ตอนที่ 2468
บทที่ 953.2 สายเหวินเซิ่ง
October 21, 2026
หลิวเหล่าเฉิง เจ้าสำ นักเจินจิ้งคนปัจจุบัน หรือก็คือผู้ฝึกตน อิสระห้าขอบเขตบนคนแรกของแจกันสมบัติทวีป ความนัยในถ้อยคำนี้ของเขาก็คือ หากตอบตกลงกับเขาใน เรื่องนั้น หลิวจื้อเม่าก็จะได้เป็นเจ้าสำ นักรุ่นที่สี่ในประวัติศาสตร์ของ สำ นักเจินจิ้งแล้ว หลิวจื้อเม่าส่ายหน้า “ชีวิตต่ำต้อยนี้ของข้า ไม่อาจเป็นบุคคล อันดับหนึ่งได้หรอก ก่อนหน้านี้เคยคิดอยากจะเป็นผู้ครองทะเลสาบ ซูเจี่ยนแทนที่เจ้าสำ นัก ทุ่มเทความคิดจิตใจแทบตาย วางแผนไว้ มากมายขนาดนั้น ก็ยังเป็นการใช้ตะกร้าไม้ไผ่ตักน้ำอยู่ดี หากไม่เป็น เพราะรู้จักหลักการที่ว่าเป็นคนควรเหลือพื้นที่เว้นว่างไว้สักเสี้ยว ก็ เกือบจะรักษาชีวิตน้อยๆ นี่ไว้ไม่ได้แล้ว ทุกวันนี้คิดขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ยัง หวาดผวาไม่คลาย เจ้าสำ นักอย่าทำให้ข้าลำบากใจเลย” หลิวเหล่าเฉิงพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะได้เตรียมการอย่าง อื่น”อยู่ดีๆ หลิวจื้อเม่าก็ทอดถอนใจเอ่ยว่า “อากาศเก่าเสื้อผ้าตัว เก่า แต่คนกลับยังรอคอยความหวังอย่างใหม่” หลิวเหล่าเฉิงยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “คนบนภูเขาอย่าได้พูด ภาษาของคนล่างภูเขาเลย” หลิวจื้อเม่าใช้เสียงในใจถามหยั่งเชิง “ทางฝั่งของหูจวินคนใหม่ คบค้าสมาคมด้วยง่ายหรือไม่?” หลิวเหล่าเฉิงกล่าว “ตอนนี้นับว่ายังพอใช้ได้ วันหน้าต้องยาก มากขึ้นเรื่อยๆ แน่นอน เพียงแต่ว่าเมื่อเทียบกับปีนั้น เทียบกับการ งัดข้อประลองปัญญากับนักบัญชีหนุ่มคนนั้น ถึงอย่างไรก็ผ่อนคลาย กว่าหลายส่วน” หลิวจื้อเม่าพลันหัวเราะดังลั่น “มิอาจจินตนาการได้เลยจริงๆ ว่าข้ากับหลิวเหล่าเฉิงแห่งเกาะกงหลิ่วจะมาเดินเล่นด้วยกัน ยามค่ำคืนโดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกอีกฝ่ายฆ่าตายเช่นนี้” หลิวเหล่าเฉิงคลี่ยิ้ม หันหน้าไปมองในทะเลสาบ เกาะทั้งหลาย เหมือนเรือที่หยุดนิ่งไม่ขยับล่องเรือท่ามกลางคลื่นถาโถมยามราตรี คนบนเรือมิกล้าร่าย กวีเกี่ยวกับสาวงาม ด้วยกลัวว่าเจียวหลงจะได้ยิน ทะเลสาบซูเจี่ยนในอดีต ไม่ว่าใครก็ต้องระมัดระวังตัว กฎเกณฑ์เพียงหนึ่งเดียวก็คือไม่มีกฎเกณฑ์ คิดอยากจะนอนหลับ อย่างสงบยังไม่ง่าย ทางฝั่งของห้องตรงหน้าประตูภูเขา ผู้ฝึกตนผีหม่าหย่วนจื้อพา หงซูคนเฝ้าประตูมาเฝ้าคืนอยู่ที่นี่ด้วยกัน ถึงอย่างไรในห้องแห่งนี้ก็มีแต่คนที่มีรากฐานบนภูเขาพอๆ กัน ย่อมมีความใกล้ชิดสนิทใจกันได้หลายส่วน ยามที่เจิงเย่เล่าเรื่องบางอย่างในอดีตก็มักจะหนีไม่พ้นคนสอง คน อาจารย์เฉินในอดีต กู้ช่านในภายหลัง ทุกครั้งที่เจิงเย่พูดถึงฝ่ายหลัง หม่าตู่อี๋ก็อดไม่ไหวเอ่ยสัพยอก สองสามประโยค ไม่รู้ตัวเลยว่าเมื่อก่อนตัวเองกลัวกู้ช่านแทบตาย ผลคือพอถึงการบอกลาครั้งสุดท้ายในปีนั้น คนบางคนถึงกับหลั่ง น้ำตาเงียบๆ สรุปแล้วว่าเสียใจอย่างสุดซึ้งหรือว่าดีใจจนหลั่งน้ำตา กันแน่นะเจิงเย่มีสีหน้ากระอักกระอ่วน ตนไม่เคยเถียงชนะหม่าตู่อี๋เลย สักครั้ง ได้แต่พึมพำว่า ใครจะไปรู้ว่ากู้ช่านจะเปลี่ยนนิสัยไปมาก ก่อนและหลังราวกับเป็นคนละคนกันเลย “อาจารย์เฉินเคยบอกว่า พวกเราสามารถเป็นบุตรของพ่อแม่ ได้ ในอนาคตก็สามารถกลายเป็นพ่อแม่ของบุตรได้ บางทีอาจ เป็นการทวงหนี้ครั้งหนึ่ง และบางทีก็อาจเป็นการชดใช้หนี้ครั้งหนึ่ง” “ตอนที่อาจารย์เฉินพูดมาถึงตรงนี้ก็จะพูดไปยิ้มไป บอกว่าเขา ก็คือผีทวงหนี้” คนทั้งห้องเงียบเสียงลง ในกระถางไฟมีเสียงถ่านไม้ปริแตกดัง เบาๆ หม่าตู่อี๋พลันเอ่ยอย่างขุ่นเคืองว่า “ทำไมข้าถึงไม่รู้ว่าอาจารย์ เฉินคุยเรื่องพวกนี้กับเจ้าด้วย?” เจิงเย่เอ่ยอย่างอ่อนใจ “ก็ข้ามีเวลาได้อยู่กับอาจารย์เฉิน เพียงลำพังบ่อยๆ นี่นา” หม่าตู่อี๋บ่น “ตอนที่อาจารย์เฉินอยู่กับข้าเพียงลำพัง ทำไม ไม่คุยเรื่องพวกนี้บ้าง?”เหล้าที่พวกเขาดื่มล้วนเป็นเหล้าหมักจากบ้านเกิดของหงซู เจิงเย่จึงพูดเรื่องการดื่มเหล้าที่อาจารย์เฉินเคยเล่าให้ฟัง บอกว่าชีวิต คนมีเรื่องสองเรื่องที่มีนัยให้ขบคิดมากที่สุด การได้กลับมาพบเจอกับ สหายเก่าอีกครั้งหลังจากลากันไปนาน ดื่มเหล้ากึ่งๆ เมามาย หันกลับไปมองชีวิตที่ผ่านมา ดื่มชาได้รสหวานเมื่อรสขมจางหาย สีหน้าของหม่าหย่วนจื้อมีความไม่ยินยอมอยู่หลายส่วน “เจ้า เด็กเฉินผิงอันผู้นี้ยังพอมีความรู้อยู่บ้าง คนที่เคยกินน้ำหมึกมาก่อน มักจะไม่เหมือนคนอื่นจริงๆ” หงซูกะพริบตาปริบๆ ยิ้มกล่าว “ทำไมถึงไม่เรียกว่าคุณชายเฉิน แล้วล่ะ?” หม่าหย่วนจื้อร้องเพ้ย “ตกลงกันไว้แล้วว่าจะเขียนหนังสือเล่มหนึ่งให้ข้า เขียนเรื่องราวของข้ากับองค์หญิงใหญ่ให้ดีๆ ผลคือมัวแต่อิดๆ ออดๆ อยู่นั่น ไม่รู้ว่าบทนำเขียนได้สองสามพันตัวอักษรแล้วหรือยัง”หม่าตู่อี๋หันหน้าไปมองหงซู หงซูก็ได้แต่ส่ายหน้าเบาๆบอกเป็นนัยว่าไม่ใช่เรื่องนี้อยู่ดีๆ เจิงเย่ก็คิดถึงสตรีผู้หนึ่ง ผ่านไปนานหลายปีขนาดนี้แล้วแต่กลับยังมักจะคิดถึงอยู่เสมอหม่าตู่อี๋ถามชวนคุยว่า “ถ้าอย่างนั้นอาจารย์เฉินเคยบอกหรือไม่ว่า การที่ชีวิตนี้ได้เป็นสามีภรรยากัน เป็นเพราะอะไร”เจิงเย่ยิ้มพลางพยักหน้ารับ ให้คำตอบว่า“คือการทำตามคำมั่นสัญญาอย่างหนึ่ง”……ในระเบียงชั้นบนสุดของสิ่งปลูกสร้างที่สูงที่สุดของหอสยบปีศาจ นักพรตฉุนหยางที่ถือแส้สะพายกระบี่มองเห็นภาพเหตุการณ์ผิดปกติแทบจะเวลาเดียวกันกับเสี่ยวโม่และชิงถงกลางอากาศของพื้นที่รอบด้านซึ่งมีสิ่งปลูกสร้างใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาแห่งนี้เป็นจุดศูนย์กลางทยอยกันมีเรือนกายของสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขาสายน้ำและผู้ฝึกตนที่จุดธูปคารวะปรากฎขึ้นมา พวกเขาหันหลังให้คนทั้งหลายที่อยู่ในระเบียงของชั้นบนสุด ไล่เรียงกันไปตามลำดับ คล้ายกับการเปิดบุปผาในคันฉ่องจันทราในสายน้ำหลายสถานที่ในเวลาเดียวกัน แล้วก็เหมือนการประชุม ‘ศาลบรรพจารย์’ที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์และจะไม่มีอีกในอนาคตความคิดจิตใจเป็นหนึ่ง ประชุมกันแค่เรื่องเดียว ทำแค่เรื่องเดียวเทพวารีแม่น้ำชงตั้ง หลี่จิ่นได้รับภาพลงลายเส้นสีทองไปสองภาพก็ออกมาจากร้านหนังสือ กลับมาที่จวนน้ำ อาบน้ำผลัดเสื้อผ้าเปลี่ยนมาสวมชุดขุนนางของเทพวารีที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้องจุดธูปน้ำหนึ่งดอก ไหว้ไปทางใบถงทวีปที่อยู่ทิศใต้อย่างเคารพนอบน้อม ในใจขอพร พึมพำเบาๆ ขอให้ผู้ที่จากไปในทวีปจากไปอย่างสงบ ขอให้ผู้ที่มีชีวิตอยู่ในทวีปปลอดภัยไร้ทุกข์เทพวารีแม่น้ำซิ่วฮวา เทพวารีท่านหนึ่งที่มีงูเขียวรัดพันอยู่บนแขน จุดธูปด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ขอให้ภูเขาสายน้ำของใบถงทวีปที่ปริแตกได้กลับคืนมาสมบูรณ์ดังเดิม ขอให้วิญญาณของเหล่าผู้กล้าบนสนามรบได้ไปเกิดใหม่แม่น้ำอวี้เจียง เย่ชิงจู๋เหนียงเนียงเทพวารีจุดธูปน้ำหนึ่งดอกแล้วก็ท่องพึมพำ ผู้ใหญ่ไม่ถือสาความผิดของผู้น้อย ข้ายินดีช่วยเหลือใบถงทวีปสุดกำลังอันน้อยนิดของตัวเองที่มี ขอให้อาณาประชาราษฎรมีชีวิตอยู่อย่างผาสุกในพื้นที่มงคลรากบัวของภูเขาลั่วพั่ว เจียวน้ำหงเซี่ยเป็นผู้นำพาเหล่าเทพวารีแห่งแม่น้ำลำคลองทั้งหลายในพื้นที่มงคลจุดธูปหอมกันคนละหนึ่งดอก ควันธูปลอยอ้อยอิ่งอยู่กลางอากาศพริบตาเดียวก็พากันลอยไปทางทิศใต้อย่างพร้อมเพรียงกันลำน้ำจี้ตู๋ของอุตรกุรุทวีป สุ่ยเจิ้งแห่งศาลกลางของลำน้ำเก่า หลี่หยวนหลงถิงโหวในทุกวันนี้ เด็กหนุ่มชุดดำผู้มีดวงตาสีทอง ท่องคำปรารถนาของตัวเองอยู่ในจวนโหวลำน้ำใหญ่เสียงดังกังวานขอให้ใบถงทวีปมีลมฝนตกต้องตามฤดูกาลทั่วทั้งทวีปตำหนักนภากาศหน่วยฉงเสวียนของราชวงศ์ต้าหยวน ราชครูหยางชิงข่ง เจินเหรินผู้เฒ่าถือแส้หางกวางที่บนด้ามแกะสลักสองคำว่า ‘เทพวาโย’ จุดธูปหอมสามดอกข้างกายเจินเหรินผู้เฒ่าคือผู้ฝึกตนขอบเขตหยกดิบที่มีฉายาว่า‘ถวนหนี’ หยางโฮ่วแจว๋มีสีหน้านอบน้อม สองมือถือจับธูปเหมือนกับบรรพบุรุษสกุลหยาง หันหน้าไปทางทิศใต้ลำคลองเหยาเย่ชายหาดโครงกระดูก เซวียหยวนเซิ่งพ่อปู่ลำคลองไม่ได้แต่งกายเป็นผู้เฒ่าคนถ่อเรืออีกต่อไป เขาเผยร่างทองสวมชุดคลุมอาคม จุดธูปน้ำเสิ่นหลินหลิงหยวนกงแห่งลำน้ำใหญ่ เทพวารีแห่งตำหนักหนันซวินเก่า นางเป็นดั่งดอกพุดตานบนภูเขาห่างไกลที่ชูช่อตั้งตระหง่าน ยืนอยู่ตรงหน้าประตูของจวนกง หันหลังให้กับกรอบป้าย‘จวนเต๋อโหยว’ เสิ่นหลินหันหน้าไปทางทิศใต้ ขอให้ใบถงทวีปมีปีที่สงบและมีช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวที่สมบูรณ์ในอาณาเขตของแคว้นอิ๋นผิง อินโหวสุ่ยจวินแห่งทะเลสาบชางอวิ๋นนำพาหนึ่งทะเลสาบสามลำคลองสองคูน้ำ หูจวินที่สวมชุดคลุมอาคมสีม่วงเข้มสองมือถือธูปคารวะมาทางใบถงทวีปโดยมีแจกันสมบัติทวีปกั้นกลาง ขออวยพรให้แผ่นดินใหญ่ของใบถงทวีปได้วสันต์กลับคืน หมื่นสรรพสิ่งแปรเปลี่ยนใหม่บนยอดเขามี่เซวี่ยของภูเขาเซียนตู อวี๋ฟู่ซานที่มาจากท่าเรือเฮยเซี่ยนจุดธูปแล้วก็หวังให้ชาวประชาของใบถงทวีปมีชีวิตที่สงบสุขฝนตกต้องตามฤดูกาล ร้อยธัญพืชอุดมสมบูรณ์ ในและนอกสะอาดมงคลฉิวตู๋ฉิวเฒ่าที่มาจากแม่น้ำชื่อหลิน อดีตขุนนางของวังมังกรลำน้ำใหญ่ หมัวมัวผู้อบรมมารยาทที่รับผิดชอบอบรมสั่งสอนระเบียบและมารยาทพิธีการให้กับลูกหลานมังกรผู้นี้ ในมือถือธูปพึมพำเสียงเบา ขอให้ปีใหม่นี้ใบถงทวีปแม่น้ำลำคลองใสสะอาด ใต้