให้ต้องยุ่งแล้ว เจี่ยเฉิงทอดถอนใจอย่างปลงอนิจจัง อย่างผินเต้านี้ถือว่ายุ่งเสียที่ไหน เทียบกับเจ้าขุนเขาและอาจารย์ผู้เฒ่าจูแล้วก็แค่เรื่องเล็กน้อยที่เป็นผู้ช่วยให้กับคนที่ต้องเหน็ดเหนื่อยอย่างแท้จริงต่างหาก
ให้ผินเต้าทำสิ่งนี้สิ่งนั้น นี่ก็คือการวางภาระลงบนบ่าของผินเต้าหรือ? ไม่ใช่เลย เจ้าขุนเขาแบกภาระบนบ่าของตนต่างหาก
หากมีตรงไหนที่ทำไม่ถูก ด้วยนิสัยและความใจกว้างของเจ้าขุนเขาแล้วย่อมไม่มีทางโทษคนอื่น มีแต่จะโทษตัวเอง
พูดคุยความในใจกับเทพเซียนผู้เฒ่าเจี่ยมักจะผ่อนคลายสบายอารมณ์เสมอ
พูดคุยกันอย่างเบิกบาน ระหว่างที่ต่างฝ่ายต่างบอกลากันอย่างอาลัยอาวรณ์ จูเหลี่ยนบอกกับเทพเซียนผู้เฒ่าเจี่ยว่าหากมีเวลาว่างก็ไปนั่งที่หอบูชากระบี่บ่อยๆ
เจี่ยเฉิงค่อนข้างลังเล เขาอยากไปกราบภูเขาที่นั่นนานแล้ว ก็แค่กังวลว่าจะถ่วงรั้งการหลอมกระบี่ฝึกตนของผู้ถวายงานกานถัง
จูเหลี่ยนยิ้มบอกว่าไม่หรอก
เทพเซียนผู้เฒ่าเจี่ยจึงทะยานลมกลับไปที่ตรอกฉีหลง ไปเตรียมเหล้าและของว่างมาก่อนจะเดินเท้าขึ้นเขา ไปที่หอบูชากระบี่แต่กลับได้รับคำตอบว่าเฒ่าหูหนวกที่เพิ่งได้ฉายาใหม่ว่ากานธรรมดาไปสอนหนังสือที่ภูเขาเตี้ยวอวี ไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่
เทพเซียนผู้เฒ่าเจี่ยจึงยืนอยู่ใต้ชายคา ทำลมปราณให้นิ่งทำจิตใจให้สงบ หลบฝนพลางรอคนไปด้วย
ก่อนหน้านี้ตอนที่เจ้าขุนเขากับผู้พิทักษ์ขวาเดินเล่นไปที่ภูเขาเตี้ยวอวีด้วยกันได้พูดว่าตัวเองติดค้างหนี้น้ำใจและหนี้ตัวอักษรมากมาย นั่นไม่ใช่คำพูดที่เกินจริงเด็ดขาด
ที่ห้องกระบี่ของยอดเขาจี้เช่อจะต้องได้รับกระบี่บินส่งข่าวหลายฉบับที่ไม่อาจคาดเดาได้เลยว่ามาจากไหนแทบทุกวัน หน่วนซู่มีหน้าที่รับจดหมายทุกวัน ก่อนจะนำมามอบให้อาจารย์ผู้เฒ่าจู เทียบเชิญมากมายถูกสะสมกันกลายเป็นกระบุงใหญ่หลายกระบุงแล้ว
รอกระทั่งเฉินผิงอันเริ่มปิดด่าน จูเหลี่ยนก็ยังคงทำตามความคิดที่ตัวเองเสนอไว้ก่อนหน้านี้ ต่อให้คนภายนอกจะมองว่าภูเขาลั่วพั่วเย็นชาเข้ากับคนอื่นได้ยาก วางตัวสูงส่งหยิ่งทระนง เจ้าขุนเขาก็ยังยึดมั่นในหลักการเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น มีเพียงชื่อเสียงกับความสามารถเท่านั้นที่มิอาจเสแสร้งแกล้งทำได้
ไม่มีความสัมพันธ์ควันธูปใดๆ ต่อคนที่ส่งจดหมาย จูเหลี่ยนก็จะปล่อยทิ้งไว้ก่อนเหมือนกันหมดโดยไม่มียกเว้น อย่างมากก็แค่อ่านผ่านตาแล้วจดลงบันทึก จดหมายส่วนใหญ่เมื่อเปิดออกอ่าน เนื้อหาเรียกได้ว่ามีสารพัดรูปแบบ มีทั้งเชื้อเชิญให้เจ้าขุนเขาเฉินไปเข้าร่วมงานพิธี ขอให้ช่วยเขียนชื่อห้องหนังสือหรือศาลาในพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง หากเจ้าขุนเขาเฉินไม่มีเวลาจะมอบผลงานน้ำหมึกให้จริง ถ้าอย่างนั้นพวกเขาจะสามารถรวบรวมตัวอักษรเอาจากตำราตราประทับร้อยเซียนกระบี่และตำราตราประทับสองร้อยเซียนกระบี่ได้หรือไม่ ยิ่งมีงานรวมตัวผู้มีรสนิยม งานชุมนุมกวีที่ขอเชิญให้อาจารย์เฉินไปเยือน และยังมีบางส่วนที่ส่งรวมบทประพันธ์มาให้ หวังว่าหากเจ้าขุนเขาเฉินมีเวลาว่างจะช่วยเขียนบทนำหรือชี้แนะในด้านเนื้อหา ยิ่งมีเรื่องส่วนตัวของตระกูลและพรรคบางแห่งที่ชวนให้มึนงงหรือไม่ก็ขอให้เป็นการวิจารณ์หรือชี้ข้อบกพร่องของเหตุการณ์ปัจจุบันอย่างตรงจุด รบกวนเจ้าขุนเขาเฉินหยัดยืนออกมาพูดแสดงความเป็นธรรม จดหมายบางส่วนที่ต้องตอบกลับล้วนเป็นจูเหลี่ยนที่เขียนให้แทน เลียนแบบน้ำเสียงและลายมือของเจ้าขุนเขาเป็นงานเล็กน้อยที่ง่ายดายเหมือนแค่ยกมือ
แต่จดหมายบางฉบับ ยกตัวอย่างเช่นจดหมายกระบี่บินที่ลงนามมาโดยตรงว่ามาจากยอดเขาพีตี้หรือไม่ก็ภูเขาสุ่ยจิง ยังคงต้องให้จูเหลี่ยนตอบแทนอยู่เหมือนเดิม ช่วยอธิบายแทนเจ้าขุนเขาของตน
การตอบกลับจดหมายของจูเหลี่ยน โดยทั่วไปแล้วจะเลือกใช้คำศัพท์ที่ค่อนข้างจะสุภาพละมุนละม่อม ประโยคเริ่มต้นส่วนใหญ่ก็มักจะเป็น ได้รับจดหมายฉบับนี้ด้วยความเคารพ รู้สึกละอายใจและซาบซึ้ง
ได้รับความเมตตาจากเจินเหริน เรื่องของการเขียนตัวอักษร มิกล้ารับไว้เด็ดขาด
“เรื่องจัดพิมพ์ตำราตราประทับทั้งสองเล่มซ้ำอีกครั้ง ไม่ปรารถนาให้เกิดภัยร้ายใดๆ ผู้เยาว์ยากที่จะตอบตกลงจริงๆ ไม่สมควรได้รับความกรุณา มิอาจตอบแทนความมีน้ำใจได้อย่างเต็มที่ รู้สึกละอายใจยิ่งแล้ว”
“น่าเสียดายที่กิจธุระรัดพันตัว ไม่อาจปลีกตัวไปได้ สถานที่งดงามมีชื่อเสียงที่เจ้าประมุขเขียนมาในจดหมาย ทุกตัวอักษรล้วนงดงามดั่งไข่มุก รู้สึกเลื่อมใสใฝ่หา อยากผ่อนคลายจิตใจและเพลิดเพลินตามไป”