ตอนที่ 193
บทที่ 193 ให้คำเรียกที่ไพเราะ รำลึกความหลัง
October 28, 2026
ถึงแม้กู้ชิวเหลิ่งจะคิดเช่นนี้ เป่ยไห่เฟิงก็ยังมาอย่างไม่มีสิ่งใดสามารถขวางกั้นได้
เจ้าน่านน้ำแห่งชนเผ่าน่านน้ำ นี่ไม่ใช่แค่แขกธรรมดาทั่วไป ก็มีแต่อวี้ฉือจ้านเท่านั้นที่กล้าขับไล่เป่ยไห่เฟิง แต่เมื่อมาถึงที่จวินฉีเซิ่ง ก็แทบอยากจะสักการบูชาเป่ยไห่เฟิงราวกับพระพุทธองค์
ต้องรู้ว่าเมื่อเจ้าน่านน้ำผู้นี้พึงพอใจ การค้าทางทะเลก็จะสะดวกสบายขึ้นไม่รู้เท่าไหร่
เพราะการกักบริเวณของมู่หรงอี๋ เรื่องเล็กใหญ่ของงานเลี้ยงในวังล้วนมีหยินเฟยเป็นผู้ดูแลจัดการ ครั้งนี้เป่ยไห่เฟิงมาได้จังหวะพอดี งานเลี้ยงสำหรับต้อนรับนางก็จัดไปพร้อมกันเลยทีเดียว
กู้ชิวเหลิ่งรู้มานานแล้วว่าหยินซวงซวงคือสายที่อวี้ฉือจ้านกับฝู้จื่อโม่วางข้างกายของจวินฉีเซิ่ง ดังนั้นเลยไม่เป็นกังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นในงานเลี้ยง แต่ว่าอาศัยการมาของเป่ยไห่เฟิง จวินฉีเซิ่งผู้ซึ่งกลัวการเสียหน้ามาตลอดน่าจะปล่อยมู่หรงอี๋ออกมาสักพัก เพราะสมญานามสาวงามอันดับหนึ่งแห่งแคว้นฉีของมู่หรงอี๋ก็ยังมีประโยชน์อย่างมาก จวินฉีเซิ่งโอ้อวดตัวว่าเป็นฮ่องเต้ผู้ทรงเกียรติภูมิที่สุดแห่งแคว้นฉี และข้างกายของฮ่องเต้ผู้ทรงเกียรติภูมิก็จำเป็นต้องมีผู้หญิงที่มีความสามารถรูปลักษณ์งดงามเพื่อให้สมเกียรติของเขา
ก่อนหน้านี้ผู้หญิงคนนั้นคือนาง และตอนนี้ผู้หญิงคนนี้คือมู่หรงอี๋
เพื่อศักดิ์ศรีที่โอหังอวดดีนั่นของจวินฉีเซิ่ง ครั้งนี้มู่หรงอี๋ก็ถือว่าโชคดีในความโชคร้ายแล้ว
กู้ชิวเหลิ่งกำลังกลัดกลุ้มเรื่องการมาของเป่ยไห่เฟิง จีเฟิงก็ส่งเทียบเชิญมาใบหนึ่งแล้ว
ด้านบนมีอักษรห้าคำเขียนเอาไว้อย่างเปล่งประกายแวววับ “เป่ยไห่เฟิงขอพบ”
กู้ชิวเหลิ่งเปิดซองจดหมายออก เห็นเพียงเป่ยไห่เฟิงเขียนเอาไว้อย่างฉะฉาน: “หากมีวาสนาห่างกันพันลี้ยังได้พบกัน ในวันแต่งงานพระชายาเซ่อเจิ้งหวาง กระฉับกระเฉงและมีชีวิตชีวาอย่างมาก”
กู้ชิวเหลิ่งขมวดคิ้วแน่น กล่าวกับจีเฟิงที่อยู่ข้างกายว่า: “เผาจดหมายฉบับนี้ซะ อย่าให้ถูกใครเห็นเข้า”
“ข้าน้อยรับคำสั่ง”
หลังจากที่จีเฟิงออกไปแล้ว กู้ชิวเหลิ่งถึงได้นวดหว่างคิ้ว การมาของเป่ยไห่เฟิงในครั้งนี้ สิ่งที่ทำให้นางปวดหัวมากที่สุดไม่มีอะไรมากไปกว่าเรื่องที่นางกับอวี้ฉือจ้านแต่งงานกันแล้ว สถานการณ์ในตอนนี้นางยังไม่สามารถเปิดเผยตัวตนด้วยฐานะของพระชายาเซ่อเจิ้งหวางต่อหน้าจวินฉีเซิ่งอย่างเด็ดขาด
นางยังต้องอาศัยความรู้สึกดีๆที่จวินฉีเซิ่งมีต่อนางอยู่ และการทำเรื่องพวกนี้ ทันทีที่นางกับอวี้ฉือจ้านมีความเกี่ยวข้องกัน จุดประสงค์การมาในครั้งนี้ของนางก็จะทำให้จวินฉีเซิ่งเกิดเป็นความสงสัย คนที่ขี้สงสัยหวาดระแวงอย่างจวินฉีเซิ่ง ไม่มีทางจะยอมให้พระชายาเซ่อเจิ้งหวางแห่งต้าเยียนแฝงตัวอยู่ข้างกายเด็ดขาด ถ้าไม่ใช้ชีวิตของนางทำข้อตกลงกับอวี้ฉือจ้าน ก็คือกำจัดนางไปในคราวเดียว
เป่ยไห่เฟิงถึงแม้จะดูไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ว่าในคำพูดที่ส่งมากลับตรงประเด็นในประโยคเดียว ความลับสุดยอดของนางอยู่ในมือของเป่ยไห่เฟิง
ความจริงการแต่งงานของนางกับอวี้ฉือจ้านถือได้ว่าสร้างความฮือฮาไปทั่วทั้งแคว้นแล้ว แต่ว่าข่าวนี้จะค่อยๆแพร่มาถึงแคว้นฉีที่ห่างไกลช้าๆ นางคำนวณเวลาแล้ว น่าจะใช้เวลาประมาณสองเดือนในการมาถึงหูจวินฉีเซิ่งซึ่งก็เหลือเฟือแล้ว ช่วงเวลาประมาณนี้ก็เพียงพอแล้ว แต่เป่ยไห่เฟิงเข้ามายุ่งเช่นนี้ นางก็ทำได้แค่หาโอกาสถอนตัวออกจากวังหลวง รวมตัวกับจวินหวาเทียน หารือเกี่ยวกับแผนการรับมืออย่างอื่น
กู้ชิวเหลิ่งหยิบนกพิราบสื่อสารสีขาวที่พกติดตัวตลอดออกมา เขียนข้อความลงไปบนกระดาษ: เป่ยไห่เฟิงเข้าวัง พลิกแพลงไปตามสถานการณ์ เหลิ่ง
ตอนที่นกพิราบสื่อสารบินออกไป จีเฟิงกลับมาพอดี กล่าวถามด้วยสงสัย: “นี่คือพิราบสื่อสารที่พระชายาส่งถึงท่านอ๋องหรือ?”
กู้ชิวเหลิ่งส่ายหน้า กล่าวว่า: “คือพิราบสื่อสารที่ข้าส่งถึงคุณชายมู่”
คำนวณเวลาดูแล้ว ก็ได้แต่ให้จวินหวาเทียนรีบเข้าวังมาช่วยแก้ไขสถานการณ์แล้ว เรื่องราวดำเนินการมาถึงขั้นนี้แล้ว นางไม่อยากจะถอนตัวหลังจากที่งานบรรลุแล้วจริงๆ และการถอนตัวออกจากวังหลวงคือแผนการที่เลวร้ายที่สุดที่นางวางเอาไว้
นางจะให้เป่ยไห่เฟิงมาขัดขวางแผนการทั้งหมดของนางไม่ได้อย่างเด็ดขาด
“จีเฟิง เจ้าไปจัดการหน่อย บอกว่าข้าขอพบเจ้าน่านน้ำ”
ในตอนที่จีเฟิงส่งข่าวนี้ไปให้เป่ยไห่เฟิง เป่ยไห่เฟิงกำลังสำมะเลเทเมาอยู่ท่ามกลางสาวงามอยู่
เป่ยไห่เฟิงโบกไม้โบกมือให้กับจีเฟิง กล่าวว่า: “จวิ้นจู่ของเจ้าอ่านเทียบเชิญที่ข้าส่งไปแล้วหรือ?”