ตอนที่ 218
บทที่ 218 เวลาสิบวัน
October 28, 2026
หันไปเหลือบมองดูหนอนพิษกู่ จากนั้นจึงกล่าวขึ้นว่า “หนอนกู่ชนิดนี้พิษของมันนับว่าอยู่ในระดับกลาง หากว่ารับเข้าไปในปริมาณหนึ่ง ใบหน้านั้นก็จะเน่าเฟะ มองไปน่าเกลียดยิ่งนัก หนอนกู่ทั้งหมดจะพากันไปรวมตัวอยู่ที่ใบหน้า หนอนพิษกู่นิดนี้มิมียาถอนพิษ ต่อให้ผู้ที่ถูกวางยาพิษ ตายไป หนอนข้างในนั้นก็จะกัดเซาะกินเนื้อและเลือดของคนผู้นั้น แล้วตายจากไปเช่นกัน”
กู้ชิวเหลิ่งขมวดคิ้วขึ้น กล่าวว่า “ความหมายของวี่เฟยนั้น คือหนอนกู่ชนิดนี้จะกัดเซาะกินเนื้อและเลือดของผู้ตายด้วยงั้นหรือ?”
“ถูกต้องแล้ว”
กู้ชิวเหลิ่งหันไปมองดูหมอหลวง กล่าวว่า “มิรู้ว่าจะรบกวนท่านหมอหลวงดึงพิษออกจากหนอนกู่ตัวนี้ออกมาได้หรือไม่ เพื่อดูว่า ฉินเฟยได้รับพิษชนิดใด”
หมอหลวงกล่าวขึ้นด้วยความเคารพ “สิ่งที่พระฉายาเซ่อเจิ้งหวางกล่าวมานั้นสามารถเป็นไปได้ กระหม่อมจะรีบไปทำ ณ บัดนี้”
จวินฉีเซิ่งพยักหน้ากล่าวว่า “จงไปทำตามที่พระชายาเซ่อเจิ้งหวางกล่าวเถิด”
“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ!”
หมอหลวงเอื้อมมือมารับหนอนกู่นั้นไป แล้วหยิบขวดโหลออกมาขวดหนึ่งจากกล่องยา เขาค่อย ๆ บดเจ้าหนอนกู่ตัวนี้ มีกลิ่นเหม็นโชยออกมาจากโถนั่น หมอหลวงรีบกล่าวขึ้นว่า “ทูลฝ่าบาท กระหม่อมรู้แล้วพ่ะย่ะค่ะว่านี่คือพิษใด น่าจะเป็นพิษเสี่ยหลีจื่อชนิดเรื้อรัง พิษชนิดนี้ หากว่าอยู่ในร่างกายมนุษย์จะมิอาจสัมผัสได้ แต่หากว่าเวลานานวันเข้า พิษชนิดนี้ก็จะแผ่ซ่านไปทั่วและทำให้ถึงแก่ความตาย อีกทั้งพิษชนิดนี้มีความใกล้เคียงกันกับหนอนพิษกู่ คาดว่าหนอนกู่นี้จะเข้าไปใกล้เสี่ยหลีจื่อ ดังนั้นฉินเฟยจึงได้สิ้นใจกะทันหันในเวลาวันเดียว”
สีหน้าของจวินฉีเซิ่งดูมิน่ามองนัก “สิ่งที่เจ้ากล่าวมานั้นเป็นเรื่องจริงหรือ หาใช่คำเท็จ?”
หมอหลวงกล่าวว่า “กระหม่อมประกอบอาชีพหมอมานานหลายสิบปีแล้ว กระหม่อมจะมิโกหกอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”
อวี้ฉือจ้านกล่าวขึ้นด้วยความเย็นชาว่า “มองดูแล้วคงจะมีคนจงใจใช้หนอนพิษกู่นี้เป็นเครื่องมือในการสังหารฉินเฟยผู้ใดกันที่กล้าหาญเพียงนี้ กล้าที่จะใช้พิษในการสังหาร ฮ่องเต้ฉีท่านควรให้ข้ออธิบายแก่เราหน่อยหรือไม่?”
“แน่นอน เพียงแค่เรื่องนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหันยิ่งนัก เรามิอาจหาตัวฆาตกรได้ในเร็ววัน เราจำเป็นต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ เซ่อเจิ้งหวางและพระชายาประทับอยู่ในพระราชวังแห่งนี้ก่อนเถิด รอเมื่อจับผู้ร้ายได้แล้วนั้น ข้าจะให้คำชี้แจงอันน่าพึงพอใจแก่เซ่อเจิ้งหวางและพระชายาอย่างแน่นอน ท่านทั้งสองคิดว่าเช่นนี้เป็นอย่างไร”
กู้ชิวเหลิ่งกล่าวว่า “สิ่งที่ฮ่องเต้ฉีกล่าวมานั้นเป็นวิธีที่ดียิ่ง เพียงแต่ข้าคิดว่าเราควรจะกำหนดเวลาจึงจะดี ถึงอย่างไรเซ่อเจิ้งหวางก็เป็นเซ่อเจิ้งหวางแห่งต้าเยียน มิเหมาะสมนักหากจะอยู่ในแคว้นฉีเป็นเวลาเนิ่นนาน ตัวข้าเองนั้นก็เคยได้ยินนามว่ากฎหมายของแคว้นฉีเข้มงวดยิ่งนัก มิทราบว่าเวลาสิบวันนั้นเพียงพอหรือไม่”
จวินฉีเซิ่งกล่าวขึ้นว่า “ในเมื่อพระชายาเซ่อเจิ้งหวางกล่าวออกมาดังนี้แล้ว เวลาสิบวันตกลงตามนั้น ข้าจะให้พวกเขารีบเร่งในการทำงาน และจับตัวผู้ร้ายให้ได้ในเร็ววันที่สุด”
อวี้ฉือจ้านก้าวไปด้านหน้าแล้วกล่าวว่า “ผู้ที่สิ้นใจนั้นคือองค์หญิงเหอชินเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับสันติภาพระหว่างสองประเทศ ข้าคิดว่าหากแคว้นฉีเป็นผู้ลงแรงสืบหาเพียงฝ่ายเดียวคงจะยาก ข้าแนะนำว่าให้ข้าและพระชายาของข้าเข้าร่วมค้นหาความเท็จจริงในเรื่องนี้ด้วย เพื่อจับตัวฆาตกร และให้คำชี้แจงที่สมเหตุสมผลแก่ประชาชนต้าเยียน”
รอยยิ้มบนใบหน้าจวินฉีเซิ่งดูแข็งทื่อ ให้อวี้ฉือจ้านมาร่วมสืบคดีด้วยงั้นหรือ ผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของอวี้ฉือจ้านมิธรรมดา เมื่อถึงเวลานั้นต่อให้วี่เฟย จะกล่าวอย่างไร ก็อยากที่จะปัดความผิดและคาดว่าคงจะสืบหาข้อผิดปกติออกมาได้
“เป็นอะไรงั้นหรือ ฮ่องเต้ฉีลำบากใจ?”
วี่เฟยทำท่าทางกระสับกระส่าย เรื่องนี้หากว่าให้อวี้ฉือจ้านและกู้ชิวเหลิ่งมารับผิดชอบด้วยล่ะก็ ลูกเล่นของนางเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านั้นคงจะต้องถูกค้นพบอย่างแน่นอน
รอยยิ้มของอวี้ฉือจ้านทำให้จวินฉีเซิ่งมิรู้ว่าควรจะกล่าวออกมาอย่างไรดี จู่ ๆ กู้ชิวเหลิ่งก็ลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวว่า “ได้ยินมาว่า ฮ่องเต้ฉีมิเพียงแต่รักลำเอียงหลิ่วกุ้ยเฟย ทั้งยังชื่นชมวี่เฟยยิ่งนัก คาดว่าคำพูดนี้คงจะมิได้เป็นเรื่องเท็จ”
บัดนี้หลักฐานทั้งหมดชี้ตัวไปที่วี่เฟย หากว่าจวินฉีเซิ่งยังคงลังเล เขาคงถูกสงสัยว่ากำลังปกป้องวี่เฟยอยู่