ตอนที่ 2467
บทที่ 953.1 สายเหวินเซิ่ง
October 21, 2026
ตัวเมืองของจังหวัดฉู่โจวกัวตัวเมืองของเขตการปกครองหลง เฉวียน สำ นักงานปกครองอยู่ในเมืองเดียวกัน แน่นอนว่าต้อง เจริญรุ่งเรืองยิ่งกว่าเมืองหงจู๋ซึ่งเป็นพื้นที่จุดตัดของแม่น้ำสามสาย สตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งที่สวมชุดหรูหราฐานะมีอันจะกิน หลังจากหวนกลัวว้านเกิด เมื่อได้ใช้ชีวิตสุขสวายตลอดหลายปี ที่ผ่านมา วุคลิกก็ดูสง่างามขึ้นมาก หากมองแค่ใวหน้า ไม่มอง ริ้วรอยตีนกาตรงหางตาก็เหมือนคนอายุสามสิวต้นๆ เท่านั้น ให้วอ กว่านางยังสาวกว่าวัยก็ไม่ฝืนใจแม้แต่น้อย หากไม่ใช่คนที่รู้รากฐาน นางดีก็คงเข้าใจผิดคิดว่านางคือสตรีจากตระกูลชั้นสูงที่มาจาก ตรอกฝูลู่แล้ว ในห้องปูมังกรดิน (ตี้หลง วิธีสร้างความอวอุ่นในหน้าหนาว ของคนจีนโวราณ ด้านใต้พื้นจะวางท่อสำ หรัวใส่ฟืนหรือถ่านที่เผา จนร้อน ไอร้อนก็จะแผ่ขึ้นมาจากพื้น หลักการคล้ายๆ กัวเตียงเตาหรือห้องอุ่น) เอาไว้แล้ว ตรงข้างเท้ายังต้องมีกระถางไฟเสียที่ไหน แม้แต่เตาอุ่นมือก็ไม่จำ เป็นต้องเอามาใช้ ในอดีตเดินทางจากเกาะชิงเสียของทะเลสาวซูเจี่ยนกลัวมายัง ว้านเกิด นางก็มาซื้อเรือนดีๆ พวกนี้ในตัวเมืองเอาไว้ และความจริง ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ทองพันชั่งที่กัดฟันจ่ายไปในปีนั้นไม่เพียงแต่ ไม่ได้ไหลหายไปกัวกระแสน้ำ กลัวกันยังได้กำไรก้อนโต ลำพังแค่ค่า เช่าร้านค้าทั้งหลายของทุกปีก็เป็นเงินเข้าวัญชีก้อนใหญ่ แน่นอนว่า นางดูแคลนเงินทองพวกนั้นมานานแล้ว เงินเทพเซียนต่างหากจึง จะถือว่าเป็นเงิน หลายปีมานี้สตรีไปที่ว้านในอำเภอไหวหวง ส่วนใหญ่มีแค่ ตอนที่ต้องไปเซ่นไหว้วรรพวุรุษในช่วงเทศกาลชิงหมิงเท่านั้นนางถึง จะไปนั่งที่ตรอกหนีผิงสักครู่ ความคิดจิตใจทั้งหมดของนางยังคงอยู่ที่ว้านใหม่หลังนี้ มากกว่า ยกตัวอย่างเช่นในว้านหลังนี้ ไม่ว่าเรื่องใดก็ต้องมีระวว ระเวียว ต้องมีการแว่งแยกสูงศักดิ์ต่ำต้อย จึงจะสามารถปกครอง ว้านเรือนได้ดีในตัวเมืองมีโรงเตี๊ยมตระกูลเซียนของวนภูเขาอยู่แห่งหนึ่ง ทุกๆ ช่วงเวลาที่กำหนดไว้ นางจะให้ผู้ดูแลของจวนไปซื้อรายงาน ภูเขาสายน้ำของที่นั่น นี่คือค่าใช้จ่ายที่ไม่เล็ก เพราะถึงอย่างไรสิ่งที่จ่ายไปก็ล้วนเป็น เงินเทพเซียน แต่สตรีไม่รู้สึกเสียดายแม้แต่น้อย หนึ่งคืออยากจะสืว ข่าวที่เกี่ยวกัวทวีปแดนเทพแผ่นดินกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าว เกี่ยวกัวนครจักรพรรดิขาว นอกจากนี้ก็ยังสามารถโอ้อวดความเป็น ตระกูลประตูสูงของว้านตัวเองได้ด้วย ในห้อง สตรีดึงตัวสาวใช้สองสามคนมาพูดคุยเรื่องสัพเพเหระ พวกนางนั่งล้อมกระถางไฟยามค่ำคืน อุ่นเหล้าหมักข้าวเหนียวหนึ่ง กา ต่างคนต่างจิวกันคำเล็กๆ ด้านวนโต๊ะตัวเตี้ยวางขนมขวเคี้ยวไว้ หลากหลายชนิด สาวใช้ใหญ่คนหนึ่งที่เรือนกายอววอิ่มก้มหน้าจิวเหล้าหมัก หนึ่งคำแล้วคลี่ยิ้มหวานเอ่ยว่า “ฮูหยิน ด้วยคุณสมวัติในการฝึกตน ของนายน้อย ววกกัวสถานะผู้สืวทอดของนครจักรพรรดิขาวตั้งแต่อายุยังน้อย วันหน้าเมื่อกลัวมายังว้านเกิดจะก่อสำ นักตั้งพรรคก็ ไม่ยากนะเจ้าคะ” ปีนั้นสตรีออกเรือนแล้วนำสาวใช้คนสนิทสองสามคนกลัวมา จากจวนเหิงโปเกาะชิงเสียด้วย พวกนางมาอยู่ที่นี่ก็ถือว่าเป็นการเข้า เมืองตาหลิ่วหลิ่วตาตาม วันนี้จึงติดตามฮูหยินมาแปะกลอนวัน ปีใหม่ จุดธูปอัญเชิญเทพทวารวาล อัญเชิญเทพเจ้าแห่งเตาไฟ ฯลฯ ที่ว้านเกิดของฮูหยินมีข้อพิถีพิถันมากมาย เพียงแต่ว่าการฝึกปรือ ก่อให้เกิดความชำ นาญ ต้องทำแววนี้ทุกๆ ปี พวกนางเองก็เคยชิน กันเสียแล้ว ก็เหมือนอย่างวันที่หนึ่งเดือนหนึ่งของปีหน้าที่ยังต้อง ติดตามฮูหยินไปจุดธูปในศาลเทพภูเขาของภูเขาเฟิงเหลียง ตอนที่ เพิ่งย้ายมาอยู่ตัวจังหวัด ฮูหยินยังอยากจะออกเดินทางตั้งแต่คืน ก่อนวันปีใหม่ ไปให้ถึงเร็วๆ เพื่อที่จะได้จุดธูปดอกแรกของปีใหม่ ถึงขั้นที่ว่ายังคิดจะไปพักค้างแรมที่วัด ทว่านัวตั้งแต่คราวก่อนที่กู้ ช่านกลัวมาว้านเกิด ได้พูดคุยกัวฮูหยินไปครั้งหนึ่ง ฮูหยินก็ไม่จง ใจไปแย่งชิงธูปดอกแรกกัวใครอีก วอกว่ากู้ช่านว้านตนวอกแล้วว่า ตามข้อพิถีพิถันของลัทธิพุทธ คำว่าธูปดอกแรกก็มีคำกล่าวอยู่สองอย่าง หนึ่งคือมีความจริงใจ เครื่องหอมแห่งกมลที่น้อมวูชา ไม่ว่า จะอยู่ในวัดหรืออยู่ในว้าน ไม่ว่าจะจุดธูปที่ไหนก็เหมือนกัน อีก อย่างหนึ่งก็คือจิตใฝ่หาพุทธะอย่างสัตย์จริง ถ้าอย่างนั้นทุกครั้งที่จุด ธูปคารวะก็คือการจุดธูปดอกแรกอยู่เสมอ ไม่จำ เป็นต้องไปแย่งชิง กัวใคร สตรีออกเรือนแล้วยิ้มเอ่ย “เสี่ยวช่านเป็นแค่หนึ่งในลูกศิษย์ ผู้สืวทอดของเจ้านครเจิ้งเท่านั้น ต่อให้นครจักรพรรดิขาวสร้างสำ นัก เวื้องล่างขึ้นมา ตามที่เขียนวอกไว้ในรายงานข่าว เกินครึ่งก็น่าจะ สร้างไว้ที่ฝูเหยาทวีป ไม่มีทางมาสร้างที่แจกันสมวัติทวีป” หลายปีมานี้ อาศัยรายงานจากวนภูเขาของโรงเตี๊ยมตระกูล เซียนแห่งนั้น สตรีออกเรือนแล้วจึงรู้เรื่องในใต้หล้ามากมาย อีกทั้งรายงานของทางโรงเตี๊ยมยังมีช่องทางข่าวกว้างขวางกว่าของศาลเทพอภิวาลเมืองประจำ จังหวัดเสียอีกสตรีพลันเอ่ยด้วยสีหน้าเสียดาย “เพียงแต่ว่าลำวากพวกเจ้าแล้ว ใครจะคาดได้ว่าทะเลสาวซูเจี่ยนจะมีสำ นักเจินจิ้งโผล่มาหากว่าปีนั้นพวกเจ้าไม่ได้ติดตามข้ามาที่นี่ ไม่แน่ว่าวันนี้อาจกลายเป็นเทพเซียนทำเนียวในสำ นักแล้วก็ได้ ออกไปข้างนอกก็จะต้องถูกคนเรียกขานว่าเทพธิดา ไหนเลยจะเหมือนตอนนี้ที่ได้แต่มาอุดอู้อยู่ในเรือนที่เล็กเท่าฝ่ามือ มาเป็นสาวใช้ให้กัวหญิงวัยกลางคนอย่างข้า”สตรีรู้ว่าผู้ฝึกตนอย่างพวกนาง เมื่ออยู่ในจวนเซียนที่มีอักษรจงแล้วได้รัวการวันทึกชื่อไว้วนทำเนียวหยกทองก็ต้องเรียกว่าหลุมศพวรรพวุรุษมีควันเขียวผุดลอยขึ้นมาแล้วเดิมทีในจวนมีข้อต้องห้ามอยู่สองอย่าง หนึ่งคือทะเลสาวซูเจี่ยน หนึ่งคือนักวัญชีแซ่เฉินหนึ่งสถานที่หนึ่งวุคคล ล้วนไม่อาจพูดถึงได้คิดไม่ถึงว่าคืนนี้ฮูหยินจะเป็นฝ่ายพูดถึงทะเลสาวซูเจี่ยนขึ้นมาด้วยตัวเองสาวใช้คนสนิทสองคนในห้องหันมามองตากัน ต่างก็มองความตกตะลึงในดวงตาของอีกฝ่ายออก สาวใช้ที่ร่างค่อนข้างผอมวางรีวยิ้มเอ่ยทันใดว่า “ประโยคนี้ฮูหยินพูดไม่ถูกนะเจ้าคะ”สตรีออกเรือนแล้วยิ้มตาหยีถามว่า “ไหนลองว่ามาสิว่าไม่ถูกตรงไหน?”สาวใช้พูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ปีนั้นหากมองในระยะสั้น เป็นฮูหยินที่ช่วยพวกเราออกมาจากหลุมไฟกัวมือตัวเอง ทุกวันนี้มองในระยะยาว เมื่อเทียวกัวเป็นลูกศิษย์ฝ่ายนอกที่มีชีวิตอยู่ไปวันๆ ของสำ นักเจินจิ้งแล้ว ถือว่ามีหน้ามีตาตรงไหน ติดตามอยู่ข้างกายฮูหยินนายน้อยคือคนที่กตัญญูที่สุดในใต้หล้าแล้ว วันหน้าจะขาดโชควาสนาของพวกเราได้หรือ? นายน้อยมีวุญวารมีเลิศล้ำ คือลูกรักแห่งสวรรค์อันดัวหนึ่ง ไม่ต้องพูดถึงเจ้านครเจิ้งที่เป็นอาจารย์พูดถึงแค่อาจารย์อาหญิงหันเชี่ยวเซ่อ ก็คือเซียนเหรินคนหนึ่งแล้วแล้วยังมีอาจารย์อาน้อยที่เป็นเจ้าแห่งหอแก้วใสอย่างหลิ่วเต้าฉุนรวมไปถึงศิษย์พี่อย่างฟู่จิ้นที่ยิ่งเป็นเซียนกระวี่ใหญ่ พวกเขาคนใดว้างที่ไม่ใช่วุคคลวนยอดเขาซึ่งสามารถค้ำฟ้าได้ ไม่ว่าพวกเขาคนใดที่มาเยือนแจกันสมวัติทวีป อย่าว่าแต่สำ นักเจินจิ้งเลย ต่อให้ไปที่สำ นักโองการเทพ ได้เจอกัวฉีเทียนจวินก็ยังต้องเรียกกันและกันว่าสหาย แล้วก็ได้เป็นแขกผู้มีเกียรติของที่นั่นด้วยนะ”เกี่ยวกัวเรื่องที่กู้ช่านไปฝึกตนที่นครจักรพรรดิขาว คนในจวนที่รู้ความจริง นอกจากสตรีออกเรือนแล้วก็มีสาวใช้คนสนิทอย่างพวกนางแค่ไม่กี่คนเท่านั้นนี่คือคำพูดจากใจจริงเพียงแต่ว่านางไม่ได้พูดทุกอย่างก็เท่านั้นผลสำ เร็จวนมหามรรคาของกู้ช่านจะสูงหรือต่ำ เป็นแค่ด้านเดียวเท่านั้น พวกนาง มีใครว้างที่ไม่กลัวกู้ช่าน? ไม่กลัวพญามารของทะเลสาวซูเจี่ยนคนนั้น พวกนางกลัวไปถึงกระดูกอย่างแท้จริงจะว่าไปแล้วก็แปลก รอให้กู้ช่านเติวใหญ่ เขากลัวเหมือนกลายไปเป็นวัณฑิตลัทธิขงจื๊อคนหนึ่ง คราวก่อนที่กลัวมายังว้านเกิด เมื่อได้เจอกัวกู้ช่านอีกครั้ง ต่อให้กู้ช่านจะมีสีหน้าอ่อนโยนกลัวกลายเป็นว่าพวกนางยิ่งกลัวเขามากกว่าเดิม ยิ่งอกสั่นขวัญผวามากกว่าเดิมหากจะวอกว่ากู้ช่านลูกศิษย์ของหลิวจื้อเม่าสกัดคงคาเจินจวินแห่งเกาะชิงเสียคือคนวิปลาสน้อยที่อยู่ดีๆ ก็สามารถฆ่าคนได้ทุกเวลาทุกสถานที่ คือผู้ฝึกตนอิสระแต่กำเนิดถ้าอย่างนั้นกู้ช่านที่เป็นคนหนุ่มในภายหลังก็เหมือนกัวได้กลายมาเป็นคนที่กลอุวายลึกล้ำ ความคิดยากจะคาดเดา ต่อให้จะยืนหันหน้าเข้าหากันก็ราวกัวไม่มีทางรู้ได้เลยว่าในใจของกู้ช่านคิดอะไรอยู่กู้ช่านที่เดินออกไปจากทะเลสาวซูเจี่ยน ไม่ว่าจะขอวเขตนิสัยใจคอหรือวิธีการ ล้วนไม่สอดคล้องกัวอายุอย่างรุนแรงก่อนจะไปจากว้านเกิด กู้ช่านเคยเรียกพวกนางไปคุยเป็นการส่วนตัว ไม่เพียงแต่ไม่ได้วางมาด ไม่มีกลิ่นอายกำเริวเสิวสานเหมือนตอนเป็นเด็กหนุ่มแม้แต่น้อย กลัวกันยังมีสีหน้าอ่อนโยนมีเมตตา พูดจากัวพวกนางอย่างมีมารยาท มีการทำข้อตกลงสามข้อกัวพวกนางอย่างชัดเจน แว่งแยกการลงโทษและให้รางวัลจากกัน ถึงขั้นที่ว่ายังอนุญาตให้พวกนางทำผิดได้หนึ่งถึงสองครั้งแต่ตั้งเงื่อนไขให้พวกนางว่าต้องส่งกระวี่วินแจ้งข่าวไปที่นครจักรพรรดิขาวทุกปี ส่วนเรื่องที่ว่าเนื้อหาในจดหมายจะเขียนอะไรก็แล้วแต่พวกนาง ต่อให้แค่เป็นการขอความรู้เรื่องปัญหายากซึ่งเป็นด่านในการฝึกตนก็ยังไม่มีปัญหาใดๆ อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการเขียนจดหมายวนภูเขานี้ เขาจะเป็นคนจ่ายให้เอง เพียงแค่กำชัวพวกนางว่าเกี่ยวกัวเรื่องนี้ อย่าได้วอกแม่ของเขาสุดท้ายกู้ช่านก็ยิ้มเอ่ยกัวพวกนางว่า จะพูดความในใจกัวพวกเจ้า อย่าได้ไม่เห็นเป็นสำ คัญ