ตอนที่ 2486
บทที่ 958.5 บนยอดเขาชิงผิง
October 21, 2026
ขอตัวลาจากไป พาหมี่ลี่น้อยไปหาเหยาเซียนจือ เฉินผิงอันถาม เสียงเบาว่า “แม่ทัพผู้เฒ่าหลับแล้วหรือ?” เหยาเซียนจือพยักหน้ารับ ใบหน้าเต็มไปด้วยความอ่อนใจ “กว่าจะหลับได้ก็ไม่ง่ายเลย เพราะท่านปู่รู้สึกว่าเรื่องของการขุดเจาะ ลำน้ำกว่าจะมีเค้าโครงได้ไม่ง่าย เดิมทีคิดว่าจะเฝ้าคืนไปจนถึง ฟ้าสว่าง แต่ถึงอย่างไรท่านปู่ก็อายุมากแล้ว ฝืนทนแมลงง่วงนอน ไม่ไหว” เฉินผิงอันพูดกลั้วหัวเราะเบาๆ “รอให้แม่ทัพผู้เฒ่าตื่นขึ้นมาใน ตอนเช้า ก็บอกกับเขาด้วยว่าเรื่องของการขุดเจาะลำน้ำใหญ่ของใบ ถงทวีปให้ข้ากับภูเขาเซียนตูเป็นคนจัดการเอง” ใบหน้าเหยาเซียนจือเต็มไปด้วยความตกตะลึง “จริงหรือ?!” เฉินผิงอันยิ้มกล่าว “นี่ใช่เรื่องที่ล้อเล่นกันได้ด้วยหรือ?” ห้องที่อยู่ตรงข้ามกับห้องของเหยาเซียนจือมีแสงตะเกียงสีออก เหลืองลอดทะลุกระดาษหน้าต่างออกมา คือหลี่ซีหลิงเจ้ากรมผู้เฒ่าของกรมอาญาที่ยังคงจุดตะเกียง อ่านตำรายามค่ำคืนผู้เฒ่ายังมีสถานะที่สำ คัญอีกอย่างหนึ่ง เขาคือลุงเขยของ ฮ่องเต้ราชวงศ์ต้าเฉวียนองค์ปัจจุบัน เจ้ากรมผู้เฒ่าเคยเดินทางไปที่แคว้นเป่ยจิ้นเป็นเพื่อนชุยตง ซานรอบหนึ่ง แล้วก็เป็นเพราะคนผู้นี้ที่ช่วยสานสะพานความสัมพันธ์ ถึงได้ซื้อมหาบรรพตเก่าลูกหนึ่งมาได้ หรือก็คือภูเขาโฉวโหมวใน ทุกวันนี้ จักรพรรดิพระองค์ใหม่ของแคว้นเป่ยจิ้นใจกว้างอย่างมาก แค่ เปิดราคาไว้ที่ห้าสิบเหรียญเงินฝนธัญพืช อีกทั้งยังแอบบอกชุยเซียน ซือผู้นั้นอย่างลับๆ ด้วยว่าหากยินดีจะเอาห้ามหาบรรพตเก่าไป ทั้ง หมดก็ต้องการเงินฝนธัญพืชแค่สองร้อยเหรียญเท่านั้น นี่ไม่ใช่ซื้อแล้ว แต่เท่ากับมอบให้เปล่าๆ เลย เพียงแต่ว่าการค้าขายบางอย่างในใต้หล้านี้ หลายๆ ครั้งก็ไม่ใช่ แค่เรื่องของเงินจริงๆ ยกตัวอย่างเช่นภูเขาที่มีแค่เซียนดินโอสถทองคนหนึ่งนั่งพิทักษ์ ต่อให้ราคาเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวหรืออาจสองเท่าตัว ตั้งราคาที่แปดร้อย เหรียญเงินฝนธัญพืช หมายจะเหมาซื้อมหาบรรพตเก่าทั้งหมดห้า ลูกจากแคว้นเป่ยจิ้น คาดว่านับตั้งแต่ตัวฮ่องเต้เองไปจนถึงตลอดทั้งราชสำ นักก็ มีแต่จะรู้สึกว่าเป็นการสร้างความอัปยศให้กับแคว้นเป่ยจิ้น ถึงขั้นที่เป็นการท้าทายด้วย เจ้ากรมอาญาผู้เฒ่าที่กำลังจุดตะเกียงอ่านตำราและถือโอกาส เฝ้าคืนไปด้วยมีรากเหง้าของครอบครัวที่ลึกล้ำ ของสะสมมีมากมาย เชี่ยวชาญด้านการให้คุณค่าและชื่นชมงานศิลปะ คือลูกหลานตระกูล ชนชั้นสูงอันดับหนึ่งของราชสำ นักต้าเฉวียน แล้วยังได้รับการยอมรับ ว่าเป็นเด็กหนุ่มอัจฉริยะ คือผู้มีความสามารถที่บุคลิกสง่างาม จนกระทั่งได้เจอกับป้าของเหยาเซียนจือจึงสำ รวมกายใจ ตอนนั้น เพื่อแต่งนางมาเป็นภรรยา เนื่องจากสกุลเหยาของกองทัพชายแดน เคารพกฎบรรพบุรุษข้อหนึ่งมาโดยตลอด จึงไม่ยินดีและไม่กล้าที่จะ แต่งงานเชื่อมความสัมพันธ์กับตระกูลชั้นสูงในเมืองหลวง กังวลว่า จะถูกฮ่องเต้สกุลหลี่ของต้าเฉวียนหวาดระแวง ดังนั้นจึงเจออุปสรรค ไม่น้อย โชคดีที่สุดท้ายแล้วคนมีรักก็ได้ครองคู่กันจนแก่เฒ่า แต่หลี่ซีหลิงที่มีฐานะเป็นเจ้ากรมพิธีการ เนื่องจากบิดาเคย รับหน้าที่เป็นเจ้ากรมคนก่อนของกรมขุนนาง ทุกวันนี้อยู่ในราชสำ นัก ต้าเฉวียนก็มีหลายเรื่องที่ไม่ได้เอาแต่พึ่งพาฮ่องเต้อย่างเดียว ลูกศิษย์ลูกหาและลูกน้องเก่าเหมือนมีแววว่าจะรวมตัวกันเป็นฝักเป็น ฝ่าย บวกกับที่พวกขุนนางเก่าของราชวงศ์ก่อนต่างก็มาสวามิภักดิ์อยู่ ใต้สำ นักของหลี่ซีหลิง นอกจากนี้ยังมีขุนนางบุ๋นน้ำใสที่อยู่ในวัยหนุ่ม ฉกรรจ์ รวมไปถึงแม่ทัพบู๊หลายคนที่มาจากกองทัพ นับตั้งแต่ราชสำ นักไปจนถึงท้องถิ่น โดยภาพรวมแล้วสามารถแบ่งเป็น กองกำลังได้สามฝ่ายที่มีความสัมพันธ์ความซับซ้อน เนื่องจาก ราชวงศ์ต้าเฉวียนมีสตรีที่ตั้งตัวเป็นฮ่องเต้หญิงอย่างที่หาได้ยาก สกุลเหยาที่เคยเป็นพระญาติจึงกลายมาเป็นเชื้อพระวงศ์สูงศักดิ์ ทุกวันนี้มีเหยาเซียนจือที่เป็นเจ้าเมืองของเมืองหลวงเป็นผู้นำ เฉินผิงอันบอกให้หมี่ลี่น้อยอยู่กับเหยาเซียนจือ ตัวเองไปเคาะ ประตูห้องที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ได้เจอกับผู้เฒ่าที่เดินสวมเสื้อคลุมออกมา แล้วก็ประสานมือคารวะ “เฉินผิงอันแห่งสายเหวินเซิ่ง คารวะเจ้ากรม หลี่” เนื่องจากตอนที่หลี่ซีหลิงอายุน้อยเคยไปทัศนศึกษาที่ สำ นักศึกษาต้าฝู กราบวิญญูชนของสำ นักศึกษาท่านหนึ่งเป็น อาจารย์ขอศึกษาวิชาความรู้ ดังนั้นจึงไม่เพียงแต่เป็นลูกศิษย์ของ ลัทธิขงจื๊อในความหมายที่มีนัยกว้าง ยังถือเป็นลูกศิษย์ของสำ นักศึกษาด้วยในฐานะบัณฑิตที่เปิดอ่านตำราอริยะปราชญ์ทุกวัน ไม่ว่าหลี่ซีหลิงเจอกับใครก็ล้วนไม่เคยเผยความขลาดกลัวเจ้ากรมผู้เฒ่าที่เดิมทียังจงใจตีหน้าเคร่งพลันคลี่ยิ้มกว้าง รีบคารวะกลับคืน เพียงแต่รอกระทั่งเขายืดตัวขึ้น ผู้เฒ่าก็หุบยิ้มอย่างเงียบเชียบ เอ่ยว่า “มิอาจรับไว้ได้ มิอาจรับพิธีใหญ่ของอาจารย์เฉินนี้ไว้ได้เลย”กับหลี่ซีหลิงแล้วไม่ขาดหัวข้อให้พูดคุยกัน เพราะถึงอย่างไรเฉินผิงอันก็คุ้นเคยกับราชวงศ์ต้าเฉวียนเป็นอย่างดี ดังนั้นจึงถูกเจ้ากรมผู้เฒ่ารั้งตัวไว้พูดคุยกันถึงหนึ่งชั่วยามเต็มกว่าเฉินผิงอันจะปลีกตัวออกมาได้หลังจากนั้นเฉินผิงอันก็พาหมี่ลี่น้อยไปหาเผยเฉียน เห็นว่าเฉาฉิงหล่างก็นั่งอยู่ข้างกระถางไฟด้วย แล้วยังมีเซียนกระบี่ใหญ่หมี่ที่คล้ายมาเฝ้าตอรอกระต่ายอยู่ที่นี่หมี่ลี่น้อยเริ่มหยิบเมล็ดแตงออกมาจากกระเป๋าผ้าฝ้ายสะพายไหล่ แบ่งเมล็ดแตงแล้วก็ได้เวลาแทะเมล็ดแตงกัน!นอกจากคนที่อยู่ภูเขาลั่วพั่วและตรอกฉีหลง เจิ้งต้าเฟิงอยู่ใต้หล้าห้าสี โจวอันดับหนึ่งและเว่ยเซี่ยนต่างก็ไปใต้หล้าเปลี่ยวร้างกันแล้วหลูป๋ายเซี่ยงหนึ่งในสี่คนในภาพวาดของพื้นที่มงคลดอกบัวในอดีตได้พาลูกศิษย์ผู้สืบทอดสองคนอย่างหยวนไหลหยวนเป่าไปยังพรรคของตัวเองตัวอ่อนเซียนกระบี่เก้าคนที่เฉินผิงอันพากลับมาจากกำแพงเมืองปราณกระบี่ อวี๋ชิงจางและเฮ้อเซียงถิงได้กราบอาจารย์เป็นลูกศิษย์ใต้สำ นักของอวี๋เยว่ผู้ถวายงานภูเขาลั่วพั่ว ติดตามผู้ฝึกกระบี่เฒ่าเดินทางไกลไปยังทวีปแห่งอื่นเฉินหลิงจวิน กวอจู๋จิ่วที่เป็นลูกศิษย์คนเล็กของเฉินผิงอันในทุกวันนี้ ตอนนี้ยังอยู่ที่ภูเขาโหลวซานของแจกันสมบัติทวีป เข้าร่วมงานพิธีเปิดยอดเขาของพรรคหวงเหลียงโดยไม่ทันรู้ตัว เวลาก็ผันผ่าน โชคดีที่ด้านในกระเป๋าผ้าฝ้ายของหมี่ลี่น้อยมี ‘ฐานกำลังทรัพย์ลึกล้ำ’ยามฟ้าสาง ท้องฟ้านอกห้องเริ่มสว่างไสวแสงจันทร์เสี้ยวสุดท้ายนอกฟ้านำพากลุ่มดาวจากไป ไอหมอกในภูเขาเขียวกำลังจะจางหาย โลกมนุษย์นอกภูเขา เสียงไก่ขันเรียกแสงจันทร์ถอยกลับที่พักแรมเฉินผิงอันลุกขึ้นยืน ยิ้มเอ่ย “ข้าจะไปพักผ่อนสักครู่”ยังอยู่ห่างจากงานพิธีของสำ นักเบื้องล่างอีกครึ่งชั่วยาม สมาชิกในทำเนียบของภูเขาลั่วพั่วและภูเขาเซียนตูกับแขกที่มาเข้าร่วมงานพิธีต่างก็เริ่มทยอยกันมาถึงลานกว้างด้านนอกศาลบรรพจารย์ของยอดเขาชิงผิงกันแล้วอันที่จริงคนที่ไปถึงที่นั่นก่อนใครยังคงเป็นกลุ่มของหมี่ลี่น้อยพวกเขามาถึงที่นี่ตั้งแต่ก่อนเริ่มงานหนึ่งชั่วยามแล้ว นอกจากหมี่ลี่น้อยก็ยังมีป๋ายเสวียน ไฉอู๋ ซุนชุนหวัง พวกเขาคือภูเขาเล็กลูกเดียวกันนี่นะแน่นอนว่ายังมีเจี่ยเฉิงที่มาคอยง่วนอยู่กับการรับรองแขกนานแล้วขนาดจ้งชิวยังมาถึงลานกว้างแห่งนี้ช้ากว่าเทพเซียนผู้เฒ่าเจี่ยเล็กน้อยรอกระทั่งอาจารย์จ้งที่กำลังจะได้รับหน้าที่เป็นท่านเทพเจ้าแห่งโชคลาภของห้องบัญชีสำ นักเบื้องล่างมาถึง เจี่ยเฉิงก็ย่อมลุกขึ้นไปยืนอยู่ด้านหลังอาจารย์จ้ง แล้วก็ไม่พูดอะไรเยอะอีกแขกที่มาเข้าร่วมงานพิธีของภูเขาเซียนตู ยิ่งนานก็ยิ่งมาปรากฏตัวอยู่บนลานกว้างนอกศาลบรรพจารย์ยอดเขาชิงผิงมากขึ้นเรื่อยๆแต่ว่าแขกส่วนหนึ่งในนั้น อีกไม่นานก็ได้จะเปลี่ยนแปลงสถานะกันแล้วตอนนี้คนที่มายืนอยู่บนลานกว้างแล้ว คนของราชวงศ์ต้าเฉวียนมีสามคน แม่ทัพผู้เฒ่าเหยาเจิ้น เหยาเซียนจือเจ้าเมืองของนครเซิ่นจิ่งต้าเฉวียน หลี่ซีหลิงเจ้ากรมพิธีการหวงถิงนักพรตหญิงแห่งภูเขาไท่ผิง ผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตหยกดิบข้างกายของหวงถิงมีอวี๋ฟู่ซาน ฉายา ‘ฟู่ซาน’ ผู้ถวายงานปกป้องภูเขาคนใหม่ที่เพิ่งรับมาหลังจากนางกลับจากใต้หล้าห้าสีมาถึงบ้านเกิดอาจารย์และศิษย์คู่หนึ่งที่มาจากภูเขาต้นไม้เหล็กแผ่นดินกลางเซียนเหรินกั่วหราน ฉายา ‘หลงเหมิน’ นำพาถานอิ๋งโจวผู้เป็นลูกศิษย์มาด้วยข้างกายอาจารย์และศิษย์ยังมีลูกศิษย์ผู้สืบทอดของจวินเชี่ยนศิษย์พี่ของเฉินผิงอันอย่างเจิ้งโย่วเฉียนยืนอยู่ด้วยเรือนอวิ๋นฉ่าวผูซาน เจ้าขุนเขาเย่อวิ๋นอวิ๋น เซวียไหวลูกศิษย์