ตอนที่ 195
บทที่ 195 ตั๊กแตนจับจักจั่น
October 28, 2026
ฉินโม่เอ๋อร์กำลังทาสีเล็บดอกเทียนบ้านอยู่ในตำหนักบรรทม กล่าวถามขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจ: “วันนี้ฝ่าบาทเสด็จไปหาใคร?”
ฉ่ายฉินกล่าวว่า: “คืนนี้ฝ่าบาทเสด็จไปที่หยินเฟย”
ฉินโม่เอ๋อร์โยนน้ำดอกเทียนบ้านที่อยู่ในมือลงไปบนพื้น พื้นที่เต็มไปด้วยสีแดง งดงามราวกับสีโลหิต
ตั้งแต่ที่นางมาถึงวังหลวงก็ผ่านไประยะหนึ่งแล้ว นอกจากตอนที่เพิ่งจะเข้าวังมาจวินฉีเซิ่งโปรดปรานไปสักพักหนึ่งแล้ว จวินฉีเซิ่งไม่ได้มาหานางมาหลายวันแล้ว ไม่ไปที่ตำหนักบรรทมของมู่หรงอี๋ก็ไปที่ตำหนักบรรทมของหยินเฟย แทบจะทำเหมือนลืมนางไปแล้ว
ฉ่ายฉินคุกเข่าอยู่บนพื้น สายตาเหลือบมองเห็นใบหน้าที่โกรธอย่างมากของฉินโม่เอ๋อร์ กล่าวขึ้นมาตามคำพูดที่มู่หรงอี๋สั่งการนางในวันนี้อย่างไม่มีตกหล่นเลยสักคำ: “ทูลฉินเฟย เมื่อเร็วๆนี้จวิ้นจู่ของต้าเยียนท่านหนึ่งมาเยือนวังหลวง มาจากที่เดียวกับฉินเฟยท่าน ฝ่าบาทใส่ใจจวิ้นจู่ท่านนี้มาก วันนี้ยังสั่งให้หยินเฟยเตรียมผลไม้บรรณาการมากมายส่งไปให้ และยังเลือกหยกชั้นดีหลายชิ้นไปมอบให้กับนาง เกรงว่าจะมีใจอยากจะรับเอาไว้เป็นสนม”
“จวิ้นจู่?”
นางก็แค่พักฟื้นจากอาการป่วยในตำหนักบรรทมสองวัน ทั่วทั้งตำหนักจาวหรงถึงกับปิดผนึกข่าวเอาไว้ได้อย่างแน่นหนา เวลานี้คำพูดที่ฉ่ายฉินพูดออกมาทำให้นางระวังตัวขึ้นมา ตำหนักจาวหรงแห่งนี้นอกจากฉ่ายฉินแล้วต้องยังมีคนของมู่หรงอี๋อย่างแน่นอน มิเช่นนั้นเรื่องที่จวิ้นจู่ของต้าเยียนมาถึงแคว้นฉี นางจะไม่รู้ข่าวเลยแม้แต่น้อยได้อย่างไร?
และจวิ้นจู่คนนี้ ก็พอจะทำให้ฉินโม่เอ๋อร์รู้ดีแก่ใจขึ้นมา จวิ้นจู่ของต้าเยียนมีไม่มาก สามารถถูกปล่อยให้ออกจากแคว้นได้ก็น่าจะมีเพียงกู้ชิวเหลิ่งที่กำลังเป็นที่สนใจคนเดียวเท่านั้น
นึกถึงการตายของกู้ชิวเซียงก่อนหน้านี้ บวกกับการตายของฉินเซียงเหลียน ฉินโม่เอ๋อร์ก็รู้แล้วว่ากู้ชิวเหลิ่งไม่ใช่คนที่จะไปยั่วได้ง่ายๆ นางก็ไม่คิดที่จะทำตามเจตนาของมู่หรงอี๋ สู้กับกู้ชิวเหลิ่งจนถึงที่สุด จากนั้นก็ให้มู่หรงอี๋นั่งรอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ นางไม่ได้โง่ ย่อมรู้อยู่แล้วควรทำอะไรตอนไหน ไม่ควรทำอะไรตอนไหน
ตอนนี้ฉ่ายฉินเอ่ยถึงกู้ชิวเหลิ่งต่อหน้านาง แล้วยังบอกเป็นนัยมากมายขนาดนี้ แล้วนางจะฟังไม่ออกได้อย่างไร?
นางก็อยากจะรู้เหมือนกัน ตั๊กแตนจับจักจั่นนกขมิ้นอยู่ด้านหลัง นางต้องการจะเป็นนกขมิ้น ไม่ใช่ตั๊กแตน
ในเวลาเช้าตรู่ กู้ชิวเหลิ่งส่งจีเฟิงไปหยั่งถามสถานะของฉินโม่เอ๋อร์ในวังหลัง และจากนั้นก็ให้จีเฟิงไปดูสถานการณ์ทางด้านเป่ยไห่เฟิง
กู้ชิวเหลิ่งดื่มน้ำชาไปคำหนึ่ง กล่าวว่า: “ตั๊กแตนจับจักจั่น นกขมิ้นอยู่ด้านหลัง ฉินโม่เอ๋อร์รู้สึกว่านางคือนกขมิ้น มู่หรงอี๋ก็คิดว่าตัวเองเป็นนกขมิ้นตัวนั้น”
กู้ชิวเหลิ่งยิ้มออกมาเล็กน้อย นางก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า ใครเป็นจักจั่นตัวนั้นกันแน่
ด้านนอกตำหนักนางกำนัลกลุ่มหนึ่งเดินมาช้าๆ ในมือของนางกำนัลทุกคนล้วนถือถาดเอาไว้ ด้านบนคือเครื่องแต่งกายและรองเท้าของแคว้นฉี ทุกชิ้นล้วนถูกปักด้วยไห่ถังที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว แค่เห็นก็รู้แล้วว่าเพิ่งจะเร่งทำออกมา วัสดุยังเป็นของใหม่เอี่ยมอยู่ มองไปไกลๆดูราวกับเมฆหมอก งดงามอย่างมาก
“เรียนจวิ้นจู่ นี่คือเสื้อผ้าที่ฝ่าบาทสั่งให้หอหนีชางเตรียมเอาไว้ หวังว่าจวิ้นจู่จะสวมใส่ในงานเลี้ยงแห่งแคว้น”
กู้ชิวเหลิ่งเข้าไปสัมผัสระดับความสบายของเนื้อผ้า แค่เห็นก็รู้ว่าเป็นของชั้นยอด เนื้อผ้าเนียนละเอียด เห็นแล้วทำให้คนชอบจนวางมือไม่ลง
นางกำนัลมองดูปฏิกิริยาของกู้ชิวเหลิ่งอย่างประหม่า เดิมทีอยากจะเห็นความดีใจหรือไม่ก็ความเขินอายจากใบหน้าของกู้ชิวเหลิ่ง แต่ว่าไม่มีอะไรเลย
กู้ชิวเหลิ่งกล่าวขึ้นมาอย่างราบเรียบ: “วางของเอาไว้ พวกเจ้าสามารถกลับไปรายงานได้แล้ว”
นางกำนัลตะลึงงันไปครู่หนึ่ง พบว่ากู้ชิวเหลิ่งไม่มีทีท่าจะแสดงออกอะไรเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวกับสิ่งที่จวินฉีเซิ่งส่งมาเลยแม้แต่น้อย
ต้องรู้ว่าจวินฉีเซิ่งเป็นถึงฮ่องเต้แห่งแคว้นฉี ในฐานะที่เป็นฮ่องเต้ นั่นก็คืออยู่เหนือคนนับหมื่น ในวังหลังแห่งนี้ผู้หญิงคนไหนไม่อยากตะเกียกตะกายช่วงชิงให้ได้มาซึ่งความโปรดปรานของฮ่องเต้ แม้แต่พวกนางก็ยังสามารถดูออกว่าฮ่องเต้ของพวกนางใส่ใจกู้ชิวเหลิ่งผิดปกติ เห็นได้ชัดว่านั่นก็คือความรักแท้ๆ แต่ว่ากู้ชิวเหลิ่งดูเหมือนจะไม่เคยสังเกตเห็น ปฏิบัติต่อจวินฉีเซิ่งด้วยความสุภาพตามมารยาทเท่านั้น
ครั้งนี้จวินฉีเซิ่งส่งพวกนางมามอบของ ยังสั่งให้นางมองสีหน้าท่าทางบนใบหน้าของกู้ชิวเหลิ่งให้ชัดเจน แต่เมื่อเห็นปฏิกิริยาตอบสนองที่เฉยเมยของกู้ชิวเหลิ่งเช่นนี้ ถึงเวลานางจะกลับไปรายงานต่อจวินฉีเซิ่งอย่างไร?
กู้ชิวเหลิ่งเหลือบมองนางกำนัลที่ยังไม่ได้ถอยลงไปครู่หนึ่ง ขมวดคิ้วขึ้นมาแล้วกล่าวว่า: “เจ้ายังยืนอยู่ที่นี่ทำไม?”
นางกำนัลรีบร้อนโค้งคำนับ กล่าวว่า: “บ่าวขออำลา”