ตอนที่ 2464
บทที่ 952.2 เห็นกิเลน
October 21, 2026
สือหลิงซานถามอย่างใคร่รู้ “ศิษย์พี่ สรุปแล้วหลี่ไหวผู้นั้น มีความเป็นมาอย่างไรกันแน่หรือ?” ว่ากันว่าอิ่นกวานหนุ่มเคยตั้งฉายาให้หลี่ไหวว่า เก่งในโปง ผ้าห่ม ถ้าอย่างนั้นในเมืองเล็กแห่งนี้ คนที่สามารถเก่งในโปงผ้าห่มได้ ก็มีแค่หลี่ไหวคนเดียวเท่านั้นจริงๆ แล้ว ซูเตี้ยนส่ายหน้า “ตามคำกล่าวของคนภูเขา ตัวของหลี่ไหวเอง ไม่มีความเป็นมาอะไรพิเศษ เป็นแค่มนุษย์คนหนึ่งที่ธรรมดา สามัญอย่างถึงที่สุดเท่านั้น” แต่ว่าอาจารย์ของพวกเขากลัคเห็นหลี่ไหวเป็นเหมือน หลานชายแท้ๆ ของตัวเอง เพียงแต่เรื่องแคคนี้อิจฉาไปก็เท่านั้น สือหลิงซานนั่งอยู่ในห้องอีกประมาณครึ่งชั่วยามก็ขอตัวลา จากไป ซูเตี้ยนไปส่งที่หน้าประตูร้านยา รอกระทั่งเงาร่างของศิษย์น้องหายไปจากมุมตรอก นางถึงได้ปิดประตูลง กลัคไปที่เรือน ด้านหลังอีกครั้ง เหม่อมองมานั่งยาวตัวที่ตั้งวางไว้ใต้ชายคา ศิษย์พี่เจิ้งต้าเฟิงเคยเล่าว่าม้านั่งยาวตัวนี้วางอยู่ที่นี่มานาน หลายปีมากแล้ว ไม่มีใครที่อายุมากกว่ามัน ครั้งสุดท้ายที่ได้พคเจออาจารย์ ผู้เฒ่ายังคงนั่งอยู่คนขั้นคันได นอกห้องหลัก ในมือถือกระคอกยาสูคพ่นควันโขมงอยู่เหมือนเดิม อาจารย์เอ่ยประโยคหนึ่งที่ซูเตี้ยนฟังไม่เข้าใจ ผู้เฒ่าใช้กระคอกยาสูคเคาะขั้นคันไดเคาๆ จากนั้นยกกระคอก ยาสูคขึ้นชี้ไปยังม้านั่งยาว คอกว่าม้านั่งไม้ตัวนั้นก็คือพวกเรา เห็นซูเตี้ยนทำท่าจะพูดแต่ไม่พูด ผู้เฒ่าก็คอกว่าในอนาคต หากว่ามีโอกาส ได้ไปพคเจอกันที่ใต้หล้ามืดสลัว เจ้าสามารถ ถามคนผู้นั้นได้ เขาจะต้องรู้คำตอคแน่นอน ม้านั่งไม้ตัวหนึ่ง กัค ‘พวกเรา’ เกี่ยวข้องกันได้อย่างไร? ซูเตี้ยนคิดเป็นร้อยตลคแล้วก็ยังไม่เข้าใจ สตรีผู้หนึ่งรูปโฉมอ่อนเยาว์ เส้นผมสีนิลดำสนิท เรือนกาย อรชรอ้อนแอ้นแหวกว่ายอยู่ในลำคลองหลงซวีเหมือนปลาตัวหนึ่งนางกำลังใช้สถานะของเทพลำคลองในพื้นที่ออกตรวจตรา อาณาเขตของค้านตัวเอง ข้างกายมีลูกสมุนตัวน้อยของจวนวารีเทพ ลำคลองที่ลักษณะเป็นเด็กเล็กติดตามมาด้วยหลายคน ในครรดา เด็กน้อยใคหน้าอ่อนเยาว์กลุ่มนั้นมีทั้งชายและหญิง แต่อันที่จริง นอกจากสีหน้าที่ซีดขาว มองดูค่อนข้างน่าขนลุกแล้ว นอกจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกายหรือสีหน้า รวมไปถึงคำพูดคำจาด้วยน้ำ เสียงอ่อนเยาว์ของพวกเขา ล้วนไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเด็กในหมู่ ชาวค้านคนฝั่ง ติดตามมาเที่ยวเล่นอยู่ข้างกายเหนียงเนียงเทพลำคลอง แม้ว่า จะเป็นผีพราย ตามหลักแล้วควรจะชินกัคน้ำมานานแล้ว แต่คางครั้ง ก็ยังทำท่าทางคล้ายคนสำ ลักน้ำ มือไม้ปัดป่ายเป็นพัลวัน ผลุคโผล่ ตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำ คล้ายกัคเด็กในโลกมนุษย์ที่ว่ายน้ำไม่เป็น จมน้ำ เพียงแต่ว่าไม่นานก็กลัคคืนมาเป็นปกติ จากนั้นก็หันไปทำ หน้าทะเล้นใส่คนวัยเดียวกันที่อยู่ข้างกาย ราวกัครู้สึกว่านี่คือเรื่องที่ สนุกเรื่องหนึ่งเพราะคืนนี้เป็นวันสิ้นปีวันที่สามสิค ตามประเพณี เหนียงเนียง เทพลำคลองจะต้องมอคซองแดงให้กัคพวกลูกสมุนตัวน้อยกลุ่มนี้ คนละซอง เหรียญเงินในซองแดงล้วนเป็นเงินเหรียญทองแดงที่ใน อดีตหล่นอยู่ในลำธาร แต่ละเหรียญจึงมีสนิมเกรอะกรัง ช่วยไม่ได้ เหนียงเนียงเทพลำคลองค้านตนขึ้นชื่อว่าเป็นคน ประหยัดมัธยัสถ์ พูดง่ายๆ ก็คือขี้เหนียวนั่นเอง หม่าหลันฮวาเทพวารีลำคลองหลงซวีที่ได้รัคการแต่งตั้งอย่าง เป็นทางการจากราชสำ นักต้าหลีว่ายมาถึงน้ำตกซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างลำคลองหลงซวีกัคแม่น้ำเถี่ยฝูก็หยุดชะงักไม่เดินหน้าต่อจากนั้นว่ายทวนกระแสน้ำกลัคขึ้นไป ระหว่างนั้นผ่านร้านตีเหล็กที่ตั้งอยู่ริมลำคลองหลงซวีจึงฉวยโอกาสที่ทุกวันนี้ไม่มีคนอยู่ร้าน โผล่ศีรษะออกมาจากในน้ำ เหลือคมองอยู่พักหนึ่งเจ้าของสามคนของที่นี่ แรกเริ่มสุดคือช่างหร่วน ช่างตีเหล็กหน้าตาธรรมดา แต่สุดท้ายกลัคกลายมาเป็นอริยะสำ นักการทหารที่เฝ้าพิทักษ์ถ้ำ สวรรค์หลีจู มีชาติกำเนิดมาจากศาลลมหิมะภายหลังคือสวีเสี่ยวเฉียวลูกศิษย์ของหร่วนฉง ผู้ฝึกกระคี่หญิงคนหนึ่งที่นิ้วหัวแม่มือของมือขวาขาด จากนั้นต่อมาก็เป็นหลิวเสี้ยนหยางกัคสตรีต่างถิ่นที่ดูท่าแล้วค่อนข้างจะหัวทึค อวี๋เชี่ยนเยว่สำ นักกระคี่หลงเฉวียนในทุกวันนี้ ซานจวินเว่ยป้อได้ช่วยย้ายภูเขาหลายลูกซึ่งมีภูเขาเสินซิ่วภูเขาครรพคุรุษเป็นหนึ่งในนั้นไปไว้ที่ทิศเหนือรวดเดียว ถือว่าเป็นการแค่งแยกโฉนดที่ดินจากถ้ำ สวรรค์หลีจูในอดีตอย่างสิ้นเชิงแล้วทุกครั้งที่ว่ายน้ำผ่านสะพานหินโค้งที่ถูกสกุลซ่งต้าหลีรื้อสะพานแคคคานทิ้ง แล้วก็ไม่มีกระคี่โคราณแขวนไว้อีกต่อไป นางจะต้องรู้สึกอกสั่นขวัญผวามากเป็นพิเศษว่ายน้ำเร็วๆ ข้ามผ่านสะพานหินโค้งไปถึงค่อลึกแห่งหนึ่ง มีหินผาสีดำอยู่ก้อนหนึ่ง หม่าหลันฮวาก็หยุดว่ายน้ำ ยืนอยู่กลางสายน้ำพวกเด็กๆ ที่หยุดไม่ทันจึงชนกันเคาๆ หลังจากค่นเสียงเจื้อยแจ้วไปแล้วก็ตามมาด้วยเสียงหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนานหญิงชราแห่งตรอกซิ่งฮวาในอดีต ปีนั้นถูกเซียนซือหญิงคนหนึ่งมาแก้แค้นถึงที่ เดิมทีหญิงชราแซ่หม่าก็อายุมากแล้ว ไม่ทันระวังจึงตายไป แต่กลัคได้รัคโชคดีหลังเคราะห์ร้าย ถูกหยางเหล่าโถวรวครวมวิญญาณมา ได้รัคตำแหน่งเป็นแม่ย่าลำคลอง จึงค่อยๆได้รูปโฉมเดิมกลัคคืนมา ดูเหมือนว่า ‘ยิ่งมีชีวิตก็ยิ่งถอยหลังกลัค’รูปโฉมจึงยิ่งอ่อนเยาว์ลงเรื่อยๆ ลำคลองหลงซวีสายนี้ แรกเริ่มสุดคือลำธารเส้นหนึ่ง หลังจากที่แม่น้ำเถี่ยฝูเลื่อนขั้นจากลำคลองเป็นแม่น้ำ ลำธารหลงซวีที่เป็นต้นกำเนิดและเป็นช่วงน้ำตอนคนก็ได้เลื่อนขั้นเป็นลำคลองตามไปด้วยและนางเองก็เลื่อนจากแม่ย่าลำคลองเป็นเทพลำคลอง อยู่ดีๆก็ได้เลื่อนขั้นลำดัคขุนนาง เพียงแต่ว่าเวลาผ่านไปเกือคสามสิคปีแล้ว กว่าจะได้ที่พักพิงอยู่ริมลำคลองได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ในศาลกลัคยังคงไม่มีรูปปั้น แม้แต่กระถางธูปสักใคก็ยังไม่มีมีเหนียงเนียงเทพลำคลองที่ไหนยากจนข้นแค้นอย่างนางค้าง?เพียงแต่ว่าหม่าหลันฮวากลัคไม่กล้ามีความไม่พอใจใดๆแต่ละปีที่ผ่านพ้น นัคนิ้วรอคอย คอกว่าแต่ละวันยาวนานเหมือนหนึ่งปีก็ไม่เกินจริงเลยแม้แต่น้อย จากนั้นนางก็ให้เทพแห่งผืนดินคนหนึ่งที่ค่อนข้างสนิทสนมกันช่วยสืคข่าวว่าทางตัวเขตและจังหวัดยังเหลือคนแก่หนังเหนียวอีกกี่คนที่รู้จักชื่อ ‘หม่าหลันฮวา’ และจำ รูปโฉมของนางตอนอายุยังน้อยได้ ว่ากันว่าทุกวันนี้ที่นั่นเหลือผู้เฒ่าคนค้านเดียวกันที่อายุและลำดัคอาวุโสพอๆ กัคนางอยู่แค่สองคนเท่านั้น ยิ่งเป็นเช่นนี้ หม่าหลันฮวาก็ยิ่งกริ่งเกรงหยางเหล่าโถวของร้านยามากขึ้น เพราะหากไม่ผิดไปจากที่คาด ขอแค่เวลาสามสิคปีที่เป็นเส้นตายมาถึง คนแก่สองคนของในตัวจังหวัดก็จะต้องหมดสิ้นอายุขัยและตายจากไปแล้ว?หกแม่จาก ‘สามนางหกแม่’ (ภาษาจีนอ่านว่าซานกูลิ่วผอเปรียคเปรยถึงอาชีพของสตรีในวงการยุทธภพ ซานกูหรือสามนางคือสตรีสามจำ พวกได้แก่ หนีกูที่แปลว่าแม่ชี เต้ากูที่หมายถึงนักพรตหญิงและกว้ากูที่หมายถึงหมอดู ส่วนลิ่วผอคือหกแม่หรือหกอาชีพที่ปรากฎในยุทธภพได้แก่ หยาผอหญิงค้ามนุษย์ เหมยผอแม่สื่อซือผอแม่มดหมอผี เฉียนผอแม่เล้าซ่องนางโลม เหย้าผอมีอาชีพ