ตอนที่ 676
676 ความร่วมมือ เรื่องเก่าอันบ้าบอ
October 21, 2026
หยุนเซียวและหวังจิ่นหลิงมาที่นี่หรือ?
เกิดอะไรขึ้นกับสองคนนี้ถึงได้เดินทางมาพร้อมกัน แล้วจะเจรจาเรื่องจริงจังได้อย่างไรเฟิ่งชิงเฉินเริ่มปวดหัว แต่เมื่อคิดว่าหวังจิ่นหลิงอยู่ที่นี่ ก็มีคนช่วยนางจัดการเซวียนเส้าฉี ความรู้สึกของนางรู้สึกดีขึ้น
“นายท่านน้อย ขอตัวก่อน” เฟิ่งชิงเฉินกล่าวออกมาประโยคหนึ่งแล้วจากไปอย่างรวดเร็ว ไม่สนใจว่าเซวียนเส้าฉีจะยืนอยู่ตรงนั้นและได้รับบาดเจ็บเพียงใด
หยุนเซียว เจ้าชายใหญ่ หากเขาจำไม่ผิดละก็หยุนเซียวน่าจะเป็นเจ้าชายใหญ่ของตระกูลหยุน คนเดียวที่สามารถเรียกได้ว่าเป็นเจ้าชายใหญ่ ควรเป็นหวังจิ่นหลิงของตระกูลหวัง
เฟิ่งชิงเฉินรู้จักสองคนนี้ สามารถทำให้พวกเขามาเอาอกเอาใจได้
เซวียนเส้าฉีพบว่าหนทางการตามจีบภรรยาของเขาดูเหมือนจะไม่ง่าย แต่เขาเป็นคนที่มีความดื้อรั้น ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ
ทงจือเห็นเซวียนเส้าฉียืนอยู่คนเดียวจึงรู้สึกเห็นใจเขาเล็กน้อย เมื่อเขาได้พบกับคุณหนูของพวกนาง ชายหนุ่มคนนี้ช่างน่าสมเพชเหลือเกิน
แม้แต่เจ้าชายใหญ่ยังต้องพบกับเรื่องสลดใจ นับประสาอะไรกับนายน้อยเหล่านี้ คุณหนูของพวกนางเป็นคนแปลก ยามใจดีก็ดีเสียยากเกินพรรณนา ยามโหดเหี้ยมก็โหดเสียยิ่งกว่ากระไรดี
ความเห็นอกเห็นใจก็ส่วนความเห็นอกเห็นใจ ทงจือหันหลังกลับและจากไปอย่างไร้ความปรานี ใครให้เขามีตาหามีแวว ตามตื๊อคุณหนูอยู่ได้
หยุนเซียวและหวังจิ่นหลิงล้วนเป็นเจ้าชายผู้สูงศักดิ์ ขณะนี้พวกเขากำลังนั่งอยู่ในห้องโถงของจวนเฟิ่ง ทั้งห้องโถงสว่างไสวขึ้นเพราะทั้งสองคน เฟิ่งชิงเฉินยืนอยู่นอกประตู สีหน้านิ่งเงียบอยู่ชั่วครู่......
ในที่สุดนางก็เข้าใจว่าแขกผู้มาเยือนสร้างความสว่างไสวแก่จวนนั้นคืออะไร ห้องโถงของนางไม่ถือว่าหรูหรา แต่เนื่องจากชายสองคนนี้ผู้โดดเด่นกำลังนั่งอยู่ที่นี่ พวกเขายกระดับห้องโถงของจวนเฟิ่งขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง
“เจ้าชายทั้งสองเดินทางมาที่นี่ ชิงเฉินไม่ได้เดินทางออกไปรับ โปรดยกโทษให้ชิงเฉินด้วย” เดิมทีเฟิ่งชิงเฉินเพียงต้องการล้อเลียนเขา แต่เมื่อเห็นหยุนเซียวและหวังจิ่นหลิงนั่งด้วยท่าทีจริงจังจึงได้คารวะอย่างเป็นทางการ
หยุนเซียวลุกขึ้นอย่างสุภาพพร้อมทักทายกลับ แต่หวังจิ่นหลิงไม่ขยับเขยื้อน เขายิ้มแล้วกล่าวว่า “ชิงเฉินกำลังตำหนิว่าข้ามาเร็วหรือ?”
อย่าเห็นว่ารูปลักษณ์อันสูงส่งและสุภาพเรียบร้อยของเฟิ่งชิงเฉินเป็นเช่นนี้ ที่จริงแล้วนางเป็นคนที่ไม่ชอบกฎเกณฑ์มากที่สุด แน่นอนว่าหากต้องการให้นางทำ นางก็สามารถทำได้ แต่เฟิ่งชิงเฉินเช่นนั้นจะขาดรสชาติความดุดัน
หวังจิ่นหลิงไม่เคยถือสาเฟิ่งชิงเฉินเกี่ยวกับเรื่องมารยาทเหล่านี้
“จะเป็นไปได้อย่างไร เจ้าชายใหญ่มาเมื่อใดก็ตาม ชิงเฉินล้วนยินดีต้อนรับท่าน” เฟิ่งชิงเฉินเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม รู้สึกว่าคำพูดของหวังจิ่นหลิงหมายถึงบางสิ่งบางอย่างตามที่คาดไว้ หวังจิ่นหลิงกล่าวโดยไม่รอให้เฟิ่งชิงเฉินนั่งลงเสียก่อนว่า “ข้าคิดว่าชิงเฉินตำหนิข้าที่มาเร็วเกินไป ทำให้รบกวนเวลาที่เจ้าใช้กับคู่หมั้นคนนั้นเสียอีก”
อึก......เฟิ่งชิงเฉินร่างกายโอนเอนเกือบล้ม
"เจ้าได้ยินเรื่องคู่หมั้นนั้นมาจากที่ใด?" เฟิ่งชิงเฉินจ้องไปทางสาวรับใช้ซึ่งเข้ามารินน้ำชาให้อย่างดุดัน
ไอ้พวกนี้ นับวันยิ่งมากเรื่องมากความเข้าไปทุกที
“ข้าได้ยินมาผิดหรือ? คนผู้นั้นไม่ใช่คู่หมั้นของเจ้าตั้งแต่เด็กหรือ? อีกฝ่ายมาหาถึงประตูพร้อมจี้หยกในมือเพื่อขอแต่งงาน?” คำพูดของหวังจิ่นหลิงเต็มไปด้วยดินปืนทำเอาแทบระเบิด เฟิ่งชิงเฉินรู้สึกผิดทันที ต่อมานางก็ได้สติ จะไปรู้สึกผิดทำไมกัน แต่เมื่อหันหลังกลับก็ได้พบกับแววตาของหยุนเซียว ดูเหมือน......
ทั้งคนที่ควรรู้และไม่ควรรู้ บัดนี้ล้วนรู้กันสิ้น
อนิจจา......เฟิ่งชิงเฉินถอนหายใจอย่างหนัก
นี่มันเรื่องอะไรกัน