ตอนที่ 953
954 ทำลายหมากกระดาน ทำลายสุสานจักรพรรดิ
October 21, 2026
บนโลกใบนี้จะไร้ซึ่งตระกูลซูแห่งหนานหลิง หรือก็คือต้องการถอนรากถอนโคนตระกูลซูแห่งหนานหลิง
ครู่หนึ่ง ทุกคนมองไปที่เฟิ่งชิงเฉินด้วยสายตาที่ตื่นตระหนกและหวาดกลัว คำพูดที่ยิ่งยโสเช่นนี้ สตรีผู้นี้กลับพูดออกมาอย่างง่ายดาย ราวกับพูดออกมาว่าวันนี้อากาศดี เช่นนี้จะไม่ให้ผู้คนรู้สึกกลัวได้อย่างไร
เฟิ่งชิงเฉินไม่ได้มีความสามารถอะไร แต่คนที่เป็นศัตรูกับนางมักจะจบไม่สวยทุกราย เช่นนี้จะให้สบายใจได้อย่างไร
องค์หญิงเหยาหวาอยู่ที่ตงหลิงมาเนิ่นนาน แต่ทุกวันนี้ก็ยังเป็นบุคคลที่ไม่เป็นที่รู้จัก องค์หญิงอันผิงเป็นถึงบุตรสาวของฮองเฮา แต่กลับต้องแต่งงานและอยู่ห่างไกลถึงเป่ยหลิง ลั่วอ๋องซึ่งเคยเป็นองค์ชายสุดที่รักของจักรพรรดิ กลายเป็นองค์ชายผู้ถูกจองจำ ตระกูลเซี่ยเพิ่งได้รับการแต่งตั้งได้ไม่นาน แต่กลับประสบปัญหาทางการค้าครั้งแล้วครั้งเล่า และไม่ต้องพูดถึงพ่อที่ตายไปของเย่เย่กับหนานหลิงจิ่นฝานที่ยากจะกุมอำนาจไว้
คนของตระกูลซูตกใจไม่น้อย ใบหน้าของพวกเขาซีดขาว พวกเขาหันไปมองเสด็จอาเก้าในทันใด เห็นท่าทางอันนิ่งสงบของเสด็จอาเก้า ไม่มีจิตสังหารแต่อย่างใด พวกเขาถึงจะสงบลงและกล่าวออกมาอย่างคลุมเครือ “แม่นางเฟิ่ง เจ้าพูดออกมาเช่นนี้นั้นหมายความว่าอย่างไร? ต้องการทำลายล้างตระกูลซูแห่งหนานหลิงงั้นหรือ?”
“ท่านปู่ซูกล่าวเกินไป ชิงเฉินเป็นเพียงผู้หญิงอ่อนแอ คำพูดเหล่านั้น ชิงเฉินแค่อยากให้คนตระกูลซูแห่งหนานหลิงของพวกท่าน ห้ามเรียกตัวเองว่าเป็นคนตระกูลซูอีกต่อไป ส่วนคนตระกูลซูของพวกท่านจะเป็นหรือตาย เรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของจักรพรรดิแห่งหนานหลิง เด็กกำพร้าอย่างข้าต้องการเพียงแค่นั้น” เฟิ่งชิงเฉินเน้นคำว่า “เด็กกำพร้า” เป็นพิเศษ
เนื่องจากทุกคนเข้าใจคำอธิบายของนาง ทุกคนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก มีเพียงตระกูลซูเท่านั้นที่พูดออกมาด้วยความโกรธ “เจ้ามีสิทธิ์อะไรไม่ให้พวกข้าเรียกตัวเองว่าตระกูลซู พวกเราทั้งหมดล้วนเกิดมาจากตระกูลซู”
“ข้าไม่ได้ห้าม นี่เป็นเพียงแค่การเดิมพัน หากพวกเจ้าชนะข้า แน่นอนว่าพวกเจ้าก็สามารถเรียกตัวเองว่าตระกูลซูต่อไปได้ แต่หากพ่ายแพ้ เช่นนั้นพวกเจ้าก็จงทิ้งคำว่าตระกูลซูแห่งหนานหลิง ให้คำว่าตระกูลซูแห่งหนานหลิงหายไปจากแผ่นดินจิ่วโจวอันยิ่งใหญ่” เฟิ่งชิงเฉินยอมรับว่านางใจแคบ นางไม่พอใจตระกูลซูแห่งหนานหลิงมานานแล้ว ตระกูลซูที่นางรู้จักมีเพียงคนเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ ซูเหวินชิง
คำพูดของเฟิ่งชิงเฉินนั้นไม่ได้ผิด ตระกูลซูตกอยู่ในความเงียบ หากพวกเขาไม่ยอมรับข้อตกลง แน่นอนว่าการเดิมพันครั้งนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น เฟิ่งชิงเฉินเองก็ไม่ต้องทำลายหมากกระดาน แต่ถ้าหากยอมรับคำถ้าแล้วแพ้?
พวกเราไม่มีทางแพ้ แม้แต่เฟิ่งชิงเฉินยังยอมรับว่าหมากกระดานนี้ไม่สามารถทำลายได้
ตระกูลซูแอบคิดในใจ แต่เงื่อนไขที่พวกเขาเสนอก็เปลี่ยนไปเช่นกัน “แม่นางเฟิ่ง พวกข้าเห็นด้วยกับเงื่อนไขของเจ้า หากเจ้าสามารถทำลายหมากกระดานนี้ได้ พวกข้าจะไม่เรียกตัวเองว่าตระกูลซูแห่งหนานหลิงอีกต่อไป ชื่อเสียงของตระกูลซูทั้งหมดก็จะถูกลบออกไปด้วย แต่หากเจ้าไม่สามารถทำลายหมากกระดานนี้ได้ ข้าจะใช้เลือดของเจ้าในการชะล้างความอัปยศและความทุกข์ทรมานทั้งหมดของตระกูลซูแห่งหนานหลิง”
“ได้!” ในตอนที่ทุกคนยังไม่ทันตอบสนอง เฟิ่งชิงเฉินก็ตอบตกลงไปทันที
“แม่นางเฟิ่ง เจ้าลองไตร่ตรองให้ดีก่อน” บัณฑิตของสำนักศึกษาจี้เซี่ยเอ่ยปากออกมา
“ชิงเฉิน เจ้ามั่นใจอย่างนั้นหรือ” คุณชายหยวนซีกล่าวออกมาด้วยความเป็นห่วง
การเดิมพันครั้งนี้ค่อนข้างไม่ยุติธรรม หากเฟิ่งชิงเฉินพ่ายแพ้ก็เท่ากับว่าตระกูลเฟิ่งต้องพังทลาย!
เฟิ่งชิงเฉินไม่ได้ตอบคำถามของผู้คนเหล่านั้น หันไปยิ้มให้เสด็จอาเก้า จากนั้นส่งสัญญาณให้ทงจือและทงเหยาเลื่อนกระดานหมากมาด้านข้างของนาง
เมื่อตระกูลซูเห็นท่าทางเช่นนั้นของเฟิ่งชิงเฉิน พวกเขารู้สึกไม่สบายใจอยู่ครู่หนึ่ง ท่านปู่ซูส่งสายตาไปยังคนรอบข้าง บอกว่าเฟิ่งชิงเฉินไม่มีทางทำลายหมากกระดานนี้ได้
ไม่ ไม่มีทางเป็นไปได้ เฟิ่งชิงเฉินจะต้องเสแสร้งเป็นแน่
ในเวลานี้ พวกเขาทำได้เพียงปลอบใจตัวเอง หลังจากนั้นก็เฝ้ามองเฟิ่งชิงเฉินวางหมากลงบนกระดาน......
ในเวลาเดียวกัน ในสุสานจักรพรรดิที่อยู่ห่างออกไปหลายพันไมล์ ทหารม้าทมิฬได้ขโมยโลงศพทั้งสองที่ฝังไว้ในสุสานจักรพรรดิออกมาตั้งแต่เมื่อคืนวาน และนำออกมาอย่างราบรื่น
ภายใต้คำสั่งของเสด็จอาเก้า ทหารม้าทมิฬไม่ได้เลือกที่จะโจมตีในเวลากลางคืน แต่เลือกที่จะเผชิญหน้ากับทหารหมื่นนายที่ทำหน้าที่เฝ้าสุสาน
เมื่อเห็นว่าทหารที่เฝ้าสุสานมีจำนวนเพียงแค่หมื่นนาย และห่างไปอีกร้อยลี้ก็มีทหารคุ้มกันอยู่อีกสามหมื่นนาย โดยปกติกองทหารจะไม่มาที่สุสานของจักรพรรดิ เนื่องจากสุสานจักรพรรดิไม่สามารถรองรับทหารจำนวนสามหมื่นนายได้
เสด็จอาเก้าได้มอบหมายภารกิจนี้ให้แก่ทหารม้าทมิฬจำนวนหนึ่งพันนาย เป้าหมายของเสด็จอาเก้าคือ ต้องการให้ทหารที่เฝ้าสุสานจักรพรรดิเป็นคู่ซ้อมมือของทหารม้าทมิฬ
ทหารเฝ้าสุสานจักรพรรดิทำหน้าที่ด้วยความเหน็บหนาวและขมขื่น ประกอบกับไม่เคยมีใครมาสนใจพวกเขาและพวกเขาก็ไม่คิดว่าจะมีใครกล้าเข้ามายุ่งกับสุสานจักรพรรดิ ดังนั้นพวกเขาจึงเต็มไปด้วยความเกียจคร้าน หากทหารม้าทมิฬจำนวนหนึ่งพันนายไม่สามารถจัดการกับทหารหนึ่งหมื่นนายนี้ได้ เช่นนั้นทหารม้าทมิฬก็เป็นความล้มเหลว