ตอนที่ 2465
บทที่ 952.3 เห็นกิเลน
October 21, 2026
หม่าหลันฮวาหวีเส้นผมยาวพลางทอดถอนใจเฮือกๆ บนหินผาสีดำที่มีแต่หลุมแต่บ่อแถบนี้ เมื่อก่อนเด็กๆ ในเมือง เล็กที่มาว่ายน้ำจับปลาที่นี่ต่างก็มี ‘ที่นั่ง’ อย่างดีที่แต่ละคนเลือกไว้ ด้วยตัวเอง หลังจากกลายมาเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขาสายน้ำ วิสัยทัศน์ก็ ต่างไปจากมนุษย์รรมดาในโลกคนเป็นอย่างสิ้นเชิง จุดตัดที่ตั้งอยู่ระหว่างภูเขาใหญ่ทิศตะวันตกกับเมืองเล็ก ภูเขา เจินจูที่ไม่สะดุดตาลูกนั้น ถึงกับเป็นที่ตั้งของไข่มุกมังกร และลำคลองหลงซวีใต้ฝ่าเท้าของหม่าหลันฮวาเส้นนี้ก็คือ ‘หนวดมังกร’ (หลงซวี) สมชื่ออย่างแท้จริง ดังนั้นปีนั้นในน้ำถึงได้ มีหินดีงูที่มูลค่าควรเมืองมากมายถึงเพียงนั้นปรากฏขึ้นมา ส่วน หนวดมังกรอีกเส้นหนึ่งก็คือถนนหลักของเมืองเล็ก บนถนนมี ซุ้มก้ามปู บ่อโซ่เหล็ก ต้นไหวโบราณ ตั้งเรียงไล่ยาวจนไปถึงทาง ทิศตะวันออก ไปหยุดอยู่ที่ประตูรั้วไม้ทางฝั่งตะวันออก เคยมีหนุ่มโสดไม่เป็นโล้เป็นพายคนหนึ่ง เจิ้งต้าเฟิงคนเฝ้าประตู ซึ่งทุกวันนี้ก็ไม่รู้ไปตายอยู่ที่ไหนแล้ว เพียงแค่ทิ้งบ้านดินเหลืองที่ ไม่มีคนพักอาศัยเอาไว้หลังหนึ่ง เคยมีคำกล่าวที่สุภาพไพเราะบอกว่า พยัคฆ์หมอบมังกรขดตัว ดูเหมือนว่าเตาเผามังกรทั้งหลายจะสร้างขึ้นบนลำตัวของมังกรตัวนี้ อันที่จริงตลอดหลายปีที่ผ่านมา หม่าหลันฮวากลัวมาตลอดว่า แม่นางน้อยผอมบางอ่อนแอของตรอกหนีผิงผู้นั้นจะมาคิดบัญชีเก่า กับตน เพราะถึงอย่างไรเมื่อก่อนเวลาไปตักน้ำที่บ่อโซ่เหล็ก ทุกครั้งที่ ได้เจอกับสาวใช้ต่ำต้อยข้างกายของ ‘บุตรนอกสมรสของผู้ตรวจการ ซ่ง’ หม่าหลันฮวาก็มักจะทำตัวเป็นผู้นำของสตรีปากยื่นปากยาว กลุ่มนั้นเป็นประจำ ตอนนั้นนางเคยพูดจาไม่น่าฟังไปมากมายจริงๆ เพราะถึงอย่างไรหญิงหม้ายของตรอกหนีผิงและยังมีเด็กกำพร้าคน นั้น ต่อให้พวกเขาจะยากจนแค่ไหนก็ไม่ได้มีสัญชาติเป็นทาสนี่นะ ต่อให้บ้านจะมีแค่ผนังสี่ด้าน แต่จะดีจะชั่วก็ยังมีชาติกำเนิดที่สะอาดบริสุทธิ์ กลับเป็นแม่นางน้อยชื่อประหลาดคนนี้ที่ต่อให้จะมีกินมีใช้ แล้วอย่างไร… ปีนั้นอย่าว่าแต่ชี้นิ้วนินทาจื้อกุยเลย ขอแค่เป็นพวกสตรีที่ ออกเรือนแล้วของเมืองเล็กก็ล้วนเคยทะเลาะชี้หน้าด่ากันมาทั้งนั้น ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใครก็มักจะมีคนหาข้อบกพร่องเป็นกองพะเนิน ออกมาได้เสมอ พูดจาทิ่มแทงใจคน เสียดสีเหน็บแนมซึ่งๆ หน้า ยกตัวอย่างเช่นว่าในบ้านของเจ้ามีเงินเหม็นๆ แค่ไม่กี่แดงแล้ว อย่างไร ทุกวันนี้มีเจ้าลูกกระต่ายที่พกไอ้จ้อนมาบ้างไหม ระวังเถอะ ควันธูปของบรรพบุรุษขาดลงเมื่อไร เงินพวกนั้นจะตกเป็นของใครก็ คงบอกได้ยากแล้ว…การแฉข้อเสียของกันและกันประเภทนี้เป็นเรื่อง ที่ธรรมดาสามัญอย่างถึงที่สุดแล้ว รอกระทั่งอีกฝ่ายตอบโต้ไม่ได้ก็ ค่อยจิกผมข่วนหน้ากัน พูดถึงแค่เรื่องของการลับฝีปาก ไม่พูดถึงการลงไม้ลงมือ หญิง ชราแซ่หม่าของตรอกซิ่งฮวา หญิงหม้ายตระกูลกู้ของตรอกหนีผิง สตรีออกเรือนแล้วตระกูลหลี่ที่บ้านอยู่ทางทิศตะวันตกสุดของเมืองเล็ก หวงเอ้อเหนียงที่ขายเหล้า ฯลฯ ล้วนเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งกัน ทั้ง นั้น ข นบธรรมเนียมชาวบ้านที่เรียบง่ายเช่นนี้ ช่างหร่วน ลู่เฉินที่ตั้ง แผงดูดวง ผู้ตรวจการเฉาที่เมามายอยู่ทุกวัน…คนต่างถิ่นพวกนี้ล้วน เคยประสบกับตัวเองมาก่อน หากไม่ยอมก็ไม่ได้เสียด้วย ในความเป็นจริงแล้วทุกคนที่เคยสัมผัสกับคนรุ่นเยาว์ของเมือง เล็กมาก่อน ไม่ว่าจะมีสถานะหรือขอบเขตอะไร จะมากจะน้อยก็ล้วน มีความรู้สึกที่คล้ายคลึงกันนี้ พูดถึงแค่เรื่องการประชุมศาลบุ๋นครั้งนั้น คำพูดของคนบางคนได้เป็นการตั้งฉายาใหม่เอี่ยมที่โด่งดังให้กับเฝ่ยหรานผู้ครองเปลี่ยวร้างและลูกศิษย์คนสุดท้ายของมหาสมุทรความรู้โจวมี่ คนหนึ่งคือ‘อริยะแห่งการนอนของภูเขาทัวเยว่’ ที่นอนอยู่ดีๆ ก็ได้เป็นเจ้าผู้ครองใต้หล้าซะอย่างนั้น กับ ‘อริยะแห่งความพ่ายแพ้ของกระโจมเจี่ยเซิน’ที่ไม่เคยมีผลการชนะเลย อิ่นกวานหนุ่มยังป่าวประกาศด้วยว่าจะมอบตราประทับส่วนตัวที่แกะสลักเองกับมือให้กับขุนนางใหญ่ผู้มีคุณูปการของใต้หล้าไพศาลสองคนนี้ แบ่งเป็นคำว่า ‘ตายร้อยรอบก็ไม่เสียดาย’ กับ ‘ใจใฝ่หาไพศาล’ …และยิ่งทำให้พวกปีศาจใหญ่แห่งเปลี่ยวร้างที่มีคุณสมบัติในการเข้าร่วมการประชุมของภูเขาทัวเยว่ยิ่งรู้สึกว่าอิ่นกวานหนุ่มผู้นั้นไม่ใช่คนกันเอง ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก ช่างน่าเสียดายเหลือเกินหม่าหลันฮวานวดคลึงข้างแก้มตนยังเคยถูกนังเด็กปากคอเราะร้ายผู้นั้นตบบ้องหูอย่างแรงมาครั้งหนึ่งด้วยนะนางหยิบรายงานขุนเขาสายน้ำเก่าแก่หลายฉบับออกมาจากชายแขนเสื้อ ความเหมือนเพียงหนึ่งเดียวก็คือในรายงานล้วนมีข่าวของหลานชายนาง อันที่จริงนางท่องจำ เนื้อหาบนรายงานข่าวพวกนี้ได้ขึ้นใจมานานแล้ว ให้ท่องกลับหลังก็ยังได้ หลายปีมานี้อยู่เฉยๆไม่มีอะไรทำ เหนียงเนียงเทพลำคลองท่านนี้จึงเริ่มคิดหาสารพัดวิธีมาทำให้ตัวเองอ่านหนังสือให้ออกและรายงานของวงการขุนนางของภูเขาสายน้ำประเภทนี้ก็ได้มาจากศาลเทพอภิบาลเมืองประจำ จังหวัด โดยทั่วไปแล้วทุกๆ รอบฤดูกาลจะมีมาส่งสองถึงสามฉบับ จางผิงเทพอภิบาลเมืองจะให้เสมียนโลกคนตายแยกกันเอาไปส่งให้ถึงมือเทพอภิบาลเมืองประจำอำเภอและประจำ เขตต่างๆ รวมไปถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขาสายน้ำทั้งหลาย นี่ทำให้หม่าหลันฮวาลำพองใจอย่างมาก ตอนที่เป็นแม่ย่าลำคลอง ตลอดทั้งปีได้รายงานข่าวมาอยู่ในมือแค่ไม่กี่ฉบับ รอกระทั่งได้เลื่อนเป็นเทพลำคลองแล้ว ระดับขั้นขุนนางเท่ากับขุนนางน้ำใสในวงการขุนนางภูเขาสายน้ำของต้าหลีแล้ว จำ นวนรายงานข่าวที่ได้รับในทุกปีจึงเพิ่มจากเดิมเป็นเท่าตัวทันใดเทียบกับบนไม่พอ เทียบกับล่างมากเหลือแหล่ชีวิตนี่นะ คนมักจะเดินขึ้นสู่ที่สูง น้ำมักจะไหลลงสู่ที่ต่ำเงยหน้ามองพวกคนที่มีชีวิตที่ดี นี่เรียกว่าใช้ชีวิตไปอย่างมีความหวังพอก้มหน้ามองคนที่สู้ตนไม่ได้ จิตใจก็สงบลงได้แล้วมีประโยคหนึ่งที่สตรีลืมไปแล้วว่าใครเป็นคนพูดไว้มนุษย์มีชีวิตอย่างยากลำบาก หลอกตัวเองได้ก็มีความหวัง……หลวี่เหยียนพาเสี่ยวโม่และชิงถงเดินเลียบระเบียงไปยังจุดอื่นจงใจให้บัณฑิตสองคนที่อายุห่างกันมากพูดคุยเรื่อง ‘สัพเพเหระในบ้าน’ปรมาจารย์มหาปราชญ์ยิ้มถาม “เฉินผิงอัน เจ้าคิดถึงการกินหนังสือได้อย่างไร?”เฉินผิงอันอึ้งตะลึง แต่เพียงไม่นานก็เข้าใจว่าคำว่า ‘กินหนังสือ’ ก็คือการหลอมตัวอักษรเฉินผิงอันอธิบายว่า “ก่อนหน้านี้ตอนอยู่บนหัวกำแพงเมืองไม่มีเรื่องอะไรให้ทำจริงๆ บังเอิญกับที่หลีเจินซึ่งอยู่บนหัวกำแพงเมืองฝั่งตรงข้ามโยนบันทึกขุนเขาสายน้ำเล่มหนึ่งมาให้ข้า ก็เลยได้เอามาใช้งาน”ปรมาจารย์มหาปราชญ์ยิ้มบางๆ “บังเอิญยิ่งนัก บังเอิญจนได้จังหวะพอดี”เฉินผิงอันเงยหน้ามองม่านฟ้าเห็นได้ชัดว่าปรมาจารย์มหาปราชญ์พูดจามีความนัยหากไม่เป็นเพราะหลอมตัวอักษรทั้งหมดของบันทึกการเดินทางเล่มนั้น รวมไปถึงด้วยความบังเอิญบางอย่าง ต่อให้เฉินผิง