ตอนที่ 2
ตอนที่ 2 ใครต้องการพี่ชายขยะแบบนี้
September 29, 2026
ซีโมนไม่แคร์พ่อแม่และพี่ชายที่ลำเอียงของเธอ เธอปฏิบัติกับพวกเขาเหมือนว่าพวกเขาไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับเธอ
ตอนที่เธอยังเด็ก แอรอนทำให้เธอหายไปและพวกค้ามนุษย์จงใจขายเธอไปเป็นเจ้าสาวเด็กบนภูเขา ต้องขอบคุณอาจารย์ของเธอที่ช่วยเธอไว้และรับเลี้ยงเธอทำให้ชีวิตของเธอไม่ทุกข์ทนอย่างที่อาจจะเป็น
คำพูดของเธอทำให้พวกเกรย์หน้าเปลี่ยนสี พวกเขาคิดไม่ถึงว่าเธอจะตัดสินใจตัดความสัมพันธ์และไปจากพวกเขา
โจดี้ซึ่งนั่งซบซัลมาอยู่เหลือบมองซีโมนด้วยสีหน้าที่ซ่อนเร้น เธอมองอีกฝ่ายขณะที่แสดงสีหน้าเสียใจและรู้สึกผิด “ไม่ คนที่ควรไปคือฉัน ฉันเสียใจ ฉันไม่ได้มีเจตนาจะแย่งโอกาสของเธอ ฉันแค่ชอบรายการวาไรตี้รายการนั้น ไทตัสก็เลยไปคุยกับเธอ ฉันไม่อยากไปรายการนั้นแล้วล่ะ เธออย่าไม่ข่นเคืองใจไปเลยนะ ฉันไม่อยากทำให้เธอโกรธและเป็นกังวล”
ภายนอกเธอมีท่าทีรู้สึกผิดแต่แท้จริงแล้วมันเป็นการถอยตามกลยุทธ์ ด้วยวิธีนี้เธอสามารถพาตัวเองออกจากข้อกล่าวหาว่าจงใจแย่งงานซีโมนและยังเป็นการแสดงความเห็นใจและใจกว้างของเธอเป็นการบังหน้า เธอเล่นละครต่อหน้าพวกเกรย์ และชี้เป็นนัยอีกด้วยว่าซีโมนกำลังขู่ที่จะตัดความสัมพันธ์และไปจากตระกูลเกรย์
เป็นไปตามที่คาด สีหน้าของสมาชิกในครอบครัวเปลี่ยนเป็นขุ่นเคือง
ซีโมนมองโจดี้และโต้กลับแบบไม่ยั้ง “อย่าพยายามทำเป็นใสชื่อน่าสงสารด้วยสีหน้าแบบนั้นต่อหน้าฉันเลย ฉันไม่หลงกลหรอก” เธอพูดสิ่งที่อยู่ในใจโดยไม่ระงับยับยั้งอีกต่อไปหลังจากตัดใจจากความรักของครอบครัวไปแล้วจนหมดสิ้น “เธอพูดว่าเธออยากจะไป พูดแบบนั้นมาตลอดทั้งปีแต่เธอก็ยังอยู่ที่นี่ ฉันเบื่อการแสดงและกลยุทธ์แสร้งถอยของเธอมานานแล้ว มีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะเชื่อ” เธอจงใจแฉความจริง “แน่นอน เธอไม่ของานฉันตรงๆ หรอก แค่เธอเอ่ยปากลิ่วล้อพวกนี้ก็จะนำทุกอย่างที่เธอต้องการใส่พานมาถวายให้ เธอไม่จำเป็นต้องเสแสร้งกับพวกเขาหรอก ฉันไม่แคร์ความคิดของคุณสองคนอีกแล้วนับตั้งแต่ฉันเลิกใส่ใจว่าพวกคุณคิดยังไง”
คำพูดพวกนี้ทำให้พวกเกรย์มีสีหน้าบึ้งตึง
โจดี้มีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เธอข่มความโกรธไว้ในใจและกอดซัลมาอย่างเป็นทุกข์ “ฉันเปล่านะ อย่าพูดแบบนั้นกับครอบครัวของเรา”
ในใจของเธอ เธอสงสัยว่าซีโมนบ้าไปแล้วหรือไงที่เผชิญหน้าพุ่งชนและพูดแรงขนาดนี้ แม้ว่าคำตำหนิของซีโมนทำให้เธอรู้สึกขุ่นเคืองแต่การที่ซีโมนก่อเรื่องราวใหญ่โตวันนี้ มีแต่จะทำให้ทุกคนไม่พอใจฝ่ายหลัง ดังนั้นเธอจึงอดกลั้นต่อการเหน็บแนมของซีโมน
อย่างที่คาด ซัลมาเดือดดาล “เธอว่าไงนะ ทำไมไร้มารยาทแบบนี้”
ซีโมนยักไหล่ “ฉันเกิดมามีพ่อแม่ แต่พ่อแม่ไม่ได้สั่งสอน มารยาทของฉันหายไปนานแล้ว”
คนในครอบครัวต่างตะลึงพูดไม่ออก ซัลมามองซีโมนด้วยความผิดหวัง “เธอยังจะโทษพวกเราอีกหรือ ดูเหมือนเราคิดผิดที่พาเธอกลับมาบ้าน ปีที่ผ่านมาเราชดเชยให้เธอมามากแล้วเธอยังจะต้องการอะไรอีก ทำไมเธอยังต้องแข่งกับโจด้วย เธอจะดีกับน้องสาวหน่อยไม่ได้เลยรึไง” เธอเน้น “แม้เธอจะเป็นลูกสาวแท้ๆ แต่โจก็อยู่กับเราแทนเธอมาตลอดหลายปี ในหัวใจของเรา โจเป็นส่วนสำคัญของตระกูลเกรย์ โจก็เป็นลูกสาวของฉัน”
ซีโมนเคยพบว่าคำที่เหล่านี้ทิ่มแทงหัวใจให้เจ็บปวด แต่ตอนนี้เธอไม่แคร์อีกแล้ว “ฉันจะแข่งไปเพื่ออะไร นับตั้งแต่กลับมาอยู่ครอบครัวคุณสองคนเอาแต่เกาะฉันแจ ทุกอย่างที่ฉันทำถูกมองเป็นการเรียบร้องความรักและไขว่คว้าในสิ่งที่ไม่ใช่ของตัวเอง ถ้าพวกคุณหวาดระแวงขนาดนั้นไปบำบัดซะเถอะ ฉันจะไม่เล่นด้วยอีกแล้ว”
เธอหยิบบัตรเครดิตจากกระเป๋าโยนลงไปบนโต๊ะต่อหน้าพวกเขา “นี่เป็นค่าชดเชยที่พวกคุณให้ฉันและฉันไม่ได้ใช้มันแม้แต่สลึงเดียว” ในบัตรมีเงินแสนห้า นั่นแทบจะเทียบไม่ได้กับค่าใช้จ่ายรายเดือนของโจดี้ด้วยซ้ำ แต่นั่นคือเงินชดเชยให้กับซีโมนสำหรับหลายปีที่ผ่านมา “ฉันจะไม่เอาอะไรที่แม่บ้านซื้อให้ไปด้วย แต่อะไรที่ใช้ไปแล้วจะจ่ายคืนให้เป็นเงินสด”
จากนั้นเธอวางกระดาษที่เขียนอะไรบางอย่างลงที่โต๊ะ “ในเวลาปีกว่าที่ฉันอยู่ที่นี่ ฉันใช้เงินไปไม่ถึงหมื่นห้ารวมถึงค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน นี่คือรายการทั้งหมด ฉันโอนเงินหมื่นห้าเข้าไปในบัตรนี้แล้ว นับจากนี้ไปเราไม่ติดค้างอะไรกันอีก”
อะไรที่ใช้เงินแก้ปัญหาได้ย่อมไม่ใช่ปัญหา ดังนั้นในฝั่งของเธอ เธอไม่มีอะไรติดค้างกับพวกเกรย์ แต่สิ่งที่พวกเขาติดค้างเธอจะยังคงแจ่มชัดตลอดไป
การกระทำของซีโมนทำให้คนตระกูลเกรย์ทั้งหมดรู้สึกว่าเธอจริงจัง ทำให้พวกเขาเกิดรู้สึกอับอาย ซัลมารับไม่ได้ที่ลูกสาวของตนที่เชื่อฟังมาตลอดจะทำในสิ่งที่กระด้างกระเดื่องและไร้ความเคารพเช่นนี้