ตอนที่ 1073
บทที่ 1073 มองฟ้า,ข้าเองก็เกลียดเจ้าเหมือนกัน
October 21, 2026
เหมือนกับที่เฟิ่งชิงเฉินพูดไว้ คนป่วยไม่ใช่เจ๋อเจ๋อ แต่เป็นพ่อของเจ๋อเจ๋อ เป็นไปได้ว่าเจ๋อเจ๋อนั้นได้รับยีนแห่งความโหดเหี้ยมมาตั้งแต่เกิด แต่หากไม่มีความร่วมมือจากพ่อของเขา เขาก็คงไม่ตกอยู่ในสภาพของทุกวันนี้
จากมุมมองของจิตแพทย์ การใช้ความรุนแรงเพื่อควบคุมความรุนแรงนั้นไม่ได้อยู่ในหลักการทางวิทยาศาสตร์ เฟิ่งชิงเฉินไม่ใช่จิตแพทย์ นางไม่รู้ว่าจะรักษาโรคของเจ๋อเจ๋อได้อย่างไร และนางก็ไม่สามารถใช้วิธีการของจิตแพทย์ได้
เฟิ่งชิงเฉินเชื่อมั่นเป็นอย่างมากว่า การรับมือกับเด็กอย่างเจ๋อเจ๋อ จำเป็นต้องใช้ความรุนแรงเข้าช่วย ก่อนอื่นต้องทำให้เขาหวาดกลัว จากนั้นก็ทำให้เขาเจ็บปวด สุดท้ายค่อยสอนเขาว่าอะไรถูกอะไรผิด
พ่อของเจ๋อเจ๋อบอกว่าเขาเชิญหมอจากทั่วทั้งใต้หล้ามาทำการรักษา แต่กลับไม่คิดว่าลูกชายของตนเองกำลังป่วย ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ส่งองครักษ์จำนวนมากขนาดนี้มาคอยปกป้องลูกชายของเขาจากหมออย่างใกล้ชิด โชคดีที่เสด็จอาเก้าออกมาหน้ามาช่วย เรื่องนี้จึงง่ายขึ้นมาไม่น้อย
เสด็จอาเก้าไม่เกรงใจเจ๋อเจ๋อเลยแม้แต่น้อย เขาจับปลอกคอของเจ๋อเจ๋อและยกขึ้นไปบนอากาศ เมื่อร่างของเจ๋อเจ๋อลอยขึ้น ปลอกคอก็รัดลำคอของเขาด้วยความเจ็บปวด แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่ยอมแพ้
เจ๋อเจ๋อตะโกนอย่างสุดเสียง เหล่าองครักษ์รีบวิ่งเข้ามาด้านหน้า แต่ทันทีที่เข้ามาพวกเขาก็สัมผัสได้ถึงรัศมีอันรุนแรงจากร่างกายของเสด็จอาเก้า มันน่ากลัวมากกว่าของเจ๋อเจ๋อเสียงอีก ทำให้องครักษ์เหล่านี้ไม่กล้าเคลื่อนไหว แน่นอน......
สิ่งที่พวกเขาหวาดกลัวที่สุดไม่ใช่เสด็จอาเก้า แต่เป็นแม่ทัพกองทหารที่เข้ามาหลังจากนั้น
“ข้าได้ยินมาว่ามีพวกอันธพาลบุกเข้ามาในจวนเฟิ่ง และเป้าหมายของพวกเขาก็คือชีวิตของเสด็จอาเก้า มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นด้วยอย่างนั้นหรือ?” ตี๋ตงหมิงเข้ามาในชุดของแม่ทัพ ดูสง่างามเป็นอย่างมาก ทันทีที่เข้ามาก็เห็นเหล่าองครักษ์ล้อมรอบเสด็จอาเก้าเอาไว้ เขาขมวดคิ้วและกล่าวออกมาว่า “หายากจริง ๆ ข้ามาถึงที่เกิดเหตุได้ทันเวลาอย่างนั้นหรือ”
น้ำเสียงฟังดูเหยียดหยามไม่เข้ากับเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่จริง ๆ เฟิ่งชิงเฉินกลอกตาขาว มองเขาอย่างหงุดหงิด
มาถึงจุดนี้เฟิ่งชิงเฉินถึงได้เข้าใจ เสด็จอาเก้าได้วางแผนเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว เขาค่อย ๆ ดำเนินการกับองครักษ์ของเจ๋อเจ๋อทีละขั้นตอน ไม่อย่างนั้นจะบังเอิญถึงเพียงนี้ได้อย่างไร ทันทีที่องครักษ์เหล่านี้ต้องการสู้ ตี๋ตงหมิงก็เข้ามาทันที
ถูกจับคาหนังคาเขา องครักษ์ของลัทธิปีศาจไม่อาจพิสูจน์ความจริงได้เลย อีกอย่างเจ้าพวกนี้ก็ใช้อำนาจของทางการมาปกป้อง เสด็จอาเก้าและตี๋ตงหมิงยืนยันว่าพวกเขาต้องการทำร้ายเสด็จอาเก้า ต่อให้พวกเขาพูดอะไรออกมามันก็ไร้ประโยชน์
องครักษ์มองหน้ากัน แลกเปลี่ยนความคิดด้วยสายตา หลังจากนั้นก็พยักหน้า เฟิ่งชิงเฉินรู้สึกว่าบรรยากาศในห้องรับรองนั้นเคร่งขรึมขึ้นมาก ในตอนที่นางคิดจะหยิบปืนออกมาเพื่อป้องกันตัวเอง เสด็จอาเก้าก็เอ่ยปากออกมาว่า “หากข้าเป็นพวกเจ้า ข้าจะไม่เคลื่อนไหวแต่อย่างใด แต่หากเริ่มเคลื่อนไหวไปแล้ว เช่นนั้นก็เท่ากับว่าพวกเจ้ายอมรับความล่มสลาย”
หากสามารถยืมพลังของจักรพรรดิจัดการกับลัทธิปีศาจได้ แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่น่าพอใจสำหรับเสด็จอาเก้า แต่เสด็จอาเก้ารู้ดี ด้วยนิสัยของจักรพรรดิ สุดท้ายเขาก็ต้องเชื่อมความสัมพันธ์กับลัทธิปีศาจอยู่ดี
เนื่องจากดินแดนของลัทธิปีศาจไม่ได้อยู่ในเขตของตงหลิง และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับตงหลิงแต่อย่างใด ตรงกันข้าม ลัทธิปีศาจมักจะสร้างปัญหาให้กับเป่ยหลิงเป็นครั้งคราว มีคนของลัทธิปีศาจคอยกดดันเป่ยหลิง จักรพรรดิเองก็รู้สึกพอใจมากเช่นกัน
ดูเหมือนคำพูดของเสด็จอาเก้าจะส่งผล องครักษ์ของเจ๋อเจ๋อถอยกลับไป เจ๋อเจ๋อเห็นเช่นนั้นก็ร้องออกมาดังกว่าเดิม ใบหน้าของเขากลายเป็นสีแดงด้วยความโกรธ แต่ก็ไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียว
ดื้อรั้นเป็นอย่างมาก เฟิ่งชิงเฉินแอบชื่นชมในใจ แต่ก็รู้สึกหดหู่ในขณะเดียวกัน
ช่วยไม่ได้ ยิ่งเด็กดื้อรั้นมากเท่าไหร่ก็ยิ่งสอนยากมากเท่านั้น สำหรับการสั่งสอนเจ๋อเจ๋อ นางไม่รู้ว่านางต้องสูญเสียเซลล์สมองไปกี่เซลล์
องครักษ์แห่งลัทธิปีศาจหวาดกลัวคำพูดของเสด็จอาเก้า พวกเขาไม่กล้าเคลื่อนไหวสุ่มสี่สุ่มห้า เสด็จอาเก้าเหลือบตามอง ดูเหมือนว่าเจ๋อเจ๋อจะทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาจึงปล่อยมือ......
เสียงปังดังขึ้น ร่างของเจ๋อเจ๋อตกลงพื้น ก้นของเขากระแทกพื้นอย่างแรง แสดงความเจ็บปวดออกมาทางสายตา แต่เขาก็ไม่ได้ตะโกนหรือร้องไห้ออกมา เพียงแค่จ้องมองมาที่เสด็จอาเก้าด้วยสายตาที่เหมือนกับงูพิษ
เด็กตัวเล็กแค่นี้ แต่กลับมีสายตาอันดุร้ายและเหี้ยมโหด ไม่ธรรมดาจริง ๆ
“นายน้อย” องครักษ์คิดจะวิ่งเข้ามาอุ้มเจ๋อเจ๋อ แต่ตี๋ตงหมิงเคลื่อนไหวเร็วกว่าเขาก้าวหนึ่ง เขานำองครักษ์ของเขาเข้ามาขวาง ทำให้เสด็จอาเก้าและเจ๋อเจ๋ออยู่ตรงกลาง “พวกเจ้าอย่าทำอะไรผลีผลาม เวลานี้พวกเจ้ายังเป็นผู้ต้องสงสัย หากพวกเจ้าเคลื่อนไหว ข้าก็สามารถออกคำสั่งสังหารพวกเจ้าได้ทุกเมื่อ”
ตี๋ตงหมิงไม่ได้โอหังเพียงแค่คำพูด แต่การกระทำของเขานั้นโอหังเสียยิ่งกว่า เขาสั่งให้องครักษ์ของเขายึดอาวุธของอีกฝ่ายมา แน่นอนว่าองครักษ์ของลัทธิปีศาจไม่ได้ขัดขืน เจ๋อเจ๋อจึงลุกขึ้นยืนและพูดออกมาด้วยความโกรธ “พวกเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาจับคนของข้า เจ้าช่างกล้าเสียเหลือเกิน”