ตอนที่ 7
ตอนที่ 7 เจ้าเป็นอะไรกัน
September 30, 2026
ระหว่างการเดินทางในคืนหนึ่ง เขาตรวจดูความเรียบร้อยของขบวนเดินทางและเดินผ่านรถม้าที่นางนอน ได้ยินเสียงแปลกๆ จึงโผล่หน้าเข้าไปดู คราวแรกเขาคิดว่านี่อาจเป็นแผนหนึ่งของนางเรียกร้องความสนใจจากเขา ทว่าร่างที่ดิ้นทุรนทุรายไม่ได้สติอยู่นั้น ทำให้เขาตระหนกตกใจไม่น้อย
“นี่”
เขาพยายามเรียกนางให้ตื่น แล้วตัวเองต้องเป็นฝ่ายตกใจที่เห็นร่างเล็กผวาขึ้นจากที่นอน ดวงตาเบิกโต ริมฝีปากอ้าเรียกลมหายใจ มือเรียวเล็กกุมลำคอของตัวเอง อึดอัดเหมือนคนหายใจไม่ออกอยู่ครู่หนึ่งจึงได้อากาศเข้าปอด แล้วร่างของนางก็ร่วงผล็อยลงไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“นี่!เจ้าเป็นอะไรกัน!”
เขาสบถแล้วโน้มหน้าลงไปใกล้แต่นางไม่รู้สึกตัว ทว่าไม่ได้จมอยู่กับฝันร้ายแล้ว เขาจึงล่าถอยออกมาครุ่นคิดถึงสิ่งที่นางเป็น เขามิใช่บุรุษที่ดีนัก แต่เชื่อใจว่าผู้หญิงที่เสี่ยวหงส่งมานั้นมิได้ถูกขู่บังคับมา ทุกนางล้วนเต็มใจทำในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ นั้นคือความสบายใจหนึ่งที่เขาได้รับ เขาไม่ได้ปลุกหรือเรียกนางอีก ปล่อยให้นางหลับต่อไป เช้าวันรุ่งขึ้นนางเป็นปกติ ยามสบตากันก็ทำเช่นนายกับบ่าว ด้วยความสงสัยพอตกดึกเขาลอบอยู่ใกล้รถม้าที่นางพักผ่อน กลางดึก นางเป็นเช่นนั้นอีก เขาไม่ได้ปลุกนางแต่ปล่อยให้นางผวาลุกขึ้นนั่งแล้วร่วงผล็อยลงไป ตลอดสิบคืนที่ผ่านมา เขาแอบลอบเข้ามาดูนาง ทำให้รู้ว่านางไม่ได้นอนละเมอทุกคืน แต่ละครั้งนั้น...ช่างน่าสงสารจับใจ กระนั้นเขามิได้ปล่อยใจไปกับความน่าเวทนานี้ ยังคงวางกำแพงตั้งระวังนางไว้อย่างดียิ่ง
ทุกเช้าหยางเหลาหู่จะคุมชายฉกรรจ์ฝึกซ้อมวรยุทธ ไม่ว่าจะมีงานหรือไม่ คนของเขาต้องแข็งแกร่งและเตรียมพร้อมเสมอ หยางกั๋วชิ่งมักเรียกใช้คนในป้อมไปทำงานของตนได้แทบตลอดเวลา ขณะที่หยางเหลาหู่เดินกลับมาจากลานฝึก หยางกั๋วชิ่งก็เดินตรงเข้ามาโดยมีอาลี่เดินตามอยู่ด้านหลังดุจเงาตามตัว ดวงตาคมของหยางเหลาหู่หรี่มองน้องชาย
ที่อายุห่างกันเพียงสองปีแล้วโคลงศีรษะไปมา
“เจ้าหาเรื่องแกล้งอาลี่อีกแล้ว” หยางเหลาหู่เปิดปากชิงตำหนิน้องชายก่อน
“พี่ใหญ่ใส่ความข้า” หยางกั๋วชิ่งแสร้งทำเป็นตัดพ้อ
“อาลี่ผิวบางโดนแดดนิดเดียวก็แดงเป็นรอยไหม้ แล้วไยเจ้าลากเขาติดตามมาที่ลานฝึกซ้อมเช่นนี้”
หยางเหลาหู่ติดขี้สงสารไปสักหน่อย อาลี่เป็นเด็กที่เขาหิ้วคอเสื้อเหวี่ยงขึ้นรถม้ากลับมาป้อมพยัคฆ์ทมิฬ รอยแผลเป็นอันน่าเวทนาแล้วยังท่าทีขลาดกลัวนั้น ไม่ว่าอย่างไรก็แก้ไม่หายเสียที
“เก็บตัวอยู่แต่ในบ้านยิ่งไม่สบายตัว” หยางกั๋วชิ่งไหวไหล่อย่างไม่สนใจคำตำหนิของพี่ชาย
“ขะ...ข้า เต็มใจ” อาลี่เอ่ยปากส่งเสียงไกล่เกลี่ย
อาลี่รู้ดีว่าหยางเหลาหู่แม้มีรูปร่างสูงใหญ่หน้าตาดุดัน แต่ความจริงเป็นคนใจอ่อนขี้สงสาร พบเจอแมวหมาบาดเจ็บหรืออดยากก็หิ้วคอกลับมาป้อมพยัคฆ์ทมิฬให้เขาดูแลทุกครั้งไป เหมือนที่หิ้วคอเสื้อเขาขึ้นมาจากโคลนตมในวันนั้น
“ข้ามิเคยเห็นเจ้าไม่เต็มใจสักครั้ง” หยางเหลาหู่ย่นจมูก “มาถึงนี้มีอะไรรึ”
“เข้าเรื่องได้เสียที” หยางกั๋วชิงพยักหน้าหงึกหงัก “ข้าอยากได้แรงคนไปช่วยขุดลอกทางน้ำทางทิศเหนือ”
“หือ?”
“ข้าวางแผนขยายพื้นที่เพาะปลูกทางทิศเหนือ อีกไม่นานฝนจะมาแล้ว ข้าอยากสำรองน้ำไว้ใช้ยามแล้งด้วย”
หยางเหลาหู่จ้องมองสีหน้าจริงจังของน้องชาย เขาสูดลมหายใจลึกก่อนเอ่ยออกมา
“ได้! ข้าจะไปคุมงานให้เอง”
“อย่างไรข้าก็ต้องไปด้วย” น้องชายคลี่กระดาษที่ร่างแผนการเพาะปลูกไว้ให้พี่ชายดู นอกจากพื้นที่เพาะปลูกยังมีพื้นที่สำหรับเลี้ยงสัตว์และอีกหลายอย่างที่ทำให้คนเป็นพี่ต้องขมวดคิ้ว
“มากถึงเพียงนี้”
“ท่านเดินทางกลับมาช้า ข้าเลยเพิ่มนั้นเพิ่มนี้เข้าไปอีก”
หยางกั๋วชิ่งไหวไหล่อย่างเคยชิน เรื่องเหล่านี้เขาเคยปรึกษาพี่ใหญ่มาก่อนแล้ว มั่นใจว่าพี่ชายไม่คัดค้านอะไร เขาจึงเพิ่มรายการสิ่งที่ควรทำเข้าไปอีกหลายรายการ อย่างไรก็มีคนมีแรงงานให้ใช้อยู่แล้ว จะเป็นอะไรไปเล่า
“ข้าเดินทางตามกำหนดเวลาไม่เคยล่าช้า” หยางเหลาหู่โคลงศีรษะแล้วมองไปทางอาลี่ “อยู่ด้วยกันเจ้ามิห้ามปรามกั๋วชิ่งบ้าง”