ตอนที่ 8
ตอนที่ 8 ตัวข้าไม่มีสิ่งใด จะค้นก็เชิญ!
September 29, 2026
แม้ลั่วชิงยวนจะถูกคนเหล่านั้นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก แต่กลับไม่แสดงสีหน้าเลย นางเดินไปหาเหล่าคนรับใช้ที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า และถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “พวกเจ้าพูดว่าข้าเป็นคนสั่งให้พวกเจ้ามาที่นี่อย่างนั้นหรือ?”
“เช่นนั้นพวกเจ้าพูดมาสิ? ข้าให้พวกเจ้ามาที่นี่เมื่อไหร่ เวลาใด? และสั่งให้พวกเจ้าเข้ามาในห้องตอนเวลาใด?”
“อีกอย่างนี่คือห้องของพระชายา พวกเจ้ากล้าตอบรับมาที่นี่ได้อย่างไร? ข้าเสนออะไรให้พวกเจ้า? พวกเจ้าถึงกล้าทำเรื่องเสี่ยงตายเช่นนี้?”
คำถามสามสี่คำถามของนางทำให้เหล่าคนรับใช้ที่คุกเข่าอยู่หน้าเปลี่ยนสี พวกเขาต่างเหลือบมองเมิ่งจิ๋นอวี่ เห็นได้ชัดว่าขอความช่วยเหลือจากเมิ่งจิ๋นอวี่ว่าควรตอบคำถามเหล่านี้อย่างไร
ฟู่เฉินหวนหรี่ตาลงเล็กน้อย สายตานิ่งขรึมมองดูเหตุการณ์ตรงหน้า
และหันไปมองลั่วชิงยวนอีกครั้ง ในสถานการณ์ที่มีแต่คนกล่าวโทษ นางกลับยังสงบนิ่งและตอบโต้ได้อย่างชัดเจนมีเหตุผล ดูเหมือนลั่วชิงยวนจะมีความฉลาดอยู่บ้าง
“พูดสิ? ข้าสั่งพวกเจ้ามามิใช่หรือ? ข้าพูดอะไรกับพวกเจ้าบ้าง บอกไม่ได้หรือ?” ลั่วชิงยวนเย้ยหยัน
เมิ่งจิ๋นอวี่เมื่อเห็นสถานการณ์คับขัน แผนการของพวกนางเปลี่ยนไปแล้ว คำถามเหล่านี้ไม่ได้ตกลงกันเอาไว้
นางคิดอะไรได้ จึงรีบพูดขึ้นมา “ยา! นางต้องวางยาข้าแน่ ๆ! ท่านอ๋อง นางเคยทำแบบนี้กับท่านมาก่อน นางทำเรื่องแบบนี้จนเป็นนิสัยแล้วเพคะ!”
สายตาของฟู่เฉินหวนเย็นชาขึ้นทันที
ลั่วชิงยวนราวกับรู้ว่าเขากำลังจะพูดอะไร นางจึงรีบแย้งกลับอย่างรวดเร็ว “ท่านอ๋อง หากคืนวันแต่งงานข้าวางยาท่าน ท่านจะมีสติขึ้นมาได้หรือ?”
“อีกอย่าง ธูปที่ข้าเอามาใช้หมดไปตั้งแต่คืนนั้นแล้ว ข้าที่มาแต่ตัว จะไปหายาแบบนี้จากที่ใดได้?”
ในคืนนั้นลั่วชิงยวนใช้เพียงธูปกระตุ้นกำหนัด ซึ่งฤทธิ์อ่อนกว่ายาจี๋เล่อมาก ดูจากที่เมิ่งจิ๋นอวี่ในคืนนี้แม้จะถูกโยนออกมาจากเรือนก็ยังไม่ได้สติและหลุดอยู่ในโลกแห่งภาพลวงตา แสดงให้เห็นว่ายานี้รุนแรงเพียงใด
หากในคืนวันแต่งงานลั่วชิงยวนใช้ยาจี๋เล่อจริง ๆ เกรงว่าลั่วชิงยวนคงจะรวบรัดฟู่เฉินหวนได้นานแล้ว
เมิ่งจิ๋นอวี่ที่เริ่มร้อนรนจึงรบเร้าไม่หยุด “ท่านอ๋อง คำพูดของนางหมายความว่านางรู้จักยานี้! นางรู้จักดี! ต้องเป็นนางแน่ ๆ ที่ทำเรื่องนี้เพคะ!”
ลั่วชิงยวนเพียงมองเมิ่งจิ๋นอวี่ด้วยความเย็นชา ก่อนพูดอย่างใจเย็น “จวนอ๋องนี้ไม่เล็ก แต่ก็ไม่ใหญ่มากนัก ลองค้นให้ทั่วดูสิว่าผู้ใดมีตัวยานี้บ้าง? ข้าที่แต่งงานแทนเข้ามาก็มาแต่ตัว จะค้นตัวข้าก็เชิญ!”
เมิ่งจิ๋นอวี่สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหลุบตาลงด้วยความกระวนกระวาย ยาจี๋เล่อยังใช้ไม่หมด ยังมีอีกครึ่งหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้เตียงของนาง หากมีการค้นหา ความลับของนางคงจะถูกเปิดเผยทั้งหมด
ลั่วเยว่อิ๋งก็ตกใจไม่ต่างกัน ลั่วชิงยวนคนขี้ขลาดนี้รู้จักพูดเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน?
ก่อนหน้านี้ แค่ถูกคนรุมล้อมวิพากษ์วิจารณ์ก็รับไม่ได้จนต้องรีบกลับเข้าห้องไปหลบซ่อนตัวแล้ว แต่วันนี้นางกลับโต้ตอบเมิ่งจิ๋นอวี่ ประเด็นสำคัญคือนางพูดได้อย่างชัดเจนมีเหตุผล และไม่โวยวายอีกด้วย
นางมองไปที่ฟู่เฉินหวนด้วยความลังเล เมื่อเห็นเขายังไม่สั่งการใด ๆ คงจะฟังคำพูดของลั่วชิงยวนแล้ว เช่นนั้นจะทำอย่างไรดี!
ลั่วชิงยวนเลิกคิ้วขึ้นมองฟู่เฉินหวน จงใจพูดเชิงยั่วยุ “ท่านอ๋องผู้เฉลียวฉลาดคงไม่ยอมให้ผู้บริสุทธิ์ถูกใส่ร้ายใช่หรือไม่?”
ดวงตาของฟู่เฉินหวนเย็นชาขึ้นเล็กน้อยพร้อมขมวดเล็กน้อย เขาต้องมองออกอย่างแน่นอนว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
“ใครก็ได้ จับตัวเมิ่งจิ๋นอวี๋ไว้”
เมื่อได้ยินคำสั่งของฟู่เฉินหวน ลั่วเยว่อิ๋งใจเต้นแรงรู้ทันทีว่าแผนการของตนล้มเหลว นางรีบพูดขัดจังหวะทันที “ท่านอ๋อง...แม่นางจิ่นถูกกระทำถึงเพียงนี้ก็ถือว่าเลวร้ายมากแล้ว สำหรับสตรีเรื่องนี้นับเป็นความอัปยศครั้งใหญ่ ขอท่านอ๋องโปรดเมตตา ไว้ชีวิตนางได้หรือไม่เพคะ?”
หลังจากฟังจบ ฟู่เฉินหวนลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายเขาก็เลือกไว้ชีวิตเมิ่งจิ๋นอวี่ “นำตัวเมิ่งจิ๋นอวี่ไปขังไว้ในเรือนหลังก่อน”
สายตาเย็นชาของเขามองกลับไปยังเหล่าคนรับใช้ที่คุกเข่าอยู่ และออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ส่วนพวกนี้ ฆ่าทิ้ง”