ตอนที่ 221
บทที่221 จี้ต้าน ราชครูแห่งแคว้นเป่ย
October 28, 2026
“เป็นข้าเอง”
จวินหวาเทียนพยุงกู้ชิวเหลิ่งขึ้น ที่ข้างกายเขายังมีข้ารับใช้ติดตามอยู่อีกหนึ่งคน
กู้ชิวเหลิ่งจำได้ว่าเมื่อครู่ตนอยู่ในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง และสนทนากับชายที่กล่าวว่าตนมาจากจวนราชครูแห่งแคว้นเป่ยและกล่าวเรื่องประหลาด ที่นางฟังมิออกออกมา เมื่อนางตื่นขึ้นอีกครั้งกลับพบว่าตนอยู่ที่นี่แล้ว
จวินหวาเทียนหันไปส่งสายตาให้แก่ข้ารับใช้ ข้ารับใช้ผู้นั้นจึงรีบรินน้ำชาร้อนแล้วเดินนำเข้ามา
กู้ชิวเหลิ่งดื่มเข้าไปอึกหนึ่ง จิตใจของนางดูกระจ่างแจ่มใสขึ้น “เจ้าเป็นคนที่พาข้ามาที่นี่หรือ?”
“ใช่แล้ว ข้าเอง”
จวินหวาเทียนรับน้ำชาในมือของกู้ชิวเหลิ่งไป กล่าวว่า “ข้าได้สั่งให้กู้เจินไปรายงานอวี้ฉือจ้าน แล้วในมิช้าเขาคงจะมาถึง”
กู้ชิวเหลิ่งขมวดคิ้วเข้าหากันกล่าวว่า “เจ้าพาข้ากลับมาได้อย่างไร?”
เรื่องที่นางเดินทางไปหาชายผู้นั้น แม้แต่อวี้ฉือจ้านเองก็มิรู้ แล้วจวินหวาเทียนรู้ได้อย่างไรกัน อีกอย่างในโรงเตี๊ยมแห่งนั้นหามีใครสักคน เห็นได้ชัดว่าชายคนนั้นบงการให้เป็นดังนี้
เช่นนั้นเขาจะปล่อยให้จวินหวาเทียนที่เป็นคนนอกเข้าไปได้อย่างไร?
จวินหวาเทียนกล่าวว่า “คนผู้นั้นคือราชครูแห่งแคว้นเป่ยนามว่าจี้ต้าน ก่อนหน้าที่เขาจะพบเจ้า ข้าเองเคยได้พบเขามาก่อนแล้ว”
“ก่อนหน้าที่จะมาพบข้า เจ้าเคยเจอเขาแล้วงั้นหรือ?”
“ถูกต้อง”
จวินหวาเทียนมิเคยปิดบังนางตลอดมิว่าเรื่องใด ดังนั้นเขาจึงกล่าวว่า “เขาผู้นั้นเดินทางมาหาข้าด้วยตนเอง อีกทั้งเป็นผู้ริเริ่มอธิบายให้ข้าฟังถึงเรื่องการยืมร่างเกิดใหม่ ในตอนนั้นข้าจึงได้รู้ว่าเจ้าคืออาชิว”
กู้ชิวเหลิ่งมองไปทางจวินหวาเทียน แต่ไหนแต่ไรมาจวินหวาเทียนมิเคยโกหกนาง ดังนั้นนางเองจึงมิมีเหตุผลที่จะมิเชื่อเขา
จากแววตาของจวินหวาเทียน กู้ชิวเหลิ่งมองเห็นถึงความจริงใจและแน่วแน่
นั่นสิ เรื่องของการยืมร่างเพื่อกลับมาเกิดใหม่นี้เดิมทีนางเองก็รู้สึกสงสัยยิ่งนักว่าเหตุใดจวินหวาเทียนจึงได้เชื่ออย่างง่ายดายว่านางคือมู่หรงชิว ที่แท้เพราะราชครูจี้ต้านแห่งแคว้นเป่ยผู้นี้นี่เอง
กู้ชิวเหลิ่งกล่าวว่า “ในเมื่อเจ้ารู้จักคนผู้นี้ แล้วเหตุใดเจ้าจึงมิบอกข้า?”
จวินหวาเทียนส่ายหน้ากล่าวว่า “ในตอนนั้นเขากล่าวกับข้าไว้ อย่าได้เปิดเผยตัวตนของเขา และได้กล่าวว่าจะได้พบกันใหม่หากมีโชคชะตาต่อกัน เพื่อเป็นการมิให้เจ้ารู้สึกกังวลใจดังนั้นข้าจึงมิได้เอ่ยออกมา”
กู้ชิวเหลิ่งยิ้มเบา ๆ กล่าวว่า “เป็นเพราะเจ้ามิอยากให้ข้ากังวลใจ หรือเป็นเพราะเจ้ารู้แต่แรกแล้วว่าเราจะได้พบกันเช่นนี้”
“มิว่าเรื่องใดก็ตามข้ามิอาจปิดบังเจ้าได้”
จวินหวาเทียนวางถ้วยน้ำชาในมือลงบนโต๊ะกล่าวว่า “นี่ก็ดึกมากแล้ว ในวันนี้เนื่องจากข้าออกมาเพราะเจ้า ดังนั้นข้าจึงมิได้ติดตามนางในข้างกายของมู่หรงอี๋เดินทางเข้าวังไปด้วย อีกประเดี๋ยวเมื่ออวี้ฉือจ้านมารับเจ้ากลับไปแล้ว พรุ่งนี้เช้าข้าเองก็จะเดินทางเข้าวัง”
“หวาเทียน เจ้าแน่ใจหรือไม่ว่าเจ้าจะมิถูกใครจับได้?”
จวินหวาเทียนกล่าว “ต่อให้บัดนี้ร่างกายข้ามิสู้ดีนัก แต่เจ้าก็อย่าได้กังวลใจไปเลย ก่อนที่การแก้แค้นครั้งใหญ่จะสำเร็จ ทั้งข้าและเจ้าผู้ใดจะตายมิได้ทั้งนั้น และใครก็จะมิมีวันล้มลงก่อนหน้า เจ้าว่าข้ากล่าวได้ถูกต้องหรือไม่”
กู้ชิวเหลิ่งพยักหน้ากล่าวว่า “สิ่งที่เจ้าว่ามานั้นก็ถูกต้องแล้ว ก่อนหน้าที่เราจะแก้แค้นสำเร็จ มิว่าผู้ใดก็จะตายมิได้เด็ดขาด”
เมื่อน้ำเสียงของกู้ชิวเหลิ่งสิ้นสุดลง ประตูห้องก็ถูกเปิดออก
อวี้ฉือจ้านวิ่งเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าของกู้ชิวเหลิ่งด้วยท่าทางเป็นกังวล เขามองดูนางซ้ายขวาแล้วกล่าวว่า “เป็นอย่างไรบ้าง มีตรงไหนที่รู้สึกมิสบายหรือไม่?”
กู้ชิวเหลิ่งส่ายหน้ามองไปยังจวินหวาเทียนที่อยู่ด้านข้างกล่าวว่า “นี่ก็ดึกแล้ว เรากลับวังกันเถิด”