ตอนที่ 217
บทที่ 217 ถูกพิษเรื้อรัง
October 28, 2026
กู้ชิวเหลิ่งเดินไปที่ด้านหลังฉากกั้น ใบหน้าของฉินโม่เอ๋อร์กล่าวได้ว่าเน่าเฟะจนมิมีชิ้นดี ดวงตาทั้งคู่ของนางเบิกกว้างราวกับว่าจากไปอย่างมิเต็มใจ
กู้ชิวเหลิ่งหยิบเข็มเงินออกมาจากกระเป๋าเสื้อสองสามเล่มจากนั้นปักลงไปบนใบหน้าของฉินโม่เอ๋อร์ ใบหน้าที่เน่าเปื่อยบิดเบี้ยวในทันใด ตอนที่นางดึงเข็มเงินออกมาด้วยนั้น ก็ได้มีหนอนตัวเล็ก ๆ หลายตัวติดออกมา เรื่องนี้ดูเหมือนว่ากู้ชิวเหลิ่งจะคาดเดาเอาไว้ก่อนหน้าแล้ว นางจึงได้วางเข็มนั้นเอาไว้บนจานข้าง ๆ
วี่เฟยเป็นตัวละครที่พลาดเรื่องการที่จวินฉีเซิ่งชันสูตรพลิกศพไปมิได้เด็ดขาด เหมียวเจียงนับว่าเป็นอาณาเขตที่มิเล็ก ส่วนวี่เฟยเป็นยอดสาวงามในเหมียวเจียง อีกทั้งยังเป็นองค์หญิงที่ได้รับความรักมากที่สุดในเหมียวเจียง หากว่าวี่เฟยเกิดเรื่องขึ้นละก็ เหมียวเจียงจะต้องก่อสงครามกับจวินฉีเซิ่งอย่างแน่นอน
นางจะเปิดเผยเรื่องนี้ออกไป อยากจะรู้เสียจริงว่าจวินฉีเซิ่งจะปกป้องวี่เฟยได้อย่างไร
กู้ชิวเหลิ่งตรวจสอบศพของฉินโม่เอ๋อร์ นางมิเห็นสัญญาณของการถูกพิษ
กู้ชิวเหลิ่งหยิบมีดขึ้นมาจากนั้นกรีดไปที่ข้อมือของฉินโม่เอ๋อร์เป็นรอยยาว เลือดที่แข็งตัวเป็นสีดำและม่วงเห็นได้ชัดว่าซึมแทรกเข้าไปอยู่ในกระดูกแล้ว
มองไปดูมิเหมือนพิษของเหมียวเจียง นางใช้เข็มเงินแตะเลือดพิษจากบาดแผลของฉินโม่เอ๋อร์ จากนั้นวางลงไปบนจานเงิน พบว่าเข็มกลายเป็นสีดำ
ผ่านไปเพียงมินาน กู้ชิวเหลิ่งก็เดินออกมาจากด้านหลังของฉากกั้น เนื่องจากว่านางทำการผ่าท้องของฉินโม่เอ๋อร์ดังนั้นมือของนางจึงเต็มไปด้วยเลือด ตอนที่นางเดินออกมา จึงมีนางในนำอ่างนำทองแดงมาให้ในทันที
กู้ชิวเหลิ่งทำการล้างชำระ นำเลือดสีดำเข้มและหนอนกู่วางไว้บนโต๊ะกล่าวว่า “ก่อนที่ฉินเฟยจะสิ้นลมนางมิได้กินสิ่งใดเข้าไป ในกระเพาะของนางหาได้มีสิ่งใดตกค้างอยู่ แลดูมิเหมือนว่านางกินอาหารที่มีพิษ จากการคาดเดาเบื้องต้นนางถูกพิษเรื้อรัง”
จวินฉีเซิ่งหันไปขยิบตาให้แก่หมอหลวง หมอหลวงรีบก้าวมาข้างหน้าจากนั้นชำเลืองมอง กล่าวว่า “สิ่งที่พระชายาเซ่อเจิ้งหวางกล่าวนั้นเป็นความจริง เพียงแต่ว่าพิษนี้กระหม่อมเองก็มิเคยเห็นมันมาก่อน”
กู้ชิวเหลิ่งเหลือบมองไปที่พิษนั้นแล้วกล่าวว่า “แม้ว่าพิษนี้ข้าเองก็มิเคยเห็นมาก่อน เพียงแต่ว่าหนอนกู่นี้เกรงว่าคงมิใช่ข้าคนเดียวที่เคยเห็นกระมัง ฮ่องเต้ฉีเองก็อาจจะให้คำอธิบายใด ๆ ได้บ้างใช่หรือไม่”
จวินฉีเซิ่งเหลือบมองไปยังหนอนกู่ที่ยังคงดิ้นอยู่บนจานเงิน มิรู้ว่าจะกล่าวอย่างไร
อวี้ฉือจ้านนำเข็มเงินขึ้นมาพิจารณามองดูหนอนกู่ จากนั้นเผยอยิ้มเยาะ “หนอนกู่นี้ข้าเองเคยเห็นในร่างของทหารต้าเยียน มันเป็นสิ่งที่เหมียวเจียงมีเป็นเอกลักษณ์ เหตุใดฮ่องเต้ฉีจึงมิรู้เรื่องนี้กัน”
สีหน้าของฮ่องเต้ฉีมืดมนลงทันที เดิมทีเรื่องนี้เขาพอจะคาดเดาได้ว่าเกี่ยวข้องกับวี่เฟย เพียงแต่ว่า เพื่อปกป้องเหมียวเจียงเขาจึงได้โยนความผิดนี้ให้เป็นเรื่องของบ่าวรับใช้ที่นำซุปหวานมาให้และถูกลงโทษจนสิ้นใจแล้ว
ทว่าบัดนี้จากการชันสูตรพลิกศพ ได้ดึงหนอนกู่ออกมาเกี่ยวข้องด้วย ต่อหน้าอวี้ฉือจ้าน เขาจะคิดหาวิธีปฏิเสธเป็นอย่างอื่นได้อย่างไร?
กู้ชิวเหลิ่งกล่าวขึ้นว่า “หากข้าจำมิผิดละก็ วี่เฟยน่าจะเป็นองค์หญิงจากเหมียวเจียง และหนอนพิษกู่นี้ในแคว้นแคว้นฉีคาดว่าคงมิมีผู้ได้ชัดเจนยิ่งกว่านาง ใช่หรือไม่?”
กู้ชิวเหลิ่งได้กล่าวออกมาถึงขั้นนี้แล้ว จวินฉีเซิ่งจึงทำได้เพียงกล่าวอย่างน้ำเสียงหนักอึ้งว่า “ทหาร จงไปเชิญวี่เฟยมา”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
อวี้ฉือจ้านเดินมาหยุดอยู่ข้างกายของกู้ชิวเหลิ่ง ช่วยนางเช็ดมือจนแห้งก่อนจะเอ่ยถามว่า “เจ้าเหนื่อยหรือไม่?”
กู้ชิวเหลิ่งยิ้มขึ้นอย่างบางเบา “ข้ามิเหนื่อย”
ภาพนี้จวินฉีเซิ่งมองเห็นมันและรู้สึกว่ามีบางอย่างในหัวใจที่หายแวบไป เขาลืมเรื่องอันวุ่นวายตรงหน้านี้ไปทันควัน รู้สึกว่าฉากตรงหน้าช่างแสบตายิ่งนัก
อีกด้านหนึ่งวี่เฟยกำลังนั่งพักผ่อนอยู่บนตั่งนอนของกุ้ยเฟยหยอกล้ออยู่กับองค์หญิงเฟิง ขันทีที่หน้าประตูใหญ่รีบตรงเข้ามาด้วยท่าทางร้อนรน คุกเข่ารายงานว่า “วี่เฟยพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทมีรับสั่งให้เดินทางไปที่ตำหนักจาวหรง”