ตอนที่ 3
ตอนที่ 3 เธอทนมาพอแล้ว
September 29, 2026
คำพูดของซีโมนทำให้แอรอนไม่รู้จะตอบโต้ยังไงไปชั่วขณะ แม้ว่าเขาจะไม่เจตนาจะทำเธอหายไปแต่เขาก็เป็นต้นเหตุให้น้องสาวหายไปนานหลายปี และทำให้เธอหมดโอกาสใช้ชีวิตเป็นคุณหนูที่ร่ำรวย
เธอพูดต่อ “ขอย้ำอีกที ฉันไม่แคร์พวกคุณอีกต่อไปแล้ว ฉันไม่มีความสนใจที่จะแย่งชิงอะไรกับโจดี้”
ไทตัสหน้าบึ้ง “ลองคิดใหม่อีกที ถ้าเธอตัดสัมพันธ์กับเราก็อย่าหวังจะได้งานอะไรจากบริษัท”
พี่คนโต รูเบน เกรย์เสริมขึ้น “เราอาจบอยคอตต์เธอด้วยก็ได้”
พวกเขาหวังว่าการพูดเช่นนี้จะทำให้ซีโมนทบทวนใหม่เพื่อเห็นแก่อนาคตของเธอ พวกเขาต้องการให้เธอรู้ข้อจำกัดและจุดอ่อนของตัวเอง
ทว่าเธอกลับระเบิดหัวเราะลั่น “พูดอย่างกับว่าพวกคุณให้งานอะไรฉันมากมายเหลือเกินในหนึ่งปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ฉันเข้ามาร่วมงานกับเกรย์เอนเตอร์เทนเมนต์งานที่ฉันได้รับไม่แม้แต่จะใกล้เคียงกับฉันที่เคยได้จากบริษัทเล็กๆ ที่หาประโยชน์จากฉันด้วยซ้ำ งานไม่เพียงแต่น้อยและไร้ค่า แต่ฉันยังถูกโจมตีในโลกออนไลน์โดยที่พวกคุณไม่เรียกใช้พีอาร์ด้วยซ้ำ พวกคุณยังแย่งงานที่ฉันหามาได้ด้วยตัวเองไปให้โจดี้ พวกคุณยังจะกล้ามาขู่ฉันด้วยวิธีนี้อีกเหรอ ฉันเคยเห็นคนหน้าไม่อายมามาก แต่ไม่มีใครร้ายกาจเท่าพวกคุณ”
ภายใต้สีหน้าเกรี้ยวกราดของทุกคนเธอพูดต่อไป “โชคดีที่เมื่อฉันมาร่วมงานกับบริษัทฉันไม่ได้เซ็นสัญญาอะไร ดังนั้นฉันก็ไม่ต้องยกเลิกสัญญา”
ในตอนนั้นรูเบนและไทตัสรับรองกับเธอว่าพวกเขาเป็นครอบครัวเดียวกัน ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องเซ็นสัญญาเพราะพวกเขาจะไม่ทำให้เธอเสียหาย เนื่องจากเธอไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรเมื่อเธอกลับมาอยู่กับตระกูลเกรย์เธอจึงยอมตกลงโดยคิดว่าเป็นการฉลาดที่จะเก็บไว้เป็นเครื่องต่อรอง และเป็นดังคาด เธอไม่ได้คิดผิดที่เปิดทางเลือกไว้
ไม่อย่างนั้นถ้าเธออยากจะยุติสัญญาธอคงต้องเสียค่าปรับมากมาย ถ้าเธอไม่มีเงินมากพอเธอคงถูกพวกเขาแบล็กลิสต์ถ้าเธอไม่ให้ความร่วมมือ
“นับจากวันนี้เป็นต้นไปฉันจะไม่ทำงานให้กับพวกคุณอีก คุณอยากจะทำอะไรก็ทำ อยากประกาศตัวตนของฉันต่อสาธารณะก็เชิญ ฉันจะได้ไม่ต้องประกาศเอง ลาก่อนตลอดกาล” เธอหันหลังกลับอีกครั้ง ครั้งนี้เดินฉับๆ จากไปพร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้า เมื่อออกมาข้างนอกเธอกดปุ่มหยุดการบันทึกในโทรศัพท์ของเธอ
เมื่อเห็นว่าซีโมนแน่วแน่ที่จะไปจริงๆ พวกเกรย์รู้สึกไม่พอใจผสมกับโกรธเคือง ซัลมาพูดขึ้นอย่างเดือดดาล “หล่อนไปจริงๆ ด้วย ช่างโอหังซะจริง”
ไทตัสพูดด้วยสีหน้าน่าเกลียด “ในเมื่อเธอหัวแข็งนัก ผมจะให้เธอได้รู้ว่าเมื่อเธอไปจากเรา เธอจะไม่มีอะไรเลย” เขารู้สึกว่าการขัดขืนของซีโมนอย่างปัจจุบันทันด่วนนี้พุ่งเป้ามาที่เขาเพราะเขาเป็นคนที่ขอให้เธอสละตำแหน่งให้กับโจดี้ ซึ่งนั่นทำให้เธอโกรธ จากนั้นเขาหันไปหารูเบนและพูดว่า “เบน ติดต่อบริษัทวงการบันเทิงอื่นๆ บอกพวกเขาว่าอย่าเซ็นสัญญากับซีโมน”
รูเบนพยักหน้า “ได้เลย”
เมื่อเผชิญหน้ากับน้องสาวที่เคยนอบน้อมที่จู่ๆ ก็ทำตัวกระด้างกระเดื่องเขาจึงคิดจะให้เธอได้ลิ้มรสของโลกแห่งความเป็นจริงและทำให้เธอได้รู้สำนึกว่าความดื้อรั้นจะมีผลที่ตามมา เมื่อรูเบนเห็นชอบด้วยไทตัสหรี่ตา “ไม่ว่าเธอจะเป็นตัวของตัวเองแค่ไหน เธอก็ไม่มีทางไปได้ไกล ไม่นานเธอจะต้องอ้อนวอนขอกลับมา”
นอกจากนี้เขายังจะแจ้งไปยังเอเจนซี่ต่างๆ ในวงการไม่ให้เซ็นสัญญากับซีโมนอีกด้วย
เมื่อได้ยินคำพูดของพี่ชายทั้งสองโจดี้ก็รู้สึกเบิกบานใจ แต่เธอพูดด้วยท่าทีสำนึกผิดและโทษตัวเอง “เป็นความผิดของฉันที่ทำให้ซีโมนโกรธและจากไป พี่รูเบน พี่ไทตัสอย่าทำแบบนี้เลย รอให้เธอสงบลง ฉันจะไปขอโทษเธอเองแล้วเธอก็จะกลับมา” ยิ่งเธอพูดเช่นนี้ทั้งครอบครัวก็ยิ่งรู้สึกว่าซีโมนนั้นดื้อด้านและน่าชิงชัง
แน่นอนว่ารูเบนพูดออกมา “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอหรอก หล่อนก็แค่พวกไม่รู้จักพอใจในสิ่งที่มี”
พี่ชายอีกสี่คนที่เหลือของตระกูลเกรย์ก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้ “ใช่แล้ว หล่อนได้สถานะเป็นคุณหนูของตระกูลเกรย์แล้วแต่ก็ยังอยากจะชิงดีชิงเด่นกับเธอ ไร้เหตุผลสิ้นดี”
“ไม่ต้องไปขอโทษหล่อนหรอก แบบนั้นก็ยิ่งทำให้หล่อนเสียคน”
“ถ้าเราไม่ใช้ไม้แข็งกับหล่อนซะบ้าง หล่อนก็จะเอาแต่ก่อเรื่องที่บ้านไม่หยุด”
เมื่อเทียบกับโจดี้แล้วซีโมนนั้นดื้อรั้น ซัลมาคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะตบไหล่โจดี้เบาๆ และบอกว่า “เรารู้ว่าหนูมีจิตใจดี หนูไม่ต้องกังวลเรื่องนี้หรอกจ้ะ พวกพี่ชายรู้ดีว่าควรทำยังไง เดี๋ยวพอกลับมาซีโมนก็จะทำตัวดีขึ้น”
จากคำพูดของทุกคนสตีเวนเองก็รู้สึกว่าถูกต้อง ถ้าซีโมนไม่สามารถรับมือกับโลกภายนอกได้เธอก็จะกลับมาง้อเอง ดังนั้นเขาจึงไม่คัดค้านเรื่องนี้