ตอนที่ 157
บทที่ 157 สินเดิมของกู้ชิวเซียง
October 28, 2026
วันนี้ ผู้คนในเมืองหลวงต่างสนทนาในเรื่องเดียวกัน เซ่อเจิ้งหวางอวี้ฉือจ้านได้ทำการหมั้นหมายกับคุณหนูคนรองของตระกูลกู้ กู้ชิวเหลิ่ง นี่ถือเป็นเรื่องที่ใหญ่โตสำหรับต้าเยียน
ต้องรู้ก่อนว่าบัดนี้เซ่อเจิ้งหวางอย่างอวี้ฉือจ้านนั้น แม้นเขาอายุ 30 แล้ว แต่มิเคยมีสตรีคนใดเคยเข้าใกล้เขามาก่อน มิต้องกล่าวถึงนางสนม มิว่าจะเป็นสตรีคนใด อวี้ฉือจ้านก็มิเคยเข้าใกล้ทั้งนั้น ผู้ใดจะไปรู้หลังจากการแต่งงานของสองแคว้นใหญ่ อวี้ฉือจ้านกลับเสนอการหมั้นกับคุณหนูรองที่มีชื่อเสียงของตระกูลกู้?
กู้หนานเฉิงยืนอยู่ในห้องโถง เห็นของหมั้นวางกองเต็มพื้นก็รู้สึกหนักใจเล็กน้อย เดิมทีคิดว่าตนกำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์อันสิ้นหวัง ใครจะไปรู้เล่าว่าจะได้พึ่งพาเซ่อเจิ้งหวางในระยะเวลาชั่วข้ามคืน
ใบหน้าของกู้ชิวถางดูบูดบึ้ง ก่อนหน้านี้เขารู้สึกได้ว่าอวี้ฉือจ้านปฏิบัติต่อน้องสาวของตนแปลกไป บัดนี้เมื่อลองคิดทบทวนดู จึงพบว่ามีความเสน่หาที่ซ่อนอยู่จริง
เมื่อดูจากสิ่งที่เกิดขึ้นในบัดนี้ กู้หนานเฉิงคงต้องเห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้อย่างแน่นอน ที่จริงต่อให้กู้หนานเฉิงมิเห็นด้วย อีกฝ่ายเป็นถึงเซ่อเจิ้งหวาง กู้หนานเฉิงก็มิมีทางปฏิเสธออกไปได้
เป็นไปดั่งที่คิด กู้หนานเฉิงเอ่ยถามออกมาอย่างเคร่งขรึมว่า “น้องสาวของเจ้าอยู่ที่ใด?”
กู้ชิวถางกล่าวด้วยความเคารพ “ท่านพ่อ เหลิ่งเอ๋อร์น่าจะกำลังอยู่ในสวน และยังมิรู้เรื่องนี้”
กู้หนานเฉิงพยักหน้าพร้อมกล่าวว่า “ไป ไปเรียกน้องสาวของเจ้ามา”
กู้ชิวถางกล่าวว่า “ลูกจะไปเดี๋ยวนี้”
เอี้ยนซานเหนียงที่นั่งอยู่ด้านข้างกล่าวออกมาว่า “เซ่อเจิ้งหวางผู้นี้ช่างเป็นคนใจกว้าง ซานเหนียงเคยได้ยินมาว่าเซ่อเจิ้งหวางมิเคยเข้าใกล้สตรีคนไหนมาก่อน ครั้งนี้กลับตกหลุมรักเหลิ่งเอ๋อร์ มันช่างเป็นเรื่องน่ายินดีเหลือเกิน เหลิ่งเอ๋อร์เองก็จะได้มีที่พึ่งพิงที่ดีอย่างแน่นอน”
กู้หนานเฉิงมิได้สนใจว่ากู้ชิวเหลิ่งจะมีที่พึ่งพิงหรือไม่ สิ่งที่เขาสนใจคือความหมายเบื้องหลังของอวี้ฉือจ้าน
ที่อวี้ฉือจ้านส่งกล่องของหมั้นมามากมายเช่นนี้ มีความหมายครอบครองเขาหรือไม่?
หรือจะเป็นการร่วมมือกับเขา เพื่อต่อกรกับตระกูลฉิน?
กู้หนานเฉิงครุ่นคิดความหมายของหมั้นจากอวี้ฉือจ้านที่ส่งสินสอดทองหมั้นมา แต่กลับไท่ได้คิดถึงว่าการกระทำของอวี้ฉือจ้านนั้นมาจากความรักอันบริสุทธิ์ที่เขามีต่อกู้ชิวเหลิ่ง
ในตอนที่กู้ชิวเหลิ่งมาถึง กู้หนานเฉิงเพิ่งจะได้สติกลับคืนมา เขาจ้องมองไปยังบุตรสาวคนนี้ของตน มิเจอกันเพียงมิกี่วัน ความสูงของกู้ชิวเหลิ่งเพิ่มขึ้นมาก ใบหน้าก็ดูโตขึ้น เมื่อมองดูดีๆ นางงดงามกว่ากู้ชิวเซียงเสียอีก
หากจะกล่าวว่าอวี้ฉือจ้านหลงใหลในรูปลักษณ์บุตรสาวคนนี้ของตน ด้วยเหตุผลนี้มันก็พอเป็นไปได้
กู้หนานเฉิงชี้ไปยังกล่องแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่นว่า “นี่เป็นของหมั้นที่เซ่อเจิ้งหวางส่งมา ตามที่พ่อได้พูดคุยกับเซ่อเจิ้งหวาง งานแต่งงานจะจัดขึ้นในครึ่งเดือนหลังจากนี้”
ที่จริงนี่มิใช่การสนทนาระหว่างกู้หนานเฉิงกับอวี้ฉือจ้าน แต่จากสิ่งที่อวี้ฉือจ้านส่งมา เมื่ออีกฝ่ายบอกว่างานแต่งจะถูกจัดขึ้นในครึ่งเดือนข้างหน้า กู้หนานเฉิงก็มิสามารถคัดค้านได้แต่อย่างใด
กู้ชิวเหลิ่งเพิ่งจะถูกอวี้ฉือจ้านส่งไปยังสวนเฉินเซียง ผ่านไปได้มิถึงครึ่งชั่วโมงเสียด้วยซ้ำ อวี้ฉือจ้านก็ได้นำของหมั้นมาส่งเป็นอันเรียบร้อยแล้ว
กู้ชิวเหลิ่งขมวดคิ้วเล็กน้อยพร้อมกล่าวว่า “ท่านพ่อน่าจะลืมไปแล้ว ก่อนหน้านี้จักรพรรดิกรุณาให้ลูกเลือกคู่แต่งงานได้ด้วยตนเอง”
“เจ้า......”
หากกู้ชิวเหลิ่งมิกล่าวออกมา กู้หนานเฉิงก็เกือบจะลืมไปแล้ว แม้ว่าสามารถเลือกคู่แต่งงานด้วยตนเองได้ แต่อวี้ฉือจ้านเป็นใครกัน? เขาเป็นถึงเซ่อเจิ้งหวางแห่งต้าเยียน เขาคือชายที่เป็นรองเพียงจักรพรรดิซึ่งมีอำนาจสูงสุด เขาเองก็คิดมิถึงว่ากู้ชิวเหลิ่งจะเอ่ยออกมาเช่นนี้
กู้ชิวเหลิ่งกล่าวออกมาอีกว่า “แต่ลูกเองก็มีใจให้เซ่อเจิ้งหวางอยู่บ้าง เซ่อเจิ้งหวางมอบของหมั้นมามากมายเช่นนี้ แต่มิรู้ว่าเรื่องของสินเดิม......”
กู้ชิวเหลิ่งคิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าจะนำชุดสินเดิมของกู้ชิวเซียงมาเป็นของตนเอง ก่อนหน้านี้มิรู้ว่าฮูหยินใหญ่ได้เพิ่มสินเดิมให้กับกู้หนานเฉิงมากเพียงไร