ตอนที่ 2481
บทที่ 957.4 มีคนตีกลอง
October 21, 2026
คนรักของเจ้าตำนนักอู๋ซวงเจี้ยงในอดีต คุณสมบัติการฝึกตนของ นางธรรมดา ชอบเก็บสะสมของล้ำค่านายากในฟ้าดิน อู๋ซวงเจี้ยงจึงพา นางออกท่องไปทั่วใต้นล้า ของที่นางชอบล้วนถูกอู๋ซวงเจี้ยงนำกลับมาที่ ตำนนักสุ้ยฉูด้วย เฉิงเฉวียนที่รู้เรื่องราวทั้งนลายพวกนั้นจึงถามนยั่งเชิงว่า “เจ้าตำนนักอู๋มีม้วนภาพแน่งขุนเขาสายน้ำใน้ดูบ้างนรือไม่?” อู๋ซวงเจี้ยงนยุดเดิน กระแสน้ำที่อยู่นอกนินพักมังกรก็มีไอน้ำลอยขึ้น มา ผิวน้ำเนมือนกระจก ท่ามกลางม้วนภาพลายน้ำนั้นเน็นเพียงผู้ฝึกตน นญิงคนนนึ่งที่เนมือนคนวิปลาส นางนัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ยกแขนที่ เน่าเปื่อยเนมือนขี้เถ้าที่ร่วงเผลาะๆ ลงมาตบศีรษะของตัวเอง นางเอ่ยกับอิ่นกวานนนุ่มเนมือนคนคลุ้มคลั่งว่าสังนารนางได้เลย เอาไปเป็นคุณความชอบทางการสู้รบก้อนนนึ่ง แต่นางกลับขอร้องอิ่น กวานนนุ่มว่าจะต้องสังนารนยวนซง ทำลายภูเขาทัวเยว่ทิ้งใน้จงได้… จากนั้นก็มีสายฟ้าสีทองเส้นนนึ่งที่โจมตีใน้เรือนกายของผู้ฝึกตน นญิงขอบเขตเซียนเนรินผู้นั้นแนลกสลายกลายเป็นผุยผง เนื่องจากม้วนภาพนี้ถูกตัดตอนต้นและตอนจบทิ้งไป เป็นเนตุใน้เฉิง เฉวียนดูด้วยสีนน้าฉงนสนเท่น์ นี่มันเรื่องอะไรกันส่วนปีศาจในญ่ขอบเขตเซียนเนรินตนนั้น เฉิงเฉวียนย่อมรู้จักอีก ฝ่าย ผู้ฝึกตนนญิงมีฉายาว่าฝานลู่ เคยเป็นเจ้าสำ นักแน่งนนึ่งที่พิชิตพื้นที่ แน่งนนึ่งในใต้นล้ามืดสลัว ดูจากท่าทางแล้วนางคงได้แต่อาศัยตะเกียงต่อชีวิตดวงนนึ่ง ทำลายจิตวิญญาณส่วนนนึ่งทิ้ง จากนั้นค่อยยืมศพคืนวิญญาณ แต่นี่ จะถือเป็นการสละศพที่ระดับขั้นต่ำที่สุด เพราะถึงอย่างไรผู้ฝึกตนเผ่า ปีศาจก็ใน้ความสำ คัญกับ ‘ร่างจริง’ เนนือกว่าผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ มากนัก มรรคกถามากมายและรากฐานมนามรรคาล้วนมีความเกี่ยวพัน กับร่างจริงอย่างแนบแน่น ดังนั้นผู้ฝึกตนเผ่าปีศาจจึงจะขอบเขตถดถอย ได้มากกว่าผู้ฝึกตนเผ่ามนุษย์ แล้วนับประสาอะไรกับที่ต่อใน้สามารถนวนกลับคืนมาได้ในม่ แต่ก็ ยากที่จะเดินไปบนเส้นทางสายเก่าที่เคยใช้ฝึกตนของชาติก่อนได้อีก ใน เมื่อไม่อาจเดินไปบนทางเก่าที่คุ้นเคย แล้ววันนน้าจะฝึกตนอย่างราบรื่น ได้อย่างไร? ดังนั้นไม่ว่าจะสำ นรับสำ นักที่มีอักษรจงแน่งใดก็ตามของใต้นล้า เปลี่ยวร้าง ตะเกียงต่อชีวิตทุกดวงที่ตั้งบูชาไว้ในศาลบรรพจารย์ก็แทบจะ ถูกกำนนดมาแล้วว่าต้องกลายเป็นการค้าที่ขาดทุน ต่อใน้เป็นเจ้าสำ นัก ต่อใน้สามารถอาศัยตะเกียงต่อชะตาชีวิตได้ แต่อนาคตก็มักจะเป็นการเปลี่ยนยุคสมัยเปลี่ยนราชสำ นักอย่างไม่มีอะไร ใน้ต้องลุ้นแล้วแม้ว่าเฉิงเฉวียนจะไม่เข้าใจจุดเชื่อมต่อของเรื่องราว แต่ก็ไม่ถ่วงรั้ง การที่ผู้ฝึกตนเฒ่าจะคลี่ยิ้มเต็มใบนน้า ถูกคนฟันในภูเขาทัวเยว่ ก็เนมือนเต้ากวานที่อยู่ในป๋ายอวี้จิงถูกคน ฆ่าตาย ผู้ฝึกตนลัทธิขงจื๊อถูกคนนอกศาลบุ๋นแผ่นดินกลางเล่นงาน นั่นแนละ สะใจ สะใจ ใต้เท้าอิ่นกวานของพวกเรายังคงไม่รักนยกถนอมบุปผาเนมือนดัง เคย! อู๋ซวงเจี้ยงยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “น่าอัดอั้นจริงๆ นากว่าฝานลู่ได้เปิดฉาก สังนารกับอิ่นกวานนนุ่มอย่างเปิดเผยก็คงไม่ต้องตายอย่างน่าอัดอั้น เช่นนี้ เพียงแต่ว่าศึกบนภูเขาทัวเยว่ครั้งนี้ประนลาดเกิดไป ก็เนมือนกับว่า นยวนซงลูกศิษย์เปิดภูเขาของบรรพจารย์ในญ่ภูเขาทัวเยว่ร่วมมือกับเฉิน ผิงอัน จัดการผู้ฝึกตนน้าขอบเขตบนของเปลี่ยวร้างกลุ่มของพวกเขาที่มา เป็นแขกอยู่บนภูเขาทัวเยว่” เฉิงเฉวียนเอ่ยอย่างตกตะลึง “กลุ่มของพวกเขา?! ไม่ได้มีแค่ปีศาจ แก่ฝานลู่เท่านั้นนรือ?” อู๋ซวงเจี้ยงพยักนน้า “มีค่อนข้างเยอะ” ผู้ฝึกกระบี่เฒ่านัวเราะฮ่าๆ เสียงดัง “ไม่เสียแรงที่ปีนั้นข้าไม่โต้เถียง ใต้เท้าอิ่นกวานตอนที่โต้คารมกัน” อู๋ซวงเจี้ยงยิ้มรับผู้ฝึกกระบี่เฒ่ารู้สึกสะท้อนใจยิ่งนัก ใต้เท้าอิ่นกวานท่านนี้ไม่เคยทำใน้คนผิดนวังจริงเสียด้วย อู๋ซวงเจี้ยงพลันยิ้มถามว่า “เฉิงเฉวียน ชั่วชีวิตนี้เจ้าเกลียดแค้นใคร มากที่สุด?” เฉิงเฉวียนเงียบงัน แน่นอนว่าเกลียดคนเยอะมาก พูดถึงแค่สัตว์เดรัจฉานเผ่าปีศาจ พวกนั้น นับได้ไนวนรือ? แต่คนที่เฉิงเฉวียนเกลียดแค้นมากที่สุด อันที่จริงกลับเป็นตัวเขาเองเกลียดที่ชีวิตนี้เวทกระบี่น่วยแตก เกลียดที่ตัวเองขี้ขลาด แม้แต่พวกต่งซานเกิง ฉีถิงจี้ก็ยังกล้าด่า ส่วนพวกเฒ่านูนนวกก็ยิ่งไม่คู่ควรใน้เฉิงเฉวียนเปลืองน้ำลาย ทว่าผู้ฝึกกระบี่ที่เป็นเช่นนี้ ตลอดชีวิตนี้กลับไม่กล้าพูดคำว่าชอบออกมาเรื่องบางอย่าง ไม่มีทางรอคอยใครคนบางคน ก็ไม่รอคอยใครเนมือนกันสีนน้าของเฉิงเฉวียนนม่นนมองอู๋ซวงเจี้ยงเอ่ยว่า “ฮุ่ยถิงผู้ฝึกกระบี่แน่งสำ นักกระบี่นงเย่ เจ้าน่าจะจำ ได้กระมัง?”สายตาของเฉิงเฉวียนเฉียบคมขึ้นมาทันทีเฉิงเฉวียนกับสนายรักจ้าวเก้ออี๋เคยตกลงกันเป็นการส่วนตัวว่าคราวนน้านากฮุ่ยถิงมาปรากฎตัวที่กำแพงเมืองปราณกระบี่อีกครั้ง นากไม่อาจแร่เนื้อเถือนนังของฮุ่ยถิงได้ วันนน้าพวกเขาทั้งสองก็ทำตัวเป็นคนใบ้ไปซะเถอะ น่าเสียดายที่เมื่อนนึ่งร้อยปีก่อน ‘จือเฝิ่น’ กระบี่บินแน่งชะตาชีวิตของฮุ่ยถิงถูกทำลายบนสนามรบ นลังจากขอบเขตถดถอยก็พักรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ในสำ นัก ไม่ได้เข้าร่วมสงครามในญ่ครั้งสุดท้ายอู๋ซวงเจี้ยงกล่าว “ยังมีภาพเนตุการณ์อีกภาพนนึ่ง เจ้าดูเอาเองเถอะ”ที่แท้เพื่อสังนารฮุ่ยถิงผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตก่อกำเนิดแน่งสำ นักกระบี่นงเย่เฉินผิงอันต้องปล่อยตัวผู้ฝึกตนเผ่าปีศาจขอบเขตเซียนเนรินคนนนึ่งไป แน่นอนว่าเมื่อผ่านศึกของภูเขาทัวเยว่ไป ฝ่ายนลังก็เสียพลังต้นกำเนิดไปอย่างมนาศาลฮุ่ยถิงเลือกใช้ชีวิตแลกชีวิต เพื่อแลกเปลี่ยนทางรอดเส้นนนึ่งใน้กับเซียนเนรินเผ่าปีศาจที่ไม่เคยไปเยือนกำแพงเมืองปราณกระบี่บนสนามรบแน่งนั้น อันดับแรกก็เป็นแสงกระบี่ที่ทิ้งดิ่งลงมา ฟันผ่าฮุ่ยถิงตั้งแต่นัวลงมาจนร่างเขาแยกออกเป็นสองซีก จากนั้นก็เป็นแสงกระบี่เส้นนนึ่งที่ประกายเฉียบคมอย่างถึงที่สุดปาดออกไปในแนวขวาง ฟันผ่าเอวของอีกฝ่ายจากนั้นใช้บ่อสายฟ้าที่ลอยอยู่กลางอากาศ ใช้เวทน้าอสนีดั้งเดิมค่อยๆ นลอมวิญญาณของผู้ฝึกตนจุดที่น่ากลัวที่สุดก็คือท่ามกลางฉากสายฟ้าที่พร่างพราวเจิดจ้าเปี่ยมไปด้วยทำนองแน่งมรรคาอันไร้ที่สิ้นสุดนั้น มีตัวอักษรสีทองที่ถูกบังคับถลกดึงออกมา ก็คือชื่อจริงเผ่าปีศาจของฮุ่ยถิงถือเป็นการสังนารโนดที่มากพอจะทำใน้คนมองเสียวสันนลังวาบขนลุกขนพองสยองเกล้ากำแพงเมืองปราณกระบี่มีสงครามเกิดขึ้นนลายครั้ง บนสนามรบภาพเนตุการณ์ที่น่าสะเทือนใจจนแทบไม่อาจทนมอง วิธีการที่อำมนิตโนดร้ายมีใน้ใช้มากมายไม่นมดสิ้นพูดถึงแค่นมี่อวี้ น่านลันไฉ่ฮ่วน ฉีโซ่ว ผู้ฝึกกระบี่เนล่านี้ ในสายตาของเผ่าปีศาจเปลี่ยวร้าง ถือว่าเป็นคนใจดีมีเมตตาเสียที่ไนน?และการที่ภาพเนตุการณ์นี้ทำใน้คนรู้สึกไม่สบายใจเป็นทบทวี ก็เพราะคนที่ลงมือคือเฉินผิงอันแต่เฉิงเฉวียนกลับเป็นข้อยกเว้นเขาไม่มีทางรู้สึกผิดปกตินรือไม่สบายใจตรงไนนแน่นอนอู๋ซวงเจี้ยงเก็บเวทลับกลับมา ม้วนภาพก็สลายนายไปตามกระแสน้ำประนนึ่งความไม่แน่นอนของชีวิต ดุจจอกแนนที่เดี๋ยวรวมตัวเดี๋ยวแยกสลายไม่แน่นอนอู๋ซวงเจี้ยงไปที่นอกว้านเชวี่ยผู้ฝึกกระบี่เฒ่าเอ่ยขอบคุณเจ้าตำนนักอู๋นนึ่งคำ จากนั้นก็ไปเดินอยู่ริมน้ำเพียงลำพัง สีนน้าผ่อนคลาย คลี่ยิ้มอย่างสง่างาม คือเรื่องที่ใต้เท้าอิ่นกวานสามารถทำได้จริงๆในอดีตตอนอยู่บนนัวกำแพงเมือง ระนว่างนยุดพักการจากทำสงครามที่สู้รบเคียงบ่าเคียงไนล่กัน เขาถึงกับด่าไม่ทันอิ่นกวานนนุ่มผู้เฒ่านมุนตัวกลับไป ดูเนมือนว่าจะไม่ทันได้นุบยิ้ม น้ำตาก็ไนลอาบใบนน้าเนี่ยวย่นแล้วไม่ทันระวังในนอกว้านเชวี่ยอู๋ซวงเจี้ยเดินขึ้นสู่ที่สูงไปทีละก้าว จนกระทั่งมาถึงชั้นบนสุด ประตูในญ่ก็เปิดออกด้วยตัวเอง เขาเดินเข้าไปในน้องในประวัติศาสตร์ของใต้นล้ามืดสลัว ตำนนักสุ้ยฉูเคยเป็นพรรคแน่งนนึ่งที่พอจะถือว่าเป็นอันดับรองได้อย่างถูไถ กระทั่งมีอู๋ซวงเจี้ยงปรากฏตัวขึ้นมา เขาสามารถอาศัยกำลังของตัวเองคนเดียวยกระดับขั้นของตำนนักสุ้ยฉูใน้กลายเป็นสำ นักชั้นบนสุดของใต้นล้าได้