ตอนที่ 3094
บทที่ 1118.3 รวบรวมกลุ่มภูเขาให้เป็นภูเขาเดียว
October 21, 2026
บทที่ 1118.3 รวบรวมกลุ่มภูเขาให้เป็นภูเขาเดียว ยอดเขาเทียนตูที่อยู่ใกล้เคียง ภูเขากินอาณาบริเวณกว้างขวางมาก เป็นรองแค่ภูเขาลัวพั่วเล็กน้อยเท่านั้น ทว่าภูเขาลูกใหญ่ขนาดนี้กลับมีผู้ฝึกลมปราณอยู่แค่สิบกว่าคน
อีกทั้งในภูเขายังไม่มีแม้กระทั่งโอสถทองสักคน พรรคบนภูเขาของยอดเขาเทียนตูมีชื่อเสียงไม่โด่งดังนักในแจกันสมบัติทวีป รากฐานพอๆ กับพรรคหวงเหลียง
มีบรรพจารย์ก่อกำเนิดคนหนึ่งที่เล่าลือกันว่าปิดด่านมานานหลายปี เจ้าประมุขคนปัจจุบันคือเซียนดินโอสถทองที่นั่งพิทักษ์ภูเขา นอกจากนี้ก็มีลูกศิษย์ผู้เป็นที่ภาคภูมิใจ
ที่ว่ากันว่ามีคุณสมบัติของเซียนดินอยู่สามสี่คน นอกจากโอสถทองจริงแท้แน่นอนที่เป็นเจ้าประมุขซึ่งไม่ใช่เรื่องเท็จแล้ว อีกสองคำกล่าวที่เหลือ ไม่ใช่คำเล่าลือ
แต่เป็นการพูดต่อๆ กันมา เซี่ยโก่วเอ่ยต่ออีกว่า ”ราคาตลาดในปีนั้น ยอดเขาเทียนตูที่ได้มาอยู่ในมือก็น่าจะไม่เกินเงินเหรียญทองแดงแก่นทองสิบเหรียญ
แน่นอนว่าหากอิงตามราคาตลาดในทุกวันนี้ก็ต้องเพิ่มอีกเป็นสิบเท่าแล้วคูณด้วยห้า เงินเหรียญทองแดงแก่นทองห้าร้อยเหรียญ พอหรือไม่?”
เว่ยป้อกล่าว ”คนซื้อยอดเขาเทียนตูไม่ได้ให้ความสำคัญกับเงิน” เกี่ยวกับสถานะเจ้าขุนเขาภายนอกของยอดเขาเทียนตู รวมไปถึงเจ้าของที่แท้จริงที่อยู่เบื้องหลัง
ภูเขาพือวิ่นไม่สะดวกจะแพร่งพรายความลับ และเฉินผิงอันเองก็เข้าใจได้โดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ย ไม่เคยทำให้เว่ยป้อต้องลำบากใจในเรื่องนี้
เซี่ยโก่วยังไม่ถอดใจ “ไม่เห็นความสำคัญกับเงินเลย หรือว่าไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเงินสักเท่าไร” เว่ยป้อกล่าว “ตั้งแต่ต้นจนจบทางฝั่งนั้นก็ไม่เคยคิดจะอาศัย
ยอดเขาเทียนตูมาทำกำไรแม้แต่เหรียญทองแดงเดียว” เซี่ยโก่วเอ่ยอย่างจนใจ “ไม่ยอมพูดเรื่องเงินก็เจรจากันได้ยากแล้ว”
หากอยู่ในใต้หล้าเปลี่ยวร้างก็ไม่เหมือนกันแล้ว ทั้งสองฝ่ายนั่งลงแล้วยอมเจรจาเรื่องเงิน นั่นต่างหากถึงจะพูดคุยได้ยาก
เว่ยป้อพูดอย่างอมพะนำว่า ”ยอดเขาเทียนตูจะตกเป็นของใครก็ต้องให้เฉินผิงอันเป็นราชครูต้าหลีก่อนถึงจะพูดคุยกันได้”
เซี่ยโก่วเซื่องซึมหมดชีวิตชีวา ภูเขาลูกอื่นๆ นางไม่ค่อยเห็นอยู่ในสายตาสักเท่าไร ก่อนหน้านี้มีคนต่างถิ่นคนหนึ่งที่บอกว่าตัวเองมีฉายาว่าเปิงเล่อเจินจวิน
ใช้จ่ายมือเติบ แวะเวียนไปตามสถานที่ต่างๆ มีสถานะบนทำเนียบของไป๋ถงทวีปที่มีหลักฐานให้สืบเสาะได้ เขาเปิดราคาสูงที่ยากจะทำให้คนปฏิเสธกับทั้งสิบสองพรรค
เขายังยินดีจะมอบเงินมัดจำให้ก้อนใหญ่ ขอแค่มีความประสงค์ไปในทิศทางเดียวกันก็สามารถเอาเงินมัดจำไปได้เลย เงินถุงหนึ่งหล่นลงบนโต๊ะโดยตรง
สิ่งที่บรรจุอยู่ด้านในนั้นก็คือเงินฝนธัญพืช! เปิงเล่อเจินจวินผู้นั้นยังพูดจาน่าเชื่อถือว่าหากวันใดเปลี่ยนใจ หรือถึงขั้นที่ว่าไม่ว่าจะเป็นใครที่เปลี่ยนใจ
การค้าไม่สำเร็จ มิตรภาพยังคงอยู่ ก็ไม่ต้องคืนเงินมัดจำ หากไม่วางใจ กังวลว่าจะเป็นกับดักกลโกงก็สามารถให้คนที่ทำงานอยู่ในฝ่ายคลังของที่ว่าการอำเภอไหวหวงมา
แล้วให้ทั้งสองฝ่ายลงนามสัญญาฉบับร่างกันได้ ใต้หล้านี้มีการค้าที่ไม่เห็นเงินเป็นเงินแบบนี้ด้วยหรือ? เจ้าควรชื่อว่าเหรินอี้ (น้ำใจและความชอบธรรม)
เจินจวินมากกว่ากระมัง? แต่ปัญหานั้นอยู่ที่ว่าเขากล้าซื้อ แต่พวกเขากลับไม่แน่เสมอไปว่าจะกล้าขาย เงินและสินค้าแลกเปลี่ยนครบถ้วนเสร็จเรียบร้อย
มีการแลกเปลี่ยนโฉนดที่ดินกันอย่างเป็นทางการทั้งสองฝ่ายต่างก็ต้องไปเจอกันที่กรมคลังของราชสำนักต้าหลี หากว่าใครเปลี่ยนมือขายภูเขาออกไปในราคาสูง
กลายเป็นว่าเปิงเล่อเจินจวินผู้นั้นหันหน้ากลับก็เริ่มก่อเรื่อง เกิดปัญหาอะไรขึ้นมา ก็ไม่ใช่ว่าเงินเทพเซียนหนึ่งถุงใหญ่ยังไม่ทันกุมให้ร้อน
ก็ต้องไปขอขมาที่ภูเขาลั่วพั่วหรือไม่ก็ไปอธิบายเรื่องนี้ให้กับกรมอาญาของต้าหลีแล้วหรอกหรือ หรือยกตัวอย่างเช่นว่าผู้ซื้อของไป๋ถงทวีป แท้จริงแล้วคือถุงเงิน
ของผู้ฝึกตนบนยอดเขาบางท่าน เนื่องจากได้ข่าวลือเล็กๆ บางอย่างมาก่อนจึงต้องการจะชิงซื้อภูเขามาด้วย “ราคาต่ำ” ก่อนจะไปตีฆ้องร้องป่าว
ต่อหน้าเจ้าขุนเขาเฉินของภูเขาลั่วพั่ว เปิดราคาสูงเทียมฟ้า? ต่างก็คาดเดากันว่านี่จะเป็นการระบายความแค้นของเซียนกระบี่ผู้อาวุโสบางท่านของภูเขาตะวันเที่ยง
หรือไม่? เจ้าให้พวกเราตั้งป้ายหินไว้ริมอาณาเขต พวกเราก็จะซื้อภูเขาข้างบ้านเจ้า จงใจทำให้ภูเขาลั่วพั่วสะอิดสะเอียน?
จะเป็นไปได้หรือไม่ว่าสกุลฝูนครมังกรเฒ่าทุ่มทองพันชั่ง ใช้เงินในการเปิดทาง หมายจะอาศัยสิ่งนี้คลี่คลายความสัมพันธ์กับเจ้าขุนเขาเฉินให้ดีขึ้น?
ไม่ว่าภายนอกจะพากันพูดไปหลากหลายแค่ไหน การทุ่มเงินอย่างจริงใจครั้งนี้ของโจวอันดับหนึ่ง ภายหลังก็ได้ถูกเจ้าขุนเขาเฉินสั่งให้หยุด
ผลคือพรรคทั้งหลายที่เลือกจะมองดูอยู่เฉยๆ ตอนนั้นไม่ได้รับเงินมัดจำมาจึงค่อนข้างจะเสียใจภายหลัง คนที่รับเงินมาแล้วก็รู้สึกว่ามโนธรรมในใจไม่สงบ
เพราะถึงอย่างไรทุกวันนี้ภูเขาลั่วพั่วก็มีสำนักเบื้องล่างแล้ว สำนักกระบี่ชิงผิงยังดึงเอาตัวสมาชิกศาลบรรพจารย์ยอดเขาจี๋เซ่อไปไม่น้อย
อีกทั้งภูเขาลั่วพั่วยังป่าวประกาศแก่ภายนอกว่าจะปิดภูเขายี่สิบปี เรื่องที่ “กลุ่มภูเขากลายเป็นหนึ่งเดียว” ก็เป็นเรื่องที่ไม่แน่นอนจริงๆ
นอกจากตัวเจ้าขุนเขาเฉินเองที่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรแล้ว คนอื่นๆ ที่เหลือ เกี่ยวกับกลุ่มภูเขาทางทิศตะวันตกจะกลายเป็น “ดอกไม้ที่หล่นในตระกูลเฉิน”
ทั้งหมดหรือไม่ ตอนนี้ก็ยังบอกได้ยาก เซี่ยโก่วถามชวนคุย ”ข้าเห็นว่าสำนักกระบี่หลงเฉวียนที่ย้ายไปมีพลังอำนาจไม่น้อย
ดูจากภาพบรรยากาศแล้วไม่ด้อยกว่าห้ามหาบรรพตเลย” ทางฝั่งของสำนักกระบี่หลงเฉวียน หร่วนฉงที่เป็นอริยะผู้เฝ้าพิทักษ์ถ้ำสวรรค์หลีจูเป็นคนสุดท้าย
สุดท้ายได้เลือกภูเขาเสินซิว ภูเขาเที่ยวเติงและยอดเขาเหิงซั่วไป ภายหลังก็ซื้อภูเขาไปอีกสี่ลูก สามลูกยกให้ลูกศิษย์ผู้สืบทอดสามคนอย่างต่งกู่ สวีเสี่ยวเฉียว
และเซี่ยหลิง เก็บยอดเขาโหยวอี่ไว้ให้หลิวเสี่ยนหยางที่ไปอยู่อาศัยกับสกุลเฉินผู้รอบรู้ชั่วคราว เว่ยป้อพยักหน้าเอ่ย ”ต่งกู่ลูกศิษย์คนแรกพากเพียรจนได้
ขอบเขตหยกดิบ สวีเสี่ยวเฉียวก็มีโชควาสนาอย่างอื่น นางได้ครอบครองยอดเขาจูไห่ นี่ก็คือโชควาสนาในการฝึกตนของนาง เจ้าเด็กคิวยาวที่บุญบารมีลึกล้ำคนนั้น
ก่อนหน้านี้ปิดด่านเลื่อนเป็นห้าขอบเขตบนออกจากด่านมาได้ไม่นานเท่าไรก็ได้อาศัยเจดีย์วิเศษเล็กจิ๋วที่เป็นระดับอาวุธเซียนทำให้บรรลุมรรคา
ท่ามกลางสายฝน อาศัยการเรียกสมบัติล้ำค่าชิ้นนั้นมาดักเอาคุณูปการคุณความชอบไปจากในน้ำฝนได้อย่างเป็นธรรมชาติ