ตอนที่ 6
ตอนที่ 6 เรียนรู้งาน
September 30, 2026
“ต่อไปเจ้าก็เรียนรู้งานในครัวกับป้าอิงอู่แล้วกัน”
“เจ้าค่ะ”
หลัวเสี้ยวเวยรับคำและเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้ว นางจึงหมุนตัวกลับไปเตรียมยกอาหารมาเพิ่มอย่างไม่ต้องรอให้ผู้ใดเอ่ยปากสั่ง
“มาวันแรกทำงานรู้หน้าที่ รู้พูดรู้จาเช่นนี้ค่อยเบาใจหน่อย”
ฮูหยินหยุนผิงเอ่ยขึ้นพลางคีบอาหารส่งให้สามี
“นางเพิ่งมาอย่ารีบด่วนตัดสิน” หยางกั๋วชิ่งพูดพลางคีบอาหารเข้าปากตัวเอง เก็บซ่อนสีหน้าพอใจกับรสชาติอร่อยลิ้น เขาเองไม่กล้าพูดกับป้าอิงอู่เรื่องรสชาติอาหารเช่นกัน ได้แต่แอบหิ้วท้องไปกินของอร่อยนอกบ้านแทน
หยางเหลาหู่แสร้งทำเป็นไม่สนใจสาวใช้คนใหม่ที่เดินเหินคล่องแคล่ว แม้ตัวเล็กไปสักหน่อยแต่ยกอาหารมาได้ไม่ขาดตอน เขารู้ว่าข้าวสารอาหารแห้งมีเต็มมิได้ขาด แต่ไม่คิดว่านางจะทำมากขนาดนี้ ไม่ว่ายกสิ่งใดออกมาล้วนหมดเกลี้ยงจนเหลือเพียงถ้วยชามจานเปล่า
หลัวเสี้ยวเวยเห็นทุกคนกินอาหารเอร็ดอร่อย แม้ไม่เอ่ยชมก็เบาใจ อย่างน้อยนั้นหมายถึงนางได้อยู่ที่นี่ต่อไป การอยู่ในบ้านลุงจางฉวนในฐานะหญิงรับใช้ทำให้นางทำงานบ้านเป็นทุกสิ่งอัน จากเดิมที่เป็นคุณหนูหลัวทำสิ่งใดเพียงเพื่อความสนุกผิวเผิน อาหารการกินช่วยแม่ครัวทำเล่นเป็นเรื่องสนุก นางชอบอ่านเขียน แต่งโคลงกลอนกับบิดา ฝึกเย็บปักถักร้อยกับมารดา ทว่าเมื่ออยู่ในบ้านลุงจางฉวนนางกลับต้องทำหน้าที่หญิงรับใช้เต็มตัว อยู่ไปอยู่มาบ่าวไพร่เริ่มลดลง งานของนางมากขึ้น แต่ลุงกับป้าสะใภ้กลับมีเหตุผลสารพัดที่ให้นางทำงานเหล่านั้นจนมือเรียวที่เคยนุ่มนิ่มหยาบกระด้าง อะไรที่ทำไม่เป็นก็ทำเป็นในคราวนั้น
เอาเถิด ความลำบากที่ได้รับทำให้นางยังคงใช้ชีวิตอยู่ต่อไปได้
“เสร็จงานในครัวแล้วเจ้ามาพบข้าด้วย”
หยางกั๋วชิ่งสั่งไว้ก่อนที่ตนเองจะลุกขึ้นจากโต๊ะอาหาร หญิงสาวได้แต่พยักหน้ารับ นางนึกขึ้นได้รีบถามออกไป
“ไปพบคุณชายรองที่ใดเจ้าคะ” คำถามของนางทำให้หยางกั๋วชิ่งชะงักไป “ข้าเพิ่งมาใหม่ยังไม่รู้”
“ประเดี๋ยวให้คนพาไปก็แล้วกัน”
“เจ้าค่ะ”
นางเพียงก้มหน้ารับคำสั่ง เมื่อเงยหน้าขึ้นสัมผัสได้ว่ามีสายตาดุดันจ้องมองอยู่ หญิงสาวไม่รู้ว่าควรยิ้มหรือไม่ แต่ในฐานะที่คนผู้นี้เป็นคุณชายใหญ่ นางจึงก้มหน้าสำรวมกิริยาเดินกลับมาที่ครัวเพื่อจัดการงานที่เหลือ
“ไม่ต้องกลัวนะ คุณชายรองใจดี”
“อืม” หลัวเสี้ยวเวยได้รับกำลังใจจากผู้อื่นรู้สึกใจชื้นขึ้น เมื่อช่วยคนอื่นจัดการงานในครัวแล้ว และแอบกินมื้อเย็นของตนไปด้วย นางรีบ
ล้างมือเร่งเท้าเดินไปพบคุณชายรอง ตามคำแนะนำของเหล่าบ่าวสูงวัยเหล่านั้น
หญิงสาวอดสังเกตรอบข้างไม่ได้ ป้อมพยัคฆ์ทมิฬแลดูน่าเกรงขามจริง สมแล้วที่เป็นนสำนักคุ้มภัย ความเป็นอยู่ที่นี่ไม่เรียกว่าอัตคัด แต่ไม่รู้ว่าเหตุใดมีบ่าวหญิงมีแต่วัยเลยห้าสิบแล้วทั้งนั้น น่าแปลกที่ไม่มีบ่าวหญิงอายุน้อยทำงานบ้านเลย
ร่างเล็กเดินมาจนใกล้ถึงเรือนของคุณชายรอง เป็นจังหวะเดียวกับชายหนุ่มร่างบางคนหนึ่ง ประคองถาดน้ำชาเข้ามาเกือบจะพร้อมกับนาง ชายผู้นั้นเงยหน้าขึ้นจ้องนางเขม็ง ดวงตาเศร้าคู่นั้นมีแววตกใจอยู่ไม่น้อย
“ข้าชื่อเสี้ยวเวยเป็นหญิงรับใช้คนใหม่ คุณชายรองเรียกให้มาพบ”
อาลี่สูดลมหายใจลึกตามด้วยการพยักหน้ารับ ส่งเสียงแหบแห้งรายงานก่อนผลักบานประตูเข้าไป ชายหนุ่มกำลังอ่านเอกสารตรงหน้า มีลูกคิดวางอยู่ใกล้มือ
“คุณชายรอง” หลัวเสี้ยวเวยเอ่ยอย่างเจียมตัว ชายผู้นี้ดูสุขุมและเปี่ยมความรู้เป็นคุณชายฝ่ายบุ๋นมากกว่าคุณชายใหญ่ที่นางพบ
“เจ้าชื่ออะไร” เขาเอ่ยถามไม่มองหน้า อาลี่วางถาดน้ำชาแล้วรินน้ำชาให้หยางกั๋วชิ่ง จึงเดินมาฝนหมึกให้โดยไม่ต้องรออีกฝ่ายสั่ง
“เสี้ยวเวยเจ้าค่ะ”
“แซ่?”
“ข้าไม่มีแซ่” นางตอบได้แต่พร่ำขอโทษบรรพชนที่ไม่อาจเอ่ยแซ่ของตัวเองออกไป เพื่อความปลอดภัยและลมหายใจของนางเอง “ข้าเป็นเด็กกำพร้า”
อาลี่ชะงักมือไปเล็กน้อย ลอบเงยหน้ามองหญิงสาว เพียงแวบเดียวที่สายตาประสานกัน เขากลับหลุบตาลงตั้งใจฝนหมึกให้คุณชายรอง