ตอนที่ 3231
บทที่ 1164.2 กระบี่บินเล่มที่สี่
October 21, 2026
เจียงเซ่อหรี่ตา เสียวสันหลังวาบ จิตวิญญาณสั่นสะเทือนรุนแรง ดูเหมือนว่าปฐมบรรพบุรุษสำนักการทหารผู้นี้จะสัมผัสได้ถึงการเล่นงานบางอย่างที่อยู่ในมุมมืดมิด ศึกในวันนี้ใหม่และเก่าช่วงชิงเส้นทาง ถือหอกเดินเข้าเรือน แบ่งเอาโชคชะตาของสำนักการทหารไปครอง
เรื่องที่ทำก็คือการร่วมกันสังหารเจียงเซ่อ อู๋ซวงเจียงแย่งชิงตำแหน่ง เฉินผิงอันแย่งชิงชื่อเสียง เจิงจวีจงได้รับผลประโยชน์ เฉินผิงอันเอ่ยอย่างเฉยเมย “เจียงเซ่อรับกระบี่”ค่ายกลดวงดาวเป่ยโต่ว (ดาวกระบวยเหนือ) จุดที่ด้ามกระบวยชี้ไป ก็คือเจียงเซ่อ
……
อู๋ซวงเจียงเงยหน้ามองฟ้า พึมพำกับตัวเองว่า “ผู้หลอมลมปราณของกองโหราศาสตร์ในโลกมนุษย์คราวนี้จิตแห่งมรรคาของแต่ละคนคงแหลกสลายไปหมดแล้ว ”อันดับแรกก็เป็นอิ๋งฮั่วที่เคลื่อนที่ แล้วก็มาเป็นเจ็ดดาวเป่ยโต่ว เหมือนเส้นยาวสีทองเส้นหนึ่งที่เชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ไม่ต้องสงสัยเลยว่านั่นก็คือแสงกระบี่ ไม่รู้ว่าขุนนางประวัติศาสตร์ของแต่ละแคว้นจะยกพู่กันบันทึกเรื่องราวกันอย่างไร?
ซยุตงซานเป็นคนแรกที่เดาความจริงได้ก่อน แต่กระนั้นก็ยังไม่กล้าเชื่อ พึมพำซ้ำๆ ไปมาจะเป็นไปได้อย่างไร จะเป็นไปได้อย่างไร
อู๋ซวงเจียงยิ้มเอ่ย “อันที่จริงข้าก็ไม่รู้เรื่องนี้เหมือนกัน ต้องถามอาจารย์เจิง”เจิงจวีจงแค่เอ่ยมาประโยคเดียวว่า “ข้าไปเยือนสำนักกระบี่หลงเซียงมารอบหนึ่ง ไปหาลู่จือ”ซยุตงซานถาม “แล้วหลังจากนั้นล่ะ?”เจิงจวีจงเอ่ย “จากนั้นก็เป็นอาจารย์ของเจ้าที่ชักนำเป่ยโต่วจากนอกฟ้า ส่งกระบี่ใส่เจียงเซ่อที่หวนกลับมายังโลกมนุษย์อีกครั้ง”ซยุตงซานทิ้งตัวนอนไปด้านหลัง เพียงแต่ไม่นานก็ดีดตัวขึ้นมาในท่านอนหงาย เอ่ยว่า “โจวอันดับหนึ่ง มีงานให้พวกเราทำแล้ว!”เจิงจวีจงกล่าว “ไม่ต้องรีบร้อน”ก่อนหน้านี้พาเจิงชิงเจียไปที่สำนักกระบี่หลงเซียง เจิงจวีจงได้ไปหาลู่จือเป็นการส่วนตัว เคยได้พูดคุยกันอย่างลับๆ ไปครั้งหนึ่ง เจิงจวีจงพูดเข้าประเด็นทันที
“ข้ามาที่นี่เพื่อเสนอข้อเรียกร้องสองอย่างแทนคนสองคน แน่นอนว่าเจ้าจะไม่ตอบตกลงก็ได้ ก่อนหน้านั้นข้าจะต้องปรึกษาเจ้าเรื่องหนึ่ง หลังจากพูดคุยกัน ลู่จือจะต้องหลงลืมเนื้อหาในการพูดคุยกันครั้งนี้ไป”
ฟังมาถึงตรงนี้ ลู่จือไม่มีความลังเลใดๆ พยักหน้าเอ่ยว่า “พูดมาเลย”เจิงจวีจงเอ่ยเนิบช้า“หนึ่งคือขอร้องลู่จือแทนชยุฉาน ให้ไปรับธรรมโองการหลอมกระบี่อยู่ที่ป๋ายอวี๋จิงใต้หล้ามืดสลัว ในอนาคตเมื่อเฉินผิงอันไปถามกระบี่ที่ป๋ายอวี๋จิง ต้องโน้มน้าวหาวซู่ให้ทรยศออกจากป๋ายอวี๋จิงด้วยกัน”ลู่จือฟังแล้วไฟโทสะลุกโชนสามจั้ง เกือบจะหลุดปากพูดออกไปว่าหัวสมองของซิวหูผู้นั้นมีปัญหาหรือไร? หากแค่ติดตามอิ่นกวานข้ามทวีปไปถามกระบี่กับป๋ายอวี๋จิง ลู่จือย่อมไม่มีความลังเลใดๆ ส่วนการที่ให้รับธรรมโองการเป็นนักพรต ทรยศออกจากป๋ายอวี๋จิง แล้วยังต้องสมคบคิดกับหาวซู่อะไรนั่น เห็นนางลู่จือเป็นคนอย่างไร? หรือว่าชยุฉานใช้แค่แผนการชั่วร้ายเป็นอย่างเดียวเท่านั้น?
เจิงจวีจงยิ้มเอ่ย“รู้สึกลำบากใจหรือ? เรื่องที่ต้องลำบากใจมากกว่านี้ยังรออยู่ข้างหลัง”ลู่จือกล่าว“เอาเป็นว่าเรื่องแรกข้าไม่ทำแน่นอน เรื่องที่สองเจ้าพูดมา ข้าจะฟัง”เจิงจวีจงกล่าว“เฉินผิงอันต้องการขอของสิ่งหนึ่งจากเจ้า ฟังให้ดี คือขอ ไม่ใช่ขอยืม”ลู่จือมึนงงเหมือนตกอยู่ในดงเมฆหมอก
เจิงจวีจงนั้นราวกับว่าหากไม่พูดให้คนตกใจตายจะไม่ยอมเลิกรา“เฉินผิงอันต้องการกระบี่บิน “เป่ยโต่ว” ของเจ้า เอามาใช้รับมือกับศัตรูแข็งแกร่งบนมรรคาบางคน ส่วนจะเป็นใครกันแน่ ตอนนี้ยังบอกไม่ได้”ลู่จือโล่งอก เอ่ยว่า“ไม่มีปัญหา”เจิงจวีจงเองก็ไม่รู้สึกว่าประหลาดใจ ได้แต่เตือนไปอีกครั้งว่า“ต้องคิดให้ดีนะ เรื่องนี้จะเสียใจภายหลังไม่ได้ บอกตามตรง นี่เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก ข้าที่เป็นคนกลางก็ไม่ยอมให้เจ้าเปลี่ยนใจภายหลังเหมือนกัน พูดตรงๆ ข้าไม่หวังให้ลู่จือที่เป็นคนแบ่งแยกบุญคุณความแค้นชัดเจน เปิดเผยตรงไปตรงมาหายไปจากโลกใบนี้ แต่มีสตรีอาฆาตแค้นคนหนึ่งที่เศร้าโศกเสียใจ อยากพูดแต่สุดท้ายกลับเก็บงำไว้ วันๆ เอาแต่บ่นด้วยความไม่พอใจว่าทำไมบนโลกนี้ถึงไม่มียาแก้เสียใจภายหลังเพิ่มมาดึงเอากระบี่บินแห่งชะตาชีวิต “เป่ยโต่ว” ออกไป สำหรับลู่จือแล้ว มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือได้เลื่อนเป็นขอบเขตบินทะยานเร็วขึ้น แต่เดิมทีการพิสูจน์มรรคาเป็นบินทะยานก็เป็นของในกระเป๋าของลู่จืออยู่แล้ว ดังนั้นข้อดีส่วนนี้สามารถมองข้ามไปได้เลย ข้อเสียกลับเป็นว่าผลสำเร็จบนมหามรรคาของลู่จือในอนาคตจะต่ำกว่าเดิมเยอะมาก เพราะถึงอย่างไรจะผสานมรรคาได้หรือไม่ รวมไปถึงหลังจากผสานมรรคาแล้ว ในบรรดาขอบเขตสิบสี่ก็มีการแบ่งแข็งแกร่งกับอ่อนด้อย ดังนั้นการมอบกระบี่ออกไปในครั้งนี้ของลู่จือ จึงมีข้อเสียมากกว่าข้อดี”
สายตาของลู่จือใสกระจ่าง แต่น้ำเสียงยังคงนิ่งสงบ“อาจารย์เจิงไม่ต้องพูดมาก ลู่จือเองก็ไม่มีทางคิดมากเหมือนกัน”เจิงจวีจงกล่าว“ผู้ฝึกกระบี่ช่างบริสุทธิ์จริงๆ”ลู่จือถาม“ข้าเองก็มีคำถามอยู่ข้อหนึ่ง ‘ถาม’ เรื่องนี้เป็นคำสั่งของชยุฉานศิษย์พี่เขา หรือเป็นความต้องการของเขาเฉินผิงอันเอง?”“เป็นอย่างหลัง”
ลู่จือได้ยินแล้ว ดวงตาก็ฉายประกายเจิดจ้า นี่ต่างหากถึงจะเป็นอิ่นกวานแห่งกำแพงเมืองปราณกระบี่! ในฐานะอิ่นกวานคนสุดท้ายของกำแพงเมืองปราณกระบี่ หากเป็นเพราะได้รับคำเตือนจากศิษย์พี่ถึงได้ทำเช่นนี้ ก็คงทำให้นางผิดหวังแล้ว
ลู่จือถาม“ให้ข้าดึงกระบี่บินออกไปตอนนี้เลยหรือ?”เจิงจวีจงส่ายหน้า