ตอนที่ 3218
บทที่ 1159.2 สังหารขอบเขตสิบสี่
October 21, 2026
ปรากฏตัวบนโลกกะทันหัน ฝึกบำเพ็ญตนสามพันปี สร้างนครจักรพรรดิขาว เจิงจวีจงคิดจะทำอะไรกันแน่ ก็คือปัญหาใหญ่ข้อหนึ่งอย่างแท้จริง
“ไม่กลัวจริงๆ หรือว่าหอยกาบกับนกปากซ่อมทะเลาะกันแล้วเถ้าแก่ประมงจะได้ผลประโยชน์ไปครอง อันดับแรกก็ถูกเจิงจวีจงกินมหามรรคาของข้าผู้แซ่เจียงก่อน แล้วค่อยจัดการพวกเจ้าพร้อมกันรวดเดียว เคี้ยวให้ละเอียดแล้วกลืนลงท้อง? คิดจริงๆ หรือว่าข้าไม่รู้ถึงความจริงของซากปรักแห่งนี้? กายนอกกาย ฝันในฝันของเจ้าเฉินผิงอัน ใจในใจ ท้องในท้องของเขาเจิงจวีจง สองอย่างทับซ้อนเข้าด้วยกันก็คือเค้าโครงของมรรคาเหนือมรรคาอย่างหนึ่ง ชุยตงซานลูกศิษย์ที่แสร้งทำเป็นเล่นสนุกไม่จริงจัง เจียงซ่างเงินผู้ถวายงานอันดับหนึ่งที่ไม่กลัวตายอะไรนั่น ก็เป็นแค่เวทอำพรางที่เอาของปลอมมาสวมรอยเป็นของจริงเท่านั้น อ้อ ลืมไปว่ายังมีคนรักอีกคน ใจอ่อนเหมือนสตรีเช่นนี้มีคุณสมบัติอะไรมาวางแผนสร้างกิจการใหญ่กับคนอย่างเจิงจวีจง อู๋ซวงเจียง?”
ชุยตงซานหันมามองหน้ากับเจียงซ่างเจิน
หรือว่าเจ้าคือตัวปลอม? คงไม่ใช่ว่าเจ้าก็เป็นตัวปลอมเหมือนกันหรอกนะ?
หนิงเหยาที่อดทนข่มกลั้นมาตลอดจนถึงตอนนี้กลอกตามองบน เจียงเซ่อเอาหอกยาวทิ่มลงพื้น คลายมือออก ยืดเส้นยืดสาย
จริงๆ เท็จๆ ล้วนไม่สำคัญแล้ว
“ถึงเวลานั้นโลกมนุษย์ทั้งแห่งยังจะมีใครที่ขัดขวางการเดินไปบนมหามรรคาของเจิงจวีจงได้อีก? คือบรรพจารย์สามลัทธิที่สลายมรรคาไปแล้ว หรือว่าเป็นหลีเซิ่งที่ต้องจับตามองเส้นทางชิงเต้าเส้นนั้น? หรือจะเป็นอวี๋โต้วที่ยุ่งอยู่กับการปราบกบฏที่สร้างความวุ่นวายภายในไปทั่วทุกหนทุกแห่ง? หรือจะเป็นป่ายเจ๋อแห่งเปลี่ยวร้าง? หากเขาเจิงจวีจงเลือกที่จะไม่ออมมืออีกต่อไป ก็ไม่ใช่แค่ว่าเป็นโจวมีคนที่สองแล้วกระมัง?”
อู๋ซวงเจียงยิ้มบางๆ “เกือบจะโน้มน้าวข้าได้แล้วนะเนี่ย”คำพูดประโยคนี้ของเจียงเซ่อไม่ใช่การยุแยงให้แตกแยกอะไร เจิงจวีจงมีสีหน้าเป็นปกติ คำพูดทำนองนี้ของเจียงเซ่อก็ถือเป็นคำแนะนำที่ดีที่ควรค่าแก่การพิจารณาเหมือนกัน ไม่ใช่หรือ?
อู๋ซวงเจียงอ่อนใจยิ่งนัก อาจารย์เจิงท่านอย่าทำให้คนอื่นตกใจกลัวสิ เฉินผิงอันนวดคลึงระหว่างคิ้ว เจียงเซ่อกวาดตามมองไปรอบด้าน พูดของตัวเองไปว่า “หนึ่งก้านธูป เพียงพอแล้ว”ภาพแขวนของบรรพจารย์ที่แขวนไว้บนผนังทั้งหลายในศาลบรรพจารย์สำนักการทหารในใต้หล้าไพศาล แม้กระทั่งในศาลบู๊ที่อยู่ตามสถานที่ต่างๆ ของเก้าทวีป ต่างก็ขยับเคลื่อนได้เองโดยไร้ลม ส่งเสียงพับๆ เทวรูปดินเผาลงสีที่เป็นแม่ทัพเทพซึ่งถูกตั้งบูชาไว้ด้วยกันในตำหนักก็เริ่มมีรอยแตกราวเล็กๆ ปรากฏให้เห็นแล้ว เจียงเซ่อเดินเนิบช้าไปข้างหน้า ยิ้มเหี้ยมเอ่ยว่า
“ศิษย์ลูกศิษย์หลานที่เนรคุณ ก่อเรื่องชั่วร้ายไร้ความยำเกรงต่อคุณธรรมอย่างพวกเจ้า แต่ละคนล้วนชอบเป็นคนทรยศกันทั้งนั้น!”
จิตของเฉินผิงอันขยับไหวเล็กน้อย กระบี่ยาวสีทองที่ “นิ่งดูดาย” มาโดยตลอดเล่มนั้นแหวกอากาศมาถึง ถูกเขากุมไว้ในมือ เจียงเซ่อเห็นแล้วก็กระตุกมุมปาก เพียงแค่เดินเนิบช้าไปด้านหน้า แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรกระดิกนิ้วไปทางเฉินผิงอันมา
กระบี่ยาวฟันลงบนแขนของเจียงเซ่อ ราวกับการปะทะกันของก้อนทองกับก้อนหินประกายไฟสาดกระจายไปทั่วฟ้าดิน มือมืดข้างหนึ่งฟันให้แขนขวาของเฉินผิงอันหล่นร่วงลงมา ปลายกระบี่ที่คมกริบอย่างถึงที่สุดปาดผ่านข้างแก้มของเจียงเซ่อไป เหมือนเหล็กแหลมกรีดผ่านกระจก ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด
ฝ่ามือของเจียงเซ่อตบลงมาบนใบหน้า ผู้ครองกระบี่ไร้หัวใจในชั่วพริบตา
ปราณกระบี่สีทองที่เฉียบคมเส้นแล้วเส้นเล่าตัดแบ่งฟ้าดิน แสงกระบี่พุ่งตรงไปปรากฏบนฟ้าคราม กระเทือนระลอกคลื่นปราณวิญญาณให้เหมือนคลื่นยักษ์ถาโถม เจียงซ่างเจินโล่งใจเหมือนยกภูเขาออกจากอก ในที่สุดก็ไม่ได้ถูกต่อยตีอยู่แค่ฝ่ายเดียวแล้ว และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เจียงซ่างเจินได้เห็นเฉินผิงอันถือครองกระบี่เล่มนี้กับตาตัวเอง เดิมทีนึกว่าเฉินผิงอันที่ถือกระบี่จะเข่นฆ่ากับเจียงเซ่อนานมาก คาดไม่ถึงว่าภาพเหตุการณ์ผิดปกติพลันบังเกิด กระบี่ยาวในมือของเฉินผิงอันหลุดออกจากมือไป กลายมาเป็นแสงสีรุ้งที่จ้าบาดตาเส้นหนึ่งพุ่งแหวกฟ้าคราม พริบตาเดียวก็หายวับไป
ตอนแรกเจียงซ่างเจินเข้าใจผิดคิดว่าเป็นท่าไม้ตายที่เก็บไว้ก้นกรุกระบวนท่าหนึ่ง แทบจะขณะเดียวกันกับที่กระบี่ยาวพุ่งแหวกฟ้าจากไป ชุยตงซานกลับเห็นว่าอาจารย์ของตนคล้ายกับเหม่อลอยไปชั่วขณะหนึ่ง เจียงเซ่ออาศัยโอกาสนี้ปล่อยหมัดต่อยทะลุหัวใจของเฉินผิงอัน คลายหมัดออก ห้านิ้วบีบขยี้กระชากดึงเส้นสีทองของร่างแห่งความเป็นเทพทั้งร่างให้มารวมตัวกันอยู่ตรงหัวใจ เป็นเหตุให้ใบหน้าของเฉินผิงอันบิดเบี้ยว เจียงซ่างเจินสัมผัสได้ถึงความผิดปกติจึงเอ่ยอย่างตกตะลึงว่า
“เกิดอะไรขึ้น?!”
ชุยตงซานเอ่ยอย่างเคียดแค้น“เจ้าชาติสุนัขโจวมี่ผู้นั้น เริ่มก่อกวนอีกแล้ว”อารมณ์ของเจียงซ่างเจินหนักอึ้ง ปวดหัวยิ่งนัก“จะทำอย่างไรกันดี”ชุยตงซานเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ“กลัวอะไรเล่า มีเหล่าเจิงอยู่ด้วย” เจียงซ่างเจินกำลังจะวางใจ แต่กลับต้องได้เห็นภาพที่ทำให้อกสั่นขวัญผวาแทนเมื่อครู่นี้ไม่เหมือนกับเจียงซ่างเจิน อู๋ซวงเจียงเงยหน้ามองรูโหว่ของท้องฟ้าที่กระบี่ยาวแทงทะลุผ่านไปทันที ในขณะที่มันกำลังจะปิดเข้าหากัน กลับเห็นแสงกระบี่หนาชันส่องประกายแสงพร่างพราว สะดุดตาที่ปราณกระบี่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงเส้นหนึ่งพุ่งลงมาจากท้องฟ้า แสงกระบี่นั้นพุ่งมาอย่างรวดเร็วจนแม้กระทั่งอู๋ซวงเจียงก็ยังตกตะลึง และพริบตาเดียวแสงกระบี่ก็พุ่งทะลุหัวของเฉินผิงอันไป เหมือนกระบี่ยาวเล่มหนึ่งที่ระดับความยาวเหนือเกินกว่าใครจะคาดคิดที่ “ปักตรึง” ให้เฉินผิงอันตายคาทีทั้งอย่างนั้น
เจียงซ่างเจินร้อนใจเหมือนไฟลน“กระบี่เล่มนี้ก็เป็นการลอบโจมตีจากโจวมีเหมือนกันหรือ?”ชุยตงซานหรี่ตา“ไม่ใช่”เจียงซ่างเจินพึมพำ“คิดดูแล้วคงไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่นัก”แต่ชุยตงซานกลับเอ่ยว่า“แต่ก็ไม่เล็ก”