ตอนที่ 10
บทที่ 5[ตอนปลาย]:นางร้ายเตรียมหนี
September 18, 2026
หลงจู๊วัยชรามองป้ายหยกที่พระชายาอ๋องนำขึ้นมาแสดงและตั๋วเงินแววตาสั่นระริก “พระชายา เงินจำนวนนี้หากท่านอ๋องมิได้รับทราบ หากเกิดการตรวจสอบ...”
จ้าวเหมยขัดคำพูดของหลงจู๊ทันที “ท่านอ๋องมอบอำนาจให้ข้าจัดการทรัพย์สินเพื่อเตรียมงานมงคล เจ้ามีหน้าที่ทำตามคำสั่ง หรืออยากจะให้กองทัพของท่านอ๋องมาล้อมที่นี่แทน”
“ขอรับ ๆ ข้าจะทำตามคำสั่งพระชายา”
หลังจัดการธุระเสร็จพระอาทิตย์ก็ตกดิน ความสว่างในยามกลางวันเปลี่ยนเป็นความมืดมิดยามกลางคืน จ้าวเหมยกลับเข้าจวนทางประตูลับ ทว่าไม่ได้ตรงไปยังเรือนท้ายจวน นางมุ่งหน้าไปหาจุดยึดเหนี่ยวเดียวที่เหลืออยู่
โจวหมินเซิน
อีกไม่นานเราแม่ลูกจะได้หนีออกจากที่นี่ ปล่อยให้พระเอกธงแดงมีความสุขกับนางเอกดอกบัวขาวไปเถอะ
หญิงสาวพบบุตรชายบุญธรรมนั่งกอดเข่ารออยู่ในห้องมืด ๆ นางเข้าไปใกล้ลูก “เซินเอ๋อร์ แม่เตรียมทางหนีไว้พร้อมแล้ว อีกไม่นานเราจะไปจากขุมนรกนี่กัน”
“ท่านแม่จะถูกขังที่คุกใต้ดินหรือ” เด็กน้อยถามด้วยเสียงสั่นเครือ
คำพูดของลูกทำให้จ้าวเหมยเดาออก เมื่อครู่จ้าวโม่คงเพิ่งมาหาโจวหมินเซินหลังจากได้ข่าวจากหลิวเจียว และบอกว่าโจวอ๋องจะสั่งลงโทษนาง โจวหมินเซินเพิ่งสี่ขวบปลาย ได้ฟังย่อมหวาดกลัว มิใช่เรื่องแปลก “นางโกหก ไม่มีใครทำอะไรแม่ได้ทั้งนั้น”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักนับสิบก็ดังขึ้นที่หน้าเรือนพักของโจวหมินเซิน แสงจากคบเพลิงสว่างจ้าลอดผ่านซี่หน้าต่างเข้ามา ตามมาด้วยเสียงของโจวเหล่ยที่ดูโกรธจัดกว่าครั้งไหน ๆ
“จ้าวเหมย เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงใช้ป้ายหยกของข้าไปข่มขู่ท่านเสนาบดีฝ่ายซ้าย”
ประตูถูกผลักออกอย่างแรง โจวเหล่ยในชุดขุนนางสีเข้ม ใบหน้าคมคายแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะ เขามองเห็นจ้าวเหมยที่กำลังกอดโจวหมินเซินไว้แน่น ภาพนั้นทำให้ชายหนุ่มชะงักครู่หนึ่งด้วยความสับสนลึก ๆ
“ข้าอุตส่าห์ยอมให้เจ้าใช้เงินเพื่อซื้อความสงบ แต่เจ้ากลับล้ำเส้นข้ามากเกินไปแล้ว เจ้าได้บอกหรือไม่ว่าหมินเซินคือลูกของโม่เอ๋อร์ เรื่องนี้ไม่มีใครรู้นอกจากข้า เจ้า โม่เอ๋อร์ และหมินเซิน”
จ้าวเหมยหัวเราะ ที่แท้เขาก็ห่วงภาพลักษณ์จ้าวโม่ แม้กระทั่งเรื่องที่หนีไปหาบุรุษอื่นจนท้องก็ช่วยปิดบัง “หากข้าอยากจะบอก แล้วท่านจะทำไม”
โจวเหล่ยตะคอกพร้อมสั่งทหารเข้าควบคุมตัว “คุมตัวพระชายากลับไปขังที่เรือนท้ายจวน และเพิ่มเวรยามเป็นสี่เท่า ห้ามให้นางก้าวเท้าออกมาแม้แต่นิดเดียว”
กล่าวจบ โจวเหล่ยก็เตรียมเดินเข้าไปกระชากป้ายคืนจากนาง ทว่าจ้าวเหมยกลับสะบัดมือทิ้งป้ายหยกไปก่อน นางจ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นชา “เงินซื้อความสงบได้จริง แต่มันซื้อความรักและความภักดีของข้าคืนมาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว”
‘เงินซื้อความสงบได้จริง แต่มันซื้อความรักและความภักดีของข้าคืนมาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว’
โจวเหล่ยนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ประโยคนี้ดังก้องซ้ำ ๆ ในหู ร่างกายแกร่งชาวาบทุกส่วน ราวกับตนเจ็บเพราะถ้อยคำเหล่านั้น
ไม่นานเขาก็สูดลมหายใจเข้าลึกเรียกสติกลับมา แล้วสั่งให้ทหารพาจ้าวเหมยกลับไปที่เรือนท้ายจวน รวมถึงเพิ่มกำลังสี่เท่า
ภายในเรือนท้ายจวน จ้าวเหมยนั่งนิ่งอยู่บนเตียง แผ่นหลังของนางเหยียดตรง เสียงฝีเท้าเดินตรวจตราของทหารองครักษ์เกินกว่าสิบนายที่ล้อมรอบเรือนดังประสานกัน