ตอนที่ 220
บทที่ 220 สาวฟีนิกซ์
October 28, 2026
ในวันนี้เพิ่งจะรุ่งสาง กู้ชิวเหลิ่งลืมตาขึ้นพบว่าอวี้ฉือจ้านจากไปแล้วก่อนหน้า
กู้ชิวเหลิ่งสวมเสื้อคลุมแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอันดูเฉยเมยผ่านประตูว่า “ท่านอ๋องของพวกเจ้าเล่า?”
จีเฟิงอยู่ที่ด้านนอกประตูดังคาด เขาตอบว่า “ท่านอ๋องเดินทางออกไปสืบคดีแล้วขอรับ”
กู้ชิวเหลิ่งจึงได้นึกขึ้นว่าเมื่อวานนี้อวี้ฉือจ้านเป็นผู้อาสาจะเดินทางไปสืบคดีด้วยตนเอง ระยะเวลาสิบวันนั้นมินานเลย ดูเหมือนเขาคงจะต้องการจัดการบางอย่างจึงได้เดินทางออกไปแต่เช้าตรู่เช่นนี้
หลังจากที่กู้ชิวเหลิ่งล้างหน้าอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว นางก็รับประทานมื้อเช้าที่จีเฟิงนำมาให้ ก่อนกล่าวขึ้นว่า “เจ้าจงติดตามอยู่ข้างกายท่านอ๋องของพวกเจ้า ปกป้องความปลอดภัยของเขา เขาเป็นเซ่อเจิ้งหวางแห่งต้าเยียน จวินฉีเซิ่งเกรงว่าจะคิดร้ายต่อเขา”
จีเฟิงกล่าวว่า “ท่านอ๋องกำชับเอาไว้ ให้ข้าน้อยอยู่เคียงข้างพระชายา ปกป้องดูแลความปลอดภัยของพระชายา ดังนั้นข้าน้อยจึงมิกล้าห่างไปแม้แต่ครึ่งก้าว”
กู้ชิวเหลิ่งวางโจ๊กในมือลงกล่าวว่า “คำสั่งของข้าเจ้ามิฟังงั้นหรือ?”
“......ข้าน้อยมิกล้า”
กู้ชิวเหลิ่งจึงลดน้ำเสียงต่ำลงกล่าวว่า “ข้าเป็นห่วงเขา เจ้าจงไปดูเขาเถิดอย่าให้คนของจวินฉีเซิ่งมาทำร้ายเขาได้”
เมื่อมองดูท่าทางอันเป็นกังวลของกู้ชิวเหลิ่ง จีเฟิงจึงอดมิได้ที่จะกล่าวว่า “ขอรับ”
เมื่อพบว่าจีเฟิงจากไปแล้ว กู้ชิวเหลิ่งจึงได้แสดงท่าทีอันบางเบาออกมา ความเป็นห่วงกังวลเมื่อครู่นั้นจางหายไปจนสิ้น
แทบเป็นไปมิได้เลยที่จวินฉีเซิ่งจะต่อสู้กับอวี้ฉือจ้านในต้าเยียน
บัดนี้วังหลังฉินโม่เอ๋อร์ซึ่งเป็นองค์หญิงเหอชินได้สิ้นใจลงแล้ว ต่อมาอวี้ฉือจ้านในฐานะเซ่อเจิ้งหวางก็ถูกทำร้ายด้วย หากเรื่องเช่นนี้เผยแพร่ไปถึงต้าเยียนคาดว่าแคว้นฉีและต้าเยียนคงจะต้องเปิดสงครามกันอย่างแน่นอน จวินฉีเซิ่งมิใช่คนโง่ ก่อนที่เขาจะแน่ใจว่าสามารถทำลายต้าเยียนและซีจิ้งได้แน่นอนว่าเขาจะมิประกาศสงครามกับอวี้ฉือจ้าน
ส่วนการที่นางให้จีเฟิงไปหาอวี้ฉือจ้านนั้นนางมีแผนการอื่นอยู่
กู้ชิวเหลิ่งเปลี่ยนชุดเป็นชุดเรียบง่าย จากนั้นเดินตรงไปที่ประตูวัง นำตราหยกของอวี้ฉือจ้านที่ให้เอาไว้ไปด้วย ดังนั้นผู้คุมประตูวังจึงมิกล้าที่จะรั้งนางเอาไว้
กู้ชิวเหลิ่งเร่งฝีเท้าของนางจากนั้นสวมเสื้อคลุมเดินออกไปด้านนอกพระราชวัง เป็นไปดังนั้น ผู้เฝ้าประตูคนหนึ่งเข้ามารั้งนางเอาไว้แล้วเอ่ยถามว่า “ท่านคือผู้ใด โปรดแสดงตราหยกของท่าน”
กู้ชิวเหลิ่งกล่าวด้วยใบหน้าเย็นชาว่า “ข้าคือพระฉายาเซ่อเจิ้งหวางแห่งต้าเยียน ข้าตั้งใจจะเดินทางมาช่วยสามีของข้าในการสืบคดี และนี่คือตราหยกของข้า พวกเจ้าเห็นมันโดยละเอียดแล้วหรือไม่”
ผู้คุ้มกันทั้งสองคนเห็นดังนั้นจึงรีบคุกเข่าลงสู่พื้นกล่าวว่า “ที่แท้เป็นพระชายาเซ่อเจิ้งหวางนั่นเอง กระหม่อมมีตาหามีแววมิ พระชายาเซ่อเจิ้งหวางอ๋องรู้ทางหรือไม่ กระหม่อมจะนำทางไปเอง”
“มิจำเป็น ข้ากับสวามีของข้านั้นนัดหมายกันเอาไว้แล้ว พวกเจ้าเพียงเปิดทางก็พอ”
ผู้คุ้มกันประตูวังหลบไปอยู่ด้านข้าง เมื่อกู้ชิวเหลิ่งเดินทางจากไปแล้วพวกเขาก็มิลืมที่จะกล่าวว่า “ข้าน้อยน้อมส่งพระชายาเซ่อเจิ้งหวางด้วยความเคารพ”
ส่วนเหตุผลที่ผู้คุมกันเหล่านี้ทำท่าทีสุภาพต่อกู้ชิวเหลิ่ง แท้จริงแล้วก็เป็นเพราะอวี้ฉือจ้านนั่นเอง
อวี้ฉือจ้านมิใช่เป็นเพียงเซ่อเจิ้งหวางแห่งต้าเยียน อีกทั้งยังเป็นเทพสงครามอีกด้วย และฉายาเทพสงครามนี้มิได้แต่งตั้งขึ้นโดยประชากรต้าเยียน แต่เป็นผู้ที่อยู่นอกต้าเยียนตั้งฉายานี้ให้แก่เขา
เซ่อเจิ้งหวางมิเคยแพ้ในการทำสงครามแม้แต่ครั้งเดียว ดังนั้นเขาจึงเป็นวีรบุรุษในสายตาทหารทุกคน
สตรีของเทพสงครามคงจะมิใช่คนธรรมดาอย่างแน่แท้