ตอนที่ 9
ตอนที่ 9 แม่นมเติ้งที่แปลกประหลาด
September 29, 2026
ลั่วชิงยวนสังเกตเห็นรัศมีความอัปมงคลระหว่างคิ้วเข้มขึ้นเรื่อย ๆ โหนกแก้มมีสีเขียวคล้ำ นางขมวดคิ้วแน่นและอดไม่ได้ที่จะเตือนอีกครั้ง “ท่านอ๋อง หากยังฟังความข้างเดียวแล้วเชื่อ ท่านคงไม่มีทางรอด! ข้าแนะนำว่าในสองวันนี้อย่าออกจากจวนเด็ดขาด มิเช่นนั้นจะต้องพบเจอเคราะห์ร้ายเป็นแน่!”
อย่างไรก็ตาม ฟู่เฉินหวนกลับไม่ใส่ใจคำพูดของนางแม้แต่น้อย ตอบกลับอย่างข่มขู่ “หากเจ้ายังพูดคำหลอกลวงในจวนอีก หรือว่าร้ายถึงเยว่อิ๋งแม้เพียงครึ่งคำ ข้าจะตัดลิ้นเจ้าทิ้งเสีย!”
ลั่วชิงยวนหัวเราะเยาะเบา ๆ นางอุตส่าห์หวังดีเตือน แต่ในสายตาของฟู่เฉินหวนกลับมองว่าเป็นการใส่ร้ายลั่วเยว่อิ๋ง
ไม่รู้จักดีชั่วก็ช่างเถิด ความเป็นความตายของเขาไม่เกี่ยวข้องกับนาง!
หากเขาตาย นางจะได้ไม่ต้องลำบากใจขอหนังสือหย่า!
นางก็ขี้เกียจพูดกับเขาเยอะ จึงเดินกลับห้องไปโดยไม่พูดอะไรอีก
ด้วยฐานะคุณหนูใหญ่ของจวนเสนาบดี ฟู่เฉินหวนไม่มีทางฆ่านางแน่นอน แต่ก็ไม่คิดจะให้นางใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย
นางเพียงอยากดูว่า ฟู่เฉินหวนจะผ่านเคราะห์ครั้งนี้ไปได้หรือไม่ ถึงอย่างไรเขามีโชคชะตาอันยิ่งใหญ่ ไม่แน่อาจรอดจากเคราะห์ครั้งนี้ก็ได้
หากเขารอดไปได้ นางคงต้องเตรียมแผนการอื่นต่อไป
เมื่อกลับถึงห้อง นางจัดการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนทั้งหมดด้วยตนเอง เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยก็ถึงยามจื่อพอดี
นางนั่งขัดสมาธิพิงกำแพง เริ่มปรับลมหายใจตามวิชากำลังภายในที่เคยร่ำเรียนมา ร่างกายอ้วนนี้หนักเกินไป อยากฝึกศิลปะการต่อสู้ แต่ต้องเปิดเส้นลมปราณก่อน ทุกคืนต้องนั่งสมาธิฝึกฝนกำลังภายในถึงจะมีส่วนช่วยในการฝึกศิลปะการต่อสู้
แต่ทว่าไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ทั้งที่ปกตินางสามารถนั่งสมาธิจนถึงเช้าได้สบาย ๆ แต่ครั้งนี้นั่งเพียงสองชั่วยาม ก็ไม่รู้ตัวว่าผล็อยหลับไปตอนไหน ร่างกายล้มลงไปบนเตียง
ในความฝันของนางเห็นใบหน้าหนึ่งที่พร่ามัว ถามอย่างเกรี้ยวกราด “ส่งเข็มทิศชะตาชีวิตมาให้ข้า!”
“ข้าไม่ให้!” นางกุมสิ่งหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในอกแน่น
ใบหน้าพร่ามัวนั้นพลันเปลี่ยนเป็นวิญญาณที่น่าสะพรึงกลัว ยื่นกรงเล็บแหลมคมมาจะฉีกท้องของนางออกเป็นชิ้น ๆ “ข้าจะฉีกเจ้า แล้วควักเข็มทิศชะตาชีวิตออกมาเอง!”
แม้นางไม่รู้สึกเจ็บปวด แต่กลับถูกความหวาดกลัวครอบงำ และทนทุกข์อยู่ในฝันร้ายตลอดทั้งคืนไม่อาจตื่นขึ้นมาได้
“ของข้า! เข็มทิศเป็นของข้า! ของข้า!” ลั่วชิงยวนที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ พูดจาพึมพำไม่ชัดเจน มือทั้งสองข้างกุมหน้าอกแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
---
เช้าตรู่ ร่างสูงเย็นชาเข้ามาในห้องตำรา
“ท่านอ๋อง” เซียวซูรีบก้าวขึ้นมาและนำหมั่นโถวที่สกปรกและห่อยาส่งให้เขา
“นี่คือหมั่นโถวที่พบในห้องพระชายา และยาที่ยังใช้ไม่หมดเจอในห้องของเมิ่งจิ๋นอวี่ เป็นยาจี๋เล่อขอรับ’ ยานี้ฤทธิ์แรงมาก มีผลต่อเนื่องสี่ชั่วยาม ทำให้ผู้ใช้หลงอยู่ในภาพลวงตาแยกแยะอะไรไม่ได้ขอรับ”
เมื่อได้ฟังแล้ว แววตาเย็นชาทันที “ยาที่โหดร้ายเช่นนี้ เป็นเมิ่งจิ๋นอวี่ที่ใช้ยานี้จริงหรือ? ยานี้เกี่ยวข้องกับฟู่อวิ๋นโจวหรือเปล่า?”
เซียวซูส่ายหัว “แม้ในวันแต่งงานพระชายาจะใช้ธูปกระตุ้นกำหนัดที่มาจากองค์ชายห้า แต่ข้าน้อยได้ลอบตรวจสอบห้องขององค์ชายห้าแล้ว ไม่พบร่องรอยของยาจี๋เล่อขอรับ”
“อีกทั้ง...ข้าน้อยคาดว่า หากองค์ชายห้ามียาจี๋เล่อ ครั้งนั้นคงไม่ให้ธูปกระตุ้นกำหนัดกับพระชายาแล้วขอรับ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฟู่เฉินหวนครุ่นคิดลึกซึ้ง ก่อนจะกล่าวเบา ๆ “นำยาจี๋เล่อนี้ไปมอบให้ฟู่อวิ๋นโจว ดูว่าเขาจะตอบสนองอย่างไร”
“น้องห้าคนนี้ของข้า ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เห็น เขาจับตาดูข้าทุกฝีก้าว”
เซียวซูรับคำสั่งและกำลังจะจากไป แต่ก็พลันนึกขึ้นได้ “เมื่อครู่ในห้องพระชายา ข้าน้อยเห็นนางเหมือนฝันร้ายอยู่และเอาแต่พูดว่าเข็มทิศอะไรสักอย่างขอรับ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฟู่เฉินหวนหัวเราะเยาะเบา ๆ “คงเพราะทำเรื่องเลวไว้มากจึงฝันร้ายสิท่า”