ตอนที่ 4
ตอนที่ 4 ควรลืมไปแล้ว
September 30, 2026
ลุงจางฉวนและป้าสะใภ้หลินถิง ภายนอกดูเป็นคนดีโอบอ้อมอารี เห็นนางมาในสภาพน่าเวทนาก็โอบกอดและดูแลอย่างดี ท่านลุงกับท่านป้าให้เหตุผลว่า เหตุการณ์ครั้งนั้นทางการประกาศแล้วว่าครอบครัวของนางตายหมดรวมทั้งตัวนางเอง ทั้งสองจึงให้นางอยู่ในบ้านสกุลจางในฐานะหญิงรับใช้เพื่อปกปิดร่องรอยของนางเอง ทว่านางกลับได้ทำงานทุกอย่างในบ้านลุงจางฉวนเช่นเดียวกับหญิงรับใช้จริงๆ
ลุงจางเป็นญาติทางมารดา แม้ลำดับญาติจะเป็นเพียงญาติห่างๆ แต่มีบ้านอยู่ใกล้กันเพียงคนละหมู่บ้าน ลุงจางเป็นเพียงเศรษฐีจางที่กินเงินเก่า ภายนอกเป็นเศรษฐีมั่งคั่งภายในกลวงว่างเปล่า ลูกสาวแต่งเข้าสกุลอื่นไปแล้ว ลูกชายเสเพลผลาญเงินเล่นไปวันๆ แม้เคยเกาะแกะนางอยู่บ้างแต่ไม่เคยล่วงเกิน อาจเพราะว่าอย่างไรก็ยังนับว่าเป็นคนสายเลือดเดียวกันอยู่บ้าง ทำให้นางอยู่รอดปลอดภัย
นางไม่รู้จักใครเป็นพิเศษ ไม่อาจรู้ได้ว่าเกิดเหตุร้ายที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของนางนั้นเป็นมาอย่างไร ไม่อาจสืบเสาะค้นหาความจริงในข้อนั้นได้ ลุงจางฉวนกับป้าสะใภ้เกลี้ยกล่อมให้นางไม่คิดสืบหาถึงเหตุร้ายในคืนนั้น แม้แต่ป้ายวิญญาณของบิดามารดาหรือเรื่องศพก็ไม่ได้ไปจัดการ เพราะนางคือคนที่ตายไปแล้ว
ผ่านมาสี่ปีที่นางอยู่ในฐานะสาวใช้ นางควรลืมไปแล้วว่านางเคยเป็นคุณหนูหลัวเสี้ยวเวย ใช่...นางควรลืมมันไป ถ้า...ถ้านางเลิกฝันร้ายเสียที
นางมักจะฝันถึงช่วงเวลาที่ตนเองถูกจับกดน้ำ ความหวาดกลัว ความเยียบเย็นของกระแสน้ำ หัวใจที่กำลังจะหยุดเต้นและสติที่กำลังจะหลุดลอย ก่อนที่นางจะผวาเฮือกขึ้นมาสูดอากาศอีกครั้ง
หญิงสาวเผลอกัดริมฝีปากตัวเอง หลายคืนที่นอนในรถม้า นางไม่รู้ว่าตัวเองฝันถึงคืนนั้นหรือไม่ แม้มีคนเดินทางร่วมกันหลายสิบชีวิต แต่นางได้ยึดครองนอนในรถม้าเพียงผู้เดียว นางกลัวว่าตนเองเผลอร้องละเมอในสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไป
สี่ปีมันเหมือนยาวนานและแสนสั้นในคราวเดียว
สี่ปีที่ลุงจางฉวนกับป้าสะใภ้ใช้มันเป็นข้ออ้าง ขายนางเป็นอนุให้เพื่อนเศรษฐีของลุงจาง ทั้งคำอ่อนหวานหว่านล้อมจนกลายเป็นขู่บังคับให้นางเป็นอนุ หญิงสาวปฏิเสธเสียงแข็งยืนกรานที่จะไม่ยอมใช้หนี้บุญคุณด้วยการเป็นอนุอย่างเด็ดขาด
“เจ้าอายุขนาดนี้แล้ว ตบแต่งไปเป็นอนุก็ดีมากเพียงใดแล้ว”
“ให้ข้าทำอย่างอื่นมิได้หรือ? ไยต้องขายข้าเป็นอนุ”
“เจ้ามันคนอกตัญญู!”
หลังจากถูกด่าประนามอยู่ครึ่งเดือน ป้าสะใภ้ใช้ไม้อ่อนกับนางบอกเล่าถึงสถานะการเงินที่ย่ำแย่ของครอบครัว
“เจ้ามีฝีมือเรื่องเย็บปักถักร้อย เพื่อนป้าเปิดร้านเสื้อผ้าในเมืองหลวงเวลานี้กลับมาเยี่ยมบ้านเกิดเจ้ากับป้าไปพบนางเสียหน่อย เจ้าเอาตัวอย่างงานของตนไปด้วย เผื่อรับงานเล็กน้อยๆ พอเป็นรายได้”
ครานั้นนางไม่เห็นความเจ้าเล่ห์ของป้าสะใภ้ คิดไปเองว่าคงถอดใจเรื่องขายนางเป็นอนุไปแล้ว นางจึงเก็บตัวอย่างผ้าปักของนางใส่ห่อผ้า ติดตามป้าสะใภ้ไปที่โรงเตี้ยม แม้นึกประหลาดใจที่ไม่ได้ไปบ้านเพื่อนของป้าสะใภ้ แต่ก็ยอมนั่งรอจนกระทั้งเศรษฐีหยงเต๋อพาร่างอ้วนกลมเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม
“ข้ารอเวลานี้มานานแล้ว ไปเถิดเสี้ยวเวย กลับบ้านกับข้า”
“ท่าน!ท่านพูดเรื่องอันใดกัน!”
“ลุงกับป้าสะใภ้ของเจ้าทำสัญญาขายตัวเจ้าให้ข้าแล้ว”
เศรษฐีหยงเต๋อโบกกระดาษสัญญาในมือไปมา นางนิ่งงันไป ถูกหลอกแล้ว? จะทำอย่างไรดี เห็นเศรษฐีหยงเต๋อเข้ามาหมายจะโอบกอด นางหมุนตัวหลบแล้วส่งยิ้มหวาน
“ท่านเศรษฐีอย่าใจร้อน โปรดรอข้าสักประเดี๋ยวเถิด ข้าตื่นเต้นดีใจจนอยากไปห้องน้ำสักครู่”
“เช่นนั้นรีบไปรีบมา ข้าจะรอตรงนี้”
“อืม”
นางพยักหน้ารับด้วยท่าทีเอียงอายอ่อนหวาน กอดห่อผ้าตัวเองแน่น เดินออกมาได้พ้นสายตาคนพวกนั้น นางรีบวิ่งทันที แต่เพราะนางวิ่งได้ไม่เร็วอย่างที่คิดและคนของเศรษฐีหยงเต๋อเฝ้าจับตามองนางอยู่แล้ว เมื่อเห็นว่านางกำลังหลบหนีก็เร่งรีบวิ่งตามนางมาทันที นางเห็นประตูห้องหนึ่งแง้มอยู่จึงรีบเข้ามาหลบซ่อน รอจังหวะหาทางออกจากที่นี่
ทว่ากลับพบบุรุษหนุ่มร่างสูงใหญ่ หน้าตาดุดันแถมปากคอร้ายกาจอีกต่างหาก
“เสี่ยวหงส่งเจ้ามาใช่ไหม” เขาถามและไม่รอคำตอบ “มาทำงานเป็นสาวใช้?”
เพราะรู้ว่าด้านนอกกำลังตามหานางอยู่ ในเวลาขับขันนางไม่อาจคิดหาทางออกอื่น ได้แต่พร่ำขอโทษที่สวมรอยเป็นผู้อื่น พยักหน้ารับสมอ้างเป็นหญิงรับใช้ที่เขาต้องการ ยิ่งเห็นว่าเขาเร่งรีบเดินทาง นางยิ่งรีบติดตามเขาโดยไม่ถามอะไรสักคำ ขอให้ไปพ้นสถานที่แห่งนั้นได้ นางยอมไปตายเอาดาบหน้า