ตอนที่ 1642
บทที่ 726.3
October 21, 2026
บทที่ 726.3 ป๋ายเหย่สมกับเป็นเทพเซียน ทว่าวิญญาณกระบี่กลับไม่เป็นเช่นนั้น
สำหรับกระบี่เซียนสี่เล่มที่ชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วหลายใต้หล้า แต่ไหนแต่ไรมาก็มีคำเล่าลือว่าทุกเล่มล้วนมีวิญญาณกระบี่ซ่อนตัวอยู่ สามารถใช้ปณิธานกระบี่ก่อตัวขึ้นมาเป็นมนุษย์ คอยอยู่เคียงข้างเจ้านายตลอดเวลา ตัวของวิญญาณกระบี่เองจะมีพลังการต่อสู้เท่าเทียมกับผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตบินทะยานคนหนึ่ง เป็นเหตุให้ได้ครอบครองกระบี่เซียนเล่มหนึ่งก็เท่ากับว่าได้ครอบครองข้ารับใช้ถือกระบี่ขอบเขตบินทะยานที่มีมหามรรคาร่วมกัน เพียงแต่ว่ารูปโฉมของวิญญาณกระบี่ทั้งสี่ท่าน แม้แต่อวี๋เสวียนก็ยังไม่เคยได้เห็นกับตามาก่อน สหายรักอย่างฮว่อหลงเจินเหริน ในฐานะเทียนซือใหญ่ต่างแซ่ของภูเขามังกรพยัคฆ์ก็ยังบอกกับอวี๋เสวียนว่าตัวเองเคยพบกับวิญญาณกระบี่แค่สองครั้งเท่านั้น ทว่ารูปโฉมกลับไม่แน่นอน มีครั้งหนึ่งรูปร่างเป็นนักพรตน้อยที่ห้อยตราประทับเทียนซือ ส่วนอีกครั้งหนึ่งมีลักษณะเป็นสตรีถือกระบี่ที่สะพายฝักกระบี่
สำหรับเรื่องนี้อวี๋เสวียนเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เพราะถึงอย่างไรยามที่ฮว่อหลงเจินเหรินคิดจะหลอกคนอื่นขึ้นมาก็ทำให้คนไร้คำพูดได้จริงๆ เพราะใครที่สนิทที่สุดเขาก็มักจะชอบหลอกคนผู้นั้น ก็เหมือนอย่างเมื่อหลายปีก่อนที่ฮว่อหลงเจินเหรินต้องหน้าม้านที่จวนเทียนซือ จากนั้นพอเดินทางท่องเที่ยวอยู่ในแผ่นดินกลาง ข้างกายเขาจึงมีนักพรตหนุ่มคนหนึ่งติดตามไปด้วย ลูกศิษย์ผู้สืบทอดจางซานเฟิง
สองอาจารย์และศิษย์ไม่ขึ้นเขา ฮว่อหลงเจินเหรินเพียงแค่บอกให้อวี๋เสวียนลงจากภูเขามารับรองแขก บอกว่าลูกศิษย์ของตัวเองเป็นคนขี้ขลาด
เจ้าเด็กคนนั้นก็ไม่รู้ว่าควรเรียกว่าใจกล้าหรือว่าเป็นคนโง่กันแน่ พอรู้ว่าเขาชื่ออวี๋เสวียนยังทำสีหน้าจริงใจ ขาดก็แค่ไม่ได้หลุดปากเอ่ยมาว่าผู้อาวุโสโชคไม่ดีเลย ถึงขั้นโชคร้ายมีชื่อเดียวกับฝูลู่อวี๋เสวียนผู้นั้น ด้วยเหตุนี้การฝึกตนบนภูเขาจะต้องถูกคนหัวเราะเยาะไม่น้อยแน่นอน
กระบี่เซียนสามเล่มที่มีไท่ป๋ายเป็นหนึ่งในนั้นมีชื่อเสียงโด่งดังมานาน การปรากฎตัวของกระบี่เซียนทุกเล่มล้วนสร้างความสะท้านฟ้าสะเทือนดินได้ทั้งสิ้น
ยกตัวอย่างเช่นป๋ายเหย่ใช้กระบี่ฟันถ้ำสวรรค์ น้ำของแม่น้ำหวงเหอไหลมาจากสวรรค์ หรือยกตัวอย่างเช่นเต๋าเหล่าเอ้อตัวคนเดียวพกกระบี่ไปถามกระบี่แก่อารามเสวียนตูใหญ่ สังหารผู้มีพรสวรรค์เลิศล้ำคนหนึ่งของใต้หล้ามืดสลัว
หรือยกตัวอย่างเช่นเทียนซือใหญ่ของภูเขามังกรพยัคฆ์รุ่นนี้ ในฐานะนักพรตหนุ่มที่สืบทอดตำแหน่งเทียนซือใหญ่ด้วยอายุที่น้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ตอนอายุยี่สิบก็พกกระบี่ลงจากภูเขา ไปท่องเที่ยวอยู่ในโลกมนุษย์นานร้อยปี เหยียบย่างลงบนพื้นที่ของหกทวีปในไพศาล สังหารปีศาจห้าขอบเขตบนติดต่อกันไปถึงสิบเอ็ดตน สังหารจนผีทั้งหลายในโลกมนุษย์ล้วนพากันหลบเลี่ยงเทียนซือแห่งภูเขามังกรพยัคฆ์ นี่ถึงได้มีคำพูดติดปากประโยคที่บอกว่า ‘บนโลกมนุษย์ขอแค่เป็นสถานที่ที่ภูตผีออกอาละวาด ก็ต้องมีเทียนซือแห่งภูเขามังกรพยัคฆ์’
มีเพียงกระบี่เล่มที่สี่เท่านั้นที่ตลอดหมื่นปีที่ผ่านมาไม่เคยเผยร่างจริง ว่ากันว่าหอสยบกระบี่ของทักษินาตยทวีปหนึ่งในเก้าหอพิทักษ์เมืองสร้างขึ้นมาก็เพื่อใช้สยบกระบี่เล่มนี้ ใช้สยบกำราบวิญญาณกระบี่ตนนี้ แล้วก็มีคำกล่าวบอกว่าคนพิฆาตมังกรที่อยู่ดีๆ ก็โผล่มาบนโลกเมื่อสามพันปีก่อน ตอนนั้นได้ถือกระบี่ยาวเล่มนี้ไว้ในมือ พอสังหารมังกรไปแล้วก็โยนกระบี่ทิ้งไปอย่างไม่ใส่ใจ ทำให้กระบี่จมลงสู่มหาสมุทร
บนยอดเขาของใต้หล้าไพศาลยังมีคำเล่าลือบอกว่า อันที่จริงยังมีกระบี่เซียนเล่มที่ห้าด้วย เพียงแต่ไม่มีใครรู้ร่องรอยว่าหายไปไหน
นอกจากนี้กระบี่เซียนไท่ป๋ายที่อารามเสวียนตูใหญ่ให้ป๋ายเหย่ยืมเล่มนี้ อันที่จริงชื่อเดิมคือเสวียนตู เพียงแต่ว่ามีอีกชื่อหนึ่งคือไท่ป๋าย พอมาอยู่ในมือป๋ายเหย่ ชื่อหลังถึงได้เหนือกว่าชื่อแรก
จวนเทียนซือของภูเขามังกรพยัคฆ์ หนึ่งในวัตถุแทนตัวตราประทับกระบี่ของเทียนซือใหญ่ กระบี่เซียนมีชื่อว่าว่านฝ่า (หมื่นอาคม)
ส่วนกระบี่เซียนที่อยู่ในการครอบครองของเจ้าลัทธิสองแห่งป๋ายอวี้จิงที่ถูกขนานนามว่าเป็นผู้ไร้เทียมทานที่แท้จริง มีชื่อว่าเต้าจ้าง (ชื่อเรียกรวมของคัมภีร์ในลัทธิเต๋า)
ป๋ายเหย่หันหน้ามายิ้มถาม “ไม่ไปจริงๆ หรือ? โอกาสสุดท้ายแล้วนะ หากจิตหยินของผู้อาวุโสแหลกสลาย บวกกับที่ทิ้งน้ำเต้าแห่งชะตาชีวิตลูกนั้นไว้ที่นี่ เกรงว่าแม้แต่ขอบเขตบินทะยาน เทพเซียนผู้เฒ่าอวี๋ก็คงเก็บไว้ไม่ได้แล้ว”
ฟ้าดินจิตธรรมหกแห่งของป๋ายเหย่มิอาจกักตัวปีศาจใหญ่หกตนได้นานนัก
อวี๋เสวียนกลัดกลุ้มใจเหลือเกิน ตนไม่อาจช่วยอะไรได้มาก แต่ก็คงไม่ถึงขั้นช่วยให้เสียเรื่อง แล้วนับประสาอะไรกับที่ตนอยู่ที่นี่ก็ทำให้ป๋ายเหย่มีโอกาสรอดชีวิตเพิ่มขึ้นมาเสี้ยวหนึ่ง
ในความเป็นจริงแล้วเขาใช้จิตหยินออกเดินทางไกลมาเยือนฝูเหยาทวีปจริงๆ ร่างจริงของเขาซ่อนอยู่ที่อื่น ทว่าสมบัติทั้งหมดรวมถึงน้ำเต้าบรรจุเหล้าลูกนี้ล้วนเอามาพร้อมกันด้วยทั้งหมดแล้ว
ป๋ายเหย่ยกฝักกระบี่ที่อยู่ในมือขึ้น เอ่ยว่า “รบกวนเทพเซียนผู้เฒ่าอวี๋ช่วยเอาของสิ่งนี้ไปคืนให้แก่อารามเสวียนตูใหญ่ที ได้ยินมาว่าหนึ่งในความเสียดายในชีวิตนี้ของฝูลู่อวี๋เสวียนก็คือไม่สะดวกจะออกเดินทางไกลไปเยือนใต้หล้ามืดสลัว ป๋ายเหย่พอจะมีคุณความชอบเล็กๆ ติดตัว อยู่กับข้าไม่มีประโยชน์อะไร อวี๋เสวียนสามารถอาศัยสิ่งนี้บินทะยานไปกลับระหว่างสองใต้หล้าได้ ส่วนกระบี่ไท่ป๋ายในมือป๋ายเหย่นี้คงไม่อาจเอากลับไปคืนเจ้าของเดิมได้แล้วจริงๆ ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนท่านอีกที ช่วยบอกต่อแก่เจ้าอารามซุนด้วยว่าข้าขอโทษ”
ขอแค่อวี๋เสวียนรับฝักกระบี่ไท่ป๋ายนี้ไป ป๋ายเหย่ก็จะออกกระบี่อย่างเต็มกำลัง ฟันบัลลังก์ทั้งหกอย่างพร้อมเพรียงกัน ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องฟันเปิดทางเส้นหนึ่งให้กับอวี๋เสวียนให้จงได้
เชื่อว่าด้วยวิชายันต์ของอวี๋เสวียน ต่อให้มีปีศาจใหญ่บนบัลลังก์พยายามขัดขวางอย่างสุดความสามารถ อวี๋เสวียนก็คงจากไปได้ไม่ยากอยู่ดี
คิดไม่ถึงว่าอวี๋เสวียนจะส่ายหน้า “แค่ใช้จิตหยินเดินทางไกลมา แค่ตัดใจสละครึ่งชีวิตทิ้งไว้ที่นี่ก็ถือว่าไม่ใจกว้างมากพอแล้ว ถอยร่นในช่วงเวลาสำคัญ เผ่นหนีเอาชีวิตรอด จะไม่ทำให้มาดแห่งเซียนต้องสูญหายไปสิ้นหรอกหรือ”
เมื่อจิตแห่งมรรคาของอวี๋เสวียนยืนหยัดหนักแน่นก็ไม่ทำตัวเลอะเลือนต่ออีก เขาหัวเราะเสียงดัง “อยากคืนฝักกระบี่ก็เอาไปคืนเองสิ! ข้าอวี๋เสวียนจะไปพบกับป๋ายอิ๋งผู้นั้นก่อน ไม่แน่ว่าเจ้านี่อาจเป็นกุญแจสำคัญของวิชาตัวตายตัวแทนนั่นก็ได้ จากนี้ยามเจ้าออกกระบี่ก็ทำตามกฎเดิม ข้าจะไม่เป็นตัวถ่วงของเจ้า”
ขอบเขตบินทะยานยอดเขาสูงสุดคนหนึ่งที่มีหวังจะผสานมรรคากับฟ้าดิน ตัดใจทิ้งจิตหยินและวัตถุแห่งชะตาชีวิตที่เป็นรากฐานที่สุดชิ้นหนึ่งได้ลงคอ หากนี่ยังไม่เรียกว่าใจกว้างอีก ก็คงเป็นเรื่องตลกที่ใหญ่ที่สุดในใต้หล้าแล้ว
ฝูลู่อวี๋เสวียน เปี่ยมไปด้วยมาดแห่งเซียน
ผู้เฒ่าเปลือยเท้าผมขาวสวมชุดสีม่วง เท้าเหยียบอยู่บนภาพไท่จี๋ ร่างพลันเปล่งวูบหายไป ฉวยโอกาสตอนที่จิตธรรมขุนเขาสายน้ำของป๋ายเหย่ถูกป๋ายอิ๋งกระแทกม่านฟ้าให้ปริแตกลอดผ่านรอยเส้นเข้าประตูนั้นไป ผู้เฒ่าเผยกายธรรม ชายแขนเสื้อสองข้างพองสะบัด ยันต์ล่องลอยออกมาติดต่อกันไม่ขาดสาย ประหนึ่งเกล็ดหิมะที่ปลิวว่อนเต็มท้องฟ้า โจมตีป๋ายอิ๋งและข้ารับใช้ถือกระบี่ที่ทำหน้าที่เปิดทางให้ถอยร่นกลับไปยังซากปรักสนามรบแห่งนั้นก่อน แล้วค่อยใช้ยันต์ครึ่งหนึ่งสร้างความมั่นคงให้กับฟ้าดินจิตธรรมของป๋ายเหย่ ถ่ายโอนเข้ามาในฟ้าดินค่ายกลยันต์ของตัวเอง ยันต์อีกครึ่งหนึ่งที่เหลือมีสารพัดรูปแบบ เต็มไปด้วยความแปลกใหม่พิสดาร
บนพื้นดิน กองทัพม้าเหล็กมารวมตัวกัน บุกทะลวงฝ่าค่ายกล บนนภากาศ มีนางฟ้าโปรยบุปผา
นอกจากนี้ยังมีหุ่นเชิดเกราะทองอีกหลายร้อยตนที่พอเหยียบลงพื้นได้ก็พุ่งกระโจนไปเบื้องหน้า พลังอำนาจดุจอสนีบาต
ศาลา หอเรือน หอเก๋งมากมายล้วนมีเซียนซือชุดขาวที่จำแลงมาจากยันต์พร้อมใจกันร่ายวิชาอภินิหารที่แตกต่าง โยนสมบัติอาคมที่ใช้ในการโจมตีออกไป ประหนึ่งสายฝนที่พร่างพรมลงบนโลกมนุษย์
หนึ่งในคดีที่ปิดไม่ลงบนภูเขาของใต้หล้าไพศาลก็คือสรุปแล้วฝูลู่อวี๋เสวียนหลอมยันต์ไว้กี่หมื่นแผ่นกันแน่ หลายหมื่นแผ่น? หลายแสนแผ่น? ล้านแผ่น?!
เวลาเดียวกันนั้นปีศาจบนบัลลังก์ป๋ายอิ๋งไม่ว่าจะหดย่อพื้นที่อย่างไรก็ยังคงยืนอยู่บนประตูตายของค่ายกลปากว้าอยู่ตลอดเวลา
ต่อให้เจ้าจะอยู่ในฟ้าอำนวยของค่ายกลใหญ่สามแห่งของฝูเหยาทวีป ทว่าก่อนหน้านี้มีฟ้าดินจิตธรรมของป๋ายเหย่ มีฟ้าดินของอวี๋เสวียน แล้วยังตามมาด้วยภาพไท่จี๋ ทั้งสามสิ่งนี้ต่างก็พร้อมใจกันสลายฟ้าอำนวยนั้นทิ้งไป!
อารมณ์ของป๋ายอิ๋งเคร่งเครียด เจ้าฝูลู่อวี๋เสวียนสมควรตายผู้นี้ หากเปลี่ยนไปเป็นคนใดคนหนึ่งของสิบคนแห่งแผ่นดินกลางก็ไม่ถึงขั้นทำให้เขารู้สึกยุ่งยากถึงขนาดนี้
ป๋ายอิ๋งไม่ยินดีจะเผยรากฐานของตัวเองออกมา จึงได้แต่เลียนแบบฝูลู่อวี๋เสวียน นั่นคือใช้ปริมานคว้าชัยชนะ ต่างฝ่ายต่างร่ายวิชาอภินิหาร ใช้จำนวนมากปะทะจำนวนมาก
อวี๋เสวียนมียันต์มาก ป๋ายอิ๋งก็จำแลงชุดคลุมอาคมบนร่างให้เป็นบัลลังก์โครงกระดูกอีกครั้ง บังคับกองทัพใหญ่วิญญาณหยินแต่ละกองให้จับคู่เข่นฆ่ากับหุ่นเชิดยันต์ที่มีเป็นพรืดอยู่บนสนามรบแห่งต่างๆ
อันที่จริงฟ้าดินที่ทั้งสองฝ่ายอยู่ ไม่ว่าจะบนฟ้าหรือบนดินก็ล้วนเป็นสนามรบทั้งสิ้น
แม้ว่าอวี๋เสวียนจะแค่รั้งปีศาจใหญ่บนบัลลังก์อย่างป๋ายอิ๋งไว้ได้แค่คนเดียว แต่กระนั้นก็ทำให้ป๋ายเหย่รู้สึกผ่อนคลายได้เยอะมาก
หนึ่งเพราะมีความเป็นไปได้มากว่าป๋ายอิ๋งจะเป็นทางหนีทีไล่สำคัญที่เจี่ยเซิงจัดวางไว้ นอกจากนี้ชีวิตนี้ป๋ายเหย่ที่ไม่ว่าจะเป็นเซียนกระบี่ผู้ภาคภูมิใจหรือเซียนกวีผู้ผิดหวัง ก็ไม่เคยพึ่งพาคนอื่น ด้วยเหตุนี้การเข่นฆ่าในครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกที่ป๋ายเหย่ได้รบเคียงบ่าเคียงไหล่กับคนอื่น
นอกจากป๋ายอิ๋งแล้ว ปีศาจใหญ่บนบัลลังก์อีกห้าตนที่เหลือล้วนหลุดพ้นจากพันธนาการมาได้แล้ว พวกเขาพร้อมใจกันเผยกายธรรมหมื่นจั้ง สุดท้ายปราณวิญญาณจึงไปรวมตัวอยู่ในห้าจุดอย่างบ้าคลั่ง
ระหว่างฟ้าดิน ปราณวิญญาณอันเปี่ยมล้นไพศาลของหนึ่งทวีปจึงแห้งขอดไปนับแต่นั้น
หากไม่เป็นเพราะก่อนหน้านี้บัลลังก์ทั้งหกดึงเอามาควบคุมวัตถุแห่งชะตาชีวิตก็เป็นเพราะถูกทะเลเมฆของป๋ายอิ๋ง ชุดคลุมมังกรของหย่างจื่อและน้ำเต้าเลี้ยงกระบี่ของเชี่ยอวิ้นสูบกลืนเอาไปดั่งปลาวาฬสูบน้ำ
ต่อมาค่ายกลกระบี่ห้าแห่งก็หล่นลงบนพื้น กักปีศาจใหญ่บนบัลลังก์ทั้งห้าที่รวมถึงหย่างจื่อให้อยู่ในนั้นอีกครั้ง
ป๋ายเหย่บทกวีไร้เทียมทาน
มีเพียงยามที่บทกวีบทกลอนในใจถูกเปิดอ่านจนสิ้น ถึงจะเป็นช่วงเวลาที่ปราณวิญญาณในจิตใจของป๋ายเหย่เผาผลาญจนหมด
ซึ่งก่อนจะเป็นเช่นนั้น บทกวีไร้เทียมทาน กระบี่ก็ยิ่งไร้ทัดเทียม