ตอนที่ 222
บทที่ 222 ภรรยาผู้รู้ใจ
October 28, 2026
จวินฉีเซิ่งเอนกายอยู่บนเตียงของวี่เฟย เดิมทีวี่เฟยเป็นผู้ที่มีฝีมือด้านการบรรเลงพิณอยู่แล้ว บัดนี้การที่จวินฉีเซิ่งอยู่ที่นี่ นางจึงได้ใช้ความสามารถทั้งหมดในการเอาอกเอาใจเขา
ในขณะที่นางกำลังบรรเลงเพลงไปด้วยความไพเราะ จู่ ๆ จวินฉีเซิ่งก็เอ่ยขัดจังหวะด้วยความเย็นชา “ช้าก่อน”
วี่เฟยวางพิณไว้ด้านข้างแล้วกล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ฝ่าบาทเคยชื่นชอบบทเพลงที่หม่อมฉันบรรเลงยิ่งนัก เหตุใดวันนี้จึงมีชื่นชอบหรือเพคะ?”
จวินฉีเซิ่งดึงมือของวี่เฟยเข้าไป จนทำให้วี่เฟยล้มลงบนเตียง ท่าทางนั้นดูเสน่ห์หายยิ่งนัก จวินฉีเซิ่ง สัมผัสไปที่คางของวี่เฟยเบา ๆ กล่าวว่า “วี่เฟย เจ้าอย่าได้เล่นกลอุบายกับข้า ความตายของฉินเฟยนั้นเกี่ยวข้องกับหนอนพิษกู่ของเจ้าหรือไม่?”
วี่เฟยหัวเราะขึ้นแล้วกล่าวว่า “ฝ่าบาททรงกล่าวเรื่องใดกันเพคะ หนอนพิษกู่ของหม่อมฉันถูกขโมยสูญหายไป อย่าว่าแต่การตายของฉินเฟยเลย แม้แต่การที่ฉินเฟยต้องเสียโฉมก็หาได้เกี่ยวข้องอันใดกับหม่อมฉันแม้แต่น้อย นางในที่ทำให้ฉินเฟยต้องเสียโฉมนั้นฝ่าบาทมิได้ลงโทษแล้วหรือ การลงโทษด้วยการโบยจนถึงแก่ชีวิตมิอาจเทียบได้กับใบหน้าอันงดงามที่เสียโฉมไปของฉินเฟยหรือเพคะ?”
จวินฉีเซิ่งกล่าวขึ้นว่า “เจ้ายังคงเป็นผู้ที่รู้ใจข้ายิ่งนัก ข้าคิดมากไปเอง”
ใบหน้าของวี่เฟยเต็มไปด้วยรอยยิ้ม นางเผยอริมฝีปากขึ้นแล้วเอื้อมมือไปโอบลำคอของจวินฉีเซิ่ง จวินฉีเซิ่งเอนกายเข้าไปที่ข้างหูของวี่เฟย น้ำเสียงของเขาดูต่ำทุ้ม “แต่เจ้าควรจะรู้ว่าเจ้าสามารถปิดซ่อนเรื่องนี้กับใครก็ได้ ยกเว้นข้า ข้าสามารถช่วยเจ้าจากภัยครั้งนี้ได้ แต่มิอาจช่วยเจ้าในครั้งอื่นได้”
รอยยิ้มบนใบหน้าของวี่เฟยแข็งทื่อทันที จวินฉีเซิ่งผลักวี่เฟยออก จากนั้นหันหลังกลับจากไป
วี่เฟยลุกขึ้นทันควันกล่าวว่า “ฝ่าบาททรงลืมไปแล้วหรือเพคะว่าในวังหลังนี้มิมีผู้ใดสามารถให้กำเนิดบุตรธิดาแก่ฝ่าบาทได้ หม่อมฉันต่างหาก! มีเพียงหม่อมฉันเท่านั้นที่สามารถให้กำเนิดองค์หญิงให้แก่ฝ่าบาทได้คนหนึ่ง จึงทำให้ปิดปากบรรดาเหล่าขุนนางทั้งหลายได้สำเร็จ บัดนี้ฝ่าบาทจะละทิ้งหม่อมฉัน ฝ่าบาทต้องการจะละทิ้งเหมียวเจียงงั้นหรือ?”
จวินฉีเซิ่งหันหลังกลับไปกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นว่า “อย่าคิดว่าข้ามิรู้เรื่องที่เจ้าใช้วิธีการต่าง ๆ มากมายจึงสามารถให้กำเนิดเด็กคนนั้นได้ แม้ว่าข้าจะรู้สึกติดหนี้บุญคุณเจ้า แต่หลายปีมานี้ เจ้าเองก็ได้รับความรักและความมั่งคั่งมากพอแล้ว เจ้าวางใจเถิด หากอวี้ฉือจ้านมิอาจสืบสิ่งใดพบ ข้าจะมอบตำแหน่งกุ้ยเฟยให้แก่เจ้า แต่หากอวี้ฉือจ้านสืบพบเรื่องผิดปกติล่ะก็......ทั้งเจ้าและเหมียวเจียง ข้าคงมิอาจเก็บเอาไว้ได้”
“เจ้า!”
วี่เฟยมองไปยังจวินฉีเซิ่งที่ดูไร้หัวใจเช่นนั้น นางเองยิ่งนิ่งเงียบไปชั่วขณะมิรู้จะกล่าวอย่างไรดี
จวินฉีเซิ่งหันหลังจากไป ทิ้งไว้เพียงวี่เฟยนอนเอนกายอยู่เพียงลำพัง
ในตอนนั้นเหตุใดนางจึงรู้สึกชื่นชอบชายคนนี้กัน? ผู้ที่หน้าซื่อใจคด มีเพียงรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูดี แต่จิตใจของเขานั้นเลวร้ายยิ่งกว่าหนอนพิษกู่ของนางเสียอีก
ใบหน้าของวี่เฟยปรากฏรอยจาง ๆ ขึ้นเล็กน้อย วี่เฟยยกมือข้างหนึ่งขึ้นกุมหน้าอกแล้วรีบกล่าวตะโกนว่า “ชิงจวี๋ เร็วเข้า รีบเอายามาให้ข้า!”
สาวรับใช้ที่นามว่าชิงจวี๋ได้ยินเสียงเรียกของวี่เฟยก็ได้รีบวิ่งเข้ามาทันที นางหยิบยาออกมาจากแขนเสื้อใส่เข้าไปในปากของวี่เฟยจากนั้นรีบวางใส่ไว้ในมือของวี่เฟยกล่าวว่า “เหนียงเหนียงเป็นอะไรไปเพคะ เหตุใดจู่ ๆ จึง......”
วี่เฟยดื่มน้ำเข้าไปแล้วกล่าวว่า “มิเป็นไรหรอก วางใจเถิด”
“เหตุใดเหนียงเหนียงจึงได้เกิดอารมณ์โมโหเล่าเพคะ ท่านหัวหน้าเผ่าเคยกล่าวเอาไว้แล้ว ในเมื่อเหนียงเหนียงเลือกที่จะใช้หนอนกู่ชนิดนั้น ก็มิควรที่จะเกิดอารมณ์โมโห......มิเช่นนั้นหนอนกู่ในร่างกายก็จะ......”
“หุบปาก ไร้สาระ!”
วี่เฟยพยายามสงบสติอารมณ์ของตนแล้วกล่าวว่า “องค์หญิงเล่า อยู่ที่ใด?”
ชิงจวี๋มองไปยังความมืดด้านนอกหน้าต่างตอบว่า “องค์หญิงน้อยบรรทมแล้วเพคะ”
วี่เฟยพยักหน้ากล่าวว่า “เจ้าจงไปรับใช้องค์หญิงน้อยเถิด ช่วงนี้ในวังหาได้สงบ เจ้าอย่าให้นางไปไหนมาไหนเพียงลำพัง”
ชิงจวี๋ที่อยู่ด้านข้างตอบรับว่า “เพคะ”
รอจนกระทั่งชิงจวี๋เดินทางจากไปแล้ว วี่เฟยจึงเดินมาที่หน้ากระจกสีทองแดง นางพบกับหญิงสาวคนหนึ่งที่มีใบหน้าอันงดงามไร้ที่ติ ใบหน้านั้นเพียงแค่ยิ้มขึ้นเบา ๆ ก็ทำให้ผู้คนต้องหลงใหล