ตอนที่ 232
บทที่ 229.2
October 21, 2026
กระบี่จงมา – บทที่ 229.2 ขับไล่อธรรม บทที่ 229.2 ขับไล่อธรรม โดย ProjectZyphon ในใจของเทพเซียนเฒ่าหัวเราะขำไม่หยุด อันที่จริงเขาอยากจะหันหน้ากลับไปตบไหล่ของแม่ทัพผู้ซื่อตรงคนนั้น แล้วเอ่ยหยอกเย้าเขาว่า “น้องหม่า สายตาเจ้าไม่ค่อยดีเลยนะ ข้าไม่ใช่เซียนซือผู้เที่ยงธรรมอะไรทั้งนั้น แต่เป็นมารนอกรีตที่เจ้าพูดปาวๆ ว่าต้องฆ่าทิ้งให้หมด เซียนซือเมืองหลวงแคว้นไฉ่อี สองคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดก็ล้วนเป็นลูกศิษย์ผู้สืบทอดของข้า”
ผู้ฝึกตนอิสระนอกวิถีทางอย่างพวกเขา เดิมทีก็เป็นดั่งหนูขี้ขโมยที่อยู่ตามคันนาฉ่ำแฉะอยู่แล้ว สิ่งที่พวกเขาแสวงหาคือสามปีไม่เปิดกิจการ แต่พอเปิดกิจการก็มีเหลือกินไปถึงสามปี!
หลังจากเรื่องครั้งนี้ผ่านไป ได้สมบัติอาคมชิ้นนั้นมาอยู่ในมือ อย่างมากก็แค่ปิดด่านอีกสักยี่สิบสามสิบปี เดินทางไปยังสถานที่ที่ขยับลงไปทางใต้มากกว่าเดิม วางแผนทำการค้าใหญ่อย่างลับๆ หลังจากนั้นก็หวนคืนวงการกลับมาโลดแล่นอีกครั้ง ไม่แน่ว่าวันใดวันหนึ่งอาจกลายเป็นบุคคลผู้นั้นที่อยู่ในนครจักรพรรดิขาวทวีปแดนเทพแผ่นดินกลางที่แม้คนทั่วหล้าจะรู้ว่าเป็นคนในวิถีแห่งมาร แต่ใครกล้าเรียกเขาว่ามารต่อหน้าบ้าง? แม้แต่ผู้ฝึกลมปราณห้าขอบเขตบนส่วนใหญ่ในโลกก็ยังไม่กล้า!
แต่เรื่องดีๆ แบบนี้ เทพเซียนผู้เฒ่าก็ได้แต่จินตนาการหาความสุขให้กับตัวเองเท่านั้น
เทพเซียนเฒ่ามองไปทางทิศใต้ครู่หนึ่ง แล้วค่อยหันกลับไปมองทางทิศเหนือด้วยความลังเลใจเล็กน้อย หลังจบเรื่องหนีไปทางทิศใต้ต้องปลอดภัยที่สุดอย่างแน่นอน หากไปทางทิศเหนือตามที่ตกลงกันไว้อาจจะต้องเสี่ยงอันตรายก่อนจะได้ร่ำรวย แต่ขอแค่มีชีวิตอยู่จนถึงท้ายที่สุดก็ย่อมต้องได้เป็นเศรษฐีรวยล้นฟ้า
……
ตามคำสั่งของบุรพาจารย์น้อยแซ่ฟู่คนนั้น คนจากสำนักโองการเทพจึงเดินทางไปที่ศาลเทพภูเขาเถื่อนก่อน ผลกลับกลายเป็นว่าเดินไปได้แค่ครึ่งทาง โชคชะตาของแม่น้ำและภูเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เปลี่ยนจากขุ่นมัวมาเป็นใสสะอาด นักพรตเฒ่าจ้าวหลิวที่เป็นผู้นำตกตะลึงอย่างหนัก ตัดสินใจว่าจะไปที่ศาลเทพภูเขาก่อน พอไปถึงก็พบว่าร่างทองของเทพภูเขาแหลกสลายและสาบสูญไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว นอกเหนือจากนี้ทุกคนยังได้พบกับความประหลาดใจอย่างไม่คาดคิด เพราะพวกเขาเก็บเศษชิ้นส่วนร่างทองมาจากซากปรักหักพังได้ ต่อให้เป็นจ้าวหลิวก็ยังตื่นตะลึง เขาพุ่งนำไปเก็บเศษร่างทองมาอย่างระมัดระวัง แม้ว่าสุดท้ายจะต้องส่งมอบให้แก่สำนัก แต่หากได้ลูบๆ คลำๆ เวลาอยู่ว่างๆ ได้ลองศึกษาดูก็เป็นเรื่องที่ชวนให้คนอารมณ์ชื่นบาน
หลังจากนั้นนักพรตเฒ่าก็กลับไปที่เมืองเล็ก ลังเลอยู่พักใหญ่ สุดท้ายก็ตัดสินใจไปเยือนบ้านโบราณ แก้ไขความสัมพันธ์กับผีชางหยางหว่างให้ดีขึ้น
หากคู่สามีภรรยาหยางหว่างอาศัยโอกาสนี้ ต่อให้อาจารย์อาจะช่วยยืนยันให้กับพวกเขา ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกสำนักโองการเทพคิดบัญชีย้อนหลัง แต่ตอนนี้พวกหยางหว่างไม่เพียงแต่รักษาค่ายกลเอาไว้ได้ ขอบเขตของเขายังมีหวังว่าจะได้เลื่อนขั้น ไม่แน่ว่าด้วยพรสวรรค์ที่โดดเด่นของหยางหว่าง เมื่อผีสาวภูติต้นไม้ไม่ใช่ภาระของเขาอีกต่อไป วันใดวันหนึ่งเขาก็อาจจะกลายเป็นผู้ฝึกตนอิสระห้าขอบเขตกลางก็เป็นได้ เขาพอจะคาดการณ์ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดในอนาคตออกเลย ยกตัวอย่างเช่นนิสัยของหยางหว่างที่ไม่ใช่คนคร่ำครึ ตอนอยู่ในสำนักโองการเทพก็เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนอยู่แล้ว อีกทั้งยังเป็นคนของแคว้นไฉ่อีแต่กำเนิด หากใช้เส้นสายสักหน่อย ไม่แน่ว่าหยางหว่างหรือไม่ก็ภรรยาของเขาอาจจะได้กลายเป็นองค์เทพที่แท้จริงที่ทางราชสำนักเป็นผู้แต่งตั้งได้อย่างราบรื่น หากเป็นอย่างหลังก็ยิ่งน่าตกใจ สองสามีภรรยาต่างก็เป็นขอบเขตถ้ำสถิต ใครบ้างจะไม่อยากประจบผูกมิตร และมีความเป็นไปได้มากว่าสำนักโองการเทพก็จะผลักเรือตามน้ำ แสดงไมตรีแก่พวกเขา
ถึงเวลานั้นเขาจ้าวหลิวจะทำอย่างไร?
ถึงเวลานั้นต่อให้โขกศีรษะยอมรับผิดก็ไม่มีประโยชน์ ไม่สู้ยอมอ่อนข้อ แสดงความเป็นมิตรตั้งแต่ตอนนี้
จ้าวหลิวตัดสินใจได้แล้ว ต่อให้ในใจจะกระอักกระอ่วนแค่ไหนก็ยังเดินทางไปเยือนบ้านโบราณอย่างเปิดเผย แสดงความยินดีกับสองสามีภรรยาที่ความหวานชื่นมาเยือนหลังความขมขื่นพ้นไป ยอมรับผิดกับพวกเขาทุกเรื่อง ดื่มสุราลงโทษสามจอก มอบอาวุธวิเศษชิ้นเล็กที่ระดับขั้นต่ำมาก แต่ลักษณะชวนให้ผู้คนชื่นชอบ หยางหว่างเองก็เป็นคนมีน้ำใจ เพิ่งจะฉีกหน้าแตกคอกันไปไม่นาน ตอนนี้เขาจ้าวหลิวแบกหนามเข้ามาขอยอมรับผิด หยางหว่างกลับรับรองอย่างกระตือรือร้นและมีมารยาท บอกว่าดื่มเหล้าก็ดื่ม แม้แต่อาวุธวิเศษชิ้นนั้นก็ยังรับไป แต่พอดื่มเข้าไปจนเริ่มกรึ่มๆ หยางหว่างก็เริ่มแผดเสียงด่าทอจ้าวหลิว สุดท้ายขนาดผีสาวก็ยังทนมองต่อไปไม่ได้
นางพูดเกลี้ยกล่อมอยู่นาน แต่หยางหว่างก็ไม่ยอมฟัง จ้าวหลิวที่นั่งอยู่ด้านข้างไม่พูดอะไรทั้งนั้น ยอมรับคำด่าทั้งหมดแต่โดยดี
หลังจากนั้นจ้าวหลิวก็พักอยู่ที่บ้านโบราณ ส่งข่าวไปให้แก่ลูกศิษย์สำนักโองการเทพที่รออยู่ในเมืองเล็ก คนทั้งกลุ่มจึงหยุดพักกันอีกหนึ่งวัน
บรรยากาศปรองดอง กลมเกลียว
ตอนที่จ้าวหลิวจากไป เขารู้ว่าทุกอย่างที่หยางหว่างปฏิบัติเป็นเพียงการกระทำที่เป็นไปตามมารยาทเท่านั้น ในใจมีแต่จะยิ่งดูแคลนตน และก็น่าจะเป็นเพราะหยางหว่างคิดว่ายอมด่าวิญญูชนดีกว่าเรื่องคนถ่อย ทว่าการเดินทางมาเยือนครั้งนี้ก็ไม่ถือว่าจ้าวหลิวได้รับความอยุติธรรม ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองคนเป็นอย่างนี้ได้ก็น่าพึงพอใจมากแล้ว อยู่ไกลเกินกว่าจะนับเป็นสหาย และชีวิตนี้ก็ยิ่งไม่ต้องคาดหวัง แต่ในเมื่อไม่ได้เป็นศัตรูกันแล้ว วันหน้าหากจัดการกับความสัมพันธ์นี้ดีๆ ใช้ความคิดความตั้งใจสักหน่อย มาเยือนเมืองแยนจือบ่อยๆ ภายนอกก็อาจจะพอนับได้ว่าเป็นคนรู้จักกันอย่างผิวเผิน
จ้าวหลิวพาคนทั้งกลุ่มเดินทางกลับเหนือด้วยอารมณ์ซับซ้อน เพียงแต่ว่าเพิ่งเดินไปบนเส้นทางภูเขาได้แค่ไม่กี่สิบลี้ จ้าวหลิวก็ค้นพบความผิดปกติของเมืองแยนจือ แต่เทพเซียนเฒ่าท่านนี้กลับเงียบงัน เร่งรุดเดินทางอย่างเดียว
คืนวันนั้นทุกคนหยุดพักค้างแรมกันบนยอดเขา ลูกศิษย์หนุ่มที่เป็นผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตสามมาหยุดยืนอยู่ข้างกายผู้เฒ่าที่ริมหน้าผา เอ่ยถามเสียงเบาว่า “อาจารย์ เห็นได้ชัดว่าทางเมืองแยนจือมีปราณปีศาจแผ่อบอวล สถานการณ์น่าจะเลวร้ายไม่น้อย กล้าทำตัวกำเริบเสิบสานในเมืองขนาดนี้ ย่อมต้องไม่ใช่ปีศาจธรรมดาแน่นอน พวกเราจะตามไปดูกันหน่อยไหม?”
จ้าวหลิวหัวเราะเฮอๆ “ขนาดเจ้ายังมองออกว่าที่นั่นมีปราณปีศาจพุ่งเทียมฟ้า อาจารย์ไม่ใช่คนตาบอดสักหน่อย”
ชายหนุ่มขบคิดความหมายจากถ้อยคำของอาจารย์อย่างลึกซึ้ง ก่อนจะถามหยั่งเชิงว่า “ถ้าอย่างนั้นพวกเราส่งกระบี่บินกลับไปที่สำนัก? บอกว่าต้องการกำลังเสริม?”
ผู้เฒ่าหรี่ตามองไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืนของเมืองแยนจือ เอ่ยเนิบช้าว่า “อาจารย์อาฟู่ต้องการให้พวกเรากำราบเทพภูเขาเถื่อนแซ่ฉิน ตอนนี้ศาลเทพภูเขาพังถล่มลงแล้ว พวกเราเองก็ได้เศษชิ้นส่วนร่างทองมาสามชิ้น การลงจากภูเขามาฝึกประสบการณ์ในครั้งนี้ พวกเจ้าได้ผลเก็บเกี่ยวที่อุดมสมบูรณ์มาก เหนือกว่าคนรุ่นเดียวกันคนอื่นๆ เศษส่วนร่างทองเทพภูเขาที่มากมายขนาดนี้ มีผู้ฝึกลมปราณห้าขอบเขตล่างสักกี่คนที่เคยเห็นกับตาตัวเองมาก่อน? การฝึกประสบการณ์นอกสำนักในครั้งนี้จะต้องได้คำว่าประเมินว่า ‘ดี’ อย่างแน่นอน หากโชคดี ไม่แน่ว่าอาจได้คำว่าดีเยี่ยมเลยก็เป็นได้”
ผู้เฒ่าหันหน้ากลับมา เอ่ยเบาๆ ว่า “ซีผิงเอ๋ย เจ้าควรต้องรู้ว่าเรื่องดีๆ บนโลกใบนี้ อะไรที่มากเกินขอบเขตไปก็ไม่ดี หากเจ้าและข้าสองอาจารย์ศิษย์เลือกจะส่งกระบี่บินไปส่งข่าว หลังจบเรื่องสำนักส่งคนมาที่แคว้นไฉ่อี ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียด เมื่อเปรียบเทียบเวลาแล้วเห็นว่าพวกเรากริ่งเกรงไม่กล้าเดินหน้าต่อ ก็ง่ายที่จะถูกเปิดโปง คำพูดพวกนี้อาจารย์เต็มใจพูดกับเจ้าก็เพราะว่าเจ้าเป็นลูกศิษย์ที่ข้าภาคภูมิใจมากที่สุด จำไว้ว่าอย่าได้เอาไปบอกคนอื่น”
ผู้ฝึกกระบี่หนุ่มยอมศิโรราบอยู่ในใจ เขากดเสียงเอ่ยเบาๆ ว่า “อาจารย์ฉลาดปราดเปรื่อง วางแผนได้อย่างรอบคอบรัดกุม!”
จ้าวหลิวหันกลับไปมองยังกองไฟที่อยู่ห่างไปไกล ลูกศิษย์ของสำนักโองการเทพต่างก็นั่งขัดสมาธินอนหลับอยู่ข้างกองไฟ คนที่อายุน้อยที่สุด เวลาหายใจระหว่างนอนหลับจะมีไอขาวเป็นเส้นๆ ไหลลงมาจากจมูกและใบหูให้เห็นได้อย่างเลือนราง หันไปมองพี่น้องชายหญิงสองคนที่เข้าสำนักมาก่อน สภาพของพวกเขากลับห่างชั้นไกลนัก ผู้เฒ่าขมวดคิ้วพูดเบาๆ “เรื่องนี้เจ้าไปคุยกับเจ้าเด็กน้อยคนนั้นด้วย เด็กคนนี้มีความรู้สึกที่เฉียบไวมาก อย่าเห็นแค่ว่าเขาทำเป็นไม่รู้เรื่องไม่รู้ราว แต่อันที่จริงพวกเราหลอกสองพี่น้องคู่นั้นได้ มีเพียงเขาที่เราหลอกไม่ได้ หากไม่พูดให้ชัดเจน กลับสำนักแล้วเขาปากมากพูดออกไป จะกลายเป็นหายนะเอาได้”