ตอนที่ 1076
บทที่ 1076 อำนาจ,ควรออกไปให้คนเห็น
October 21, 2026
แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ห้องรับรอง แต่เสด็จอาเก้าไม่มีทางยอมให้เฟิ่งชิงเฉินอยู่ที่นี่เป็นอันขาด เหตุผลง่าย ๆ ก็คือ ห้องรับรองจะถูกสร้างขึ้นใหม่ ช่างก่อสร้างเข้า ๆ ออก ๆ เฟิ่งชิงเฉินเป็นผู้หญิงคนเดียว ความเป็นอยู่ของนางคงไม่สบายเป็นแน่
อีกอย่างเจ๋อเจ๋อก็เข้ามาทำให้ชีวิตของเฟิ่งชิงเฉินยุ่งเหยิง ต้องกำจัดเขาออกไปก่อนถึงจะสามารถเข้ามาอยู่ได้
เฟิ่งชิงเฉินเองก็คิดถึงเหตุผลเดียวกัน ช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงแค่สามวัน เจ๋อเจ๋อกลับทำให้บ้านของนางกลายเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนแห่งลัทธิปีศาจ พูดตามตรงนางเองก็รู้สึกขนลุก ซ่อมแซมมันให้เสร็จก่อนแล้วค่อยมาอยู่คงจะดีกว่า
อยู่ในจวนเฟิ่งไม่ได้ เฟิ่งชิงเฉินก็ยังเรือนแยกให้อยู่ แต่เสด็จอาเก้าพูดออกมาแล้ว อาการป่วยของเจ๋อเจ๋อ เฟิ่งชิงเฉินสามารถจัดการด้วยตัวเองได้งั้นหรือ? เฟิ่งชิงเฉินก็ทำได้เพียงตามเขากลับไปยังจวนอ๋องเก้า โดยไม่จำเป็นต้องให้เขาพูดเป็นครั้งที่สอง
นำมือวางบนโต๊ะ!
เฟิ่งชิงเฉินจ้องมองใบหน้าของเสด็จอาเก้าอยู่นาน สุดท้ายก็พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง กลับไปยังจวนอ๋องเก้าพร้อมกับเสด็จอาเก้า เตรียมพร้อมที่จะอาศัยอยู่ในจวนอ๋องเก้าสักช่วงเวลาหนึ่ง
ส่วนเจ๋อเจ๋อ? แม้ว่าร่างกายได้รับบาดเจ็บ และศีรษะที่ไร้ซึ่งเส้นผม แต่เสด็จอาเก้าก็ยังคงมัดเขาไว้ด้านหลังของรถม้าด้วยความโหดร้าย
แน่นอน มันไม่ใช่รถม้าของเสด็จอาเก้าและเฟิ่งชิงเฉิน แต่เป็นเกวียนวัวที่ขนมูลสัตว์ เจ๋อเจ๋อบาดเจ็บไม่ใช่หรือ เช่นนั้นก็ค่อย ๆ ให้เขาตามไปอย่างช้า ๆ ไปถึงจวนเมื่อไหร่ก็ค่อยเข้าไปด้านใน เมืองจักรพรรดิปลอดภัยอยู่แล้ว มีตี๋ตงหมิงอยู่ด้วยก็ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องอันตรายหรือชีวิตของเจ๋อเจ๋อ
ตอนแรกเฟิ่งชิงเฉินคิดว่าเสด็จอาเก้าจะใจดี กลัวว่าเจ๋อเจ๋อไม่สามารถตามความเร็วของรถม้าได้ทัน แต่คิดไม่ถึงว่าเขาจะใช้วิธีการที่เลวร้ายยิ่งกว่า ดูจากสภาพที่ถูกเลี้ยงมาอย่างมีเกียรติของเจ๋อเจ๋อ ไม่รู้จักความเจ็บปวดและทุกข์ทรมาน เช่นนั้นเขาจะไปทนกับกลิ่นเหม็นเน่าของเกวียนคันนี้ได้อย่างไร
สั่งสอนภูตผีปีศาจ เป็นอย่างที่คิด เสด็จอาเก้ามีความเชี่ยวชาญทางด้านนี้เป็นอย่างมาก เฟิ่งชิงเฉินรู้สึกนับถือมาจากใจ ตัดสินใจปฏิบัติต่อเสด็จอาเก้าตามการกระทำของเสด็จอาเก้าในวันนี้ และจะใจอ่อนไม่ได้เป็นอันขาด
กลับมายังจวนอ๋องเก้า เสด็จอาเก้าเรียนพ่อบ้านออกมา บอกพ่อบ้านว่าเฟิ่งชิงเฉินจะอาศัยอยู่ในจวนอ๋องเก้าในช่วงระยะเวลาหนึ่ง พ่อบ้านได้ยินเช่นนั้นดวงตาของเขาก็เปล่งประกายด้วยแสงแห่งความสุข เขารับประกันว่าจะดูแลเฟิ่งชิงเฉินเป็นอย่างดี และจะทำให้เฟิ่งชิงเฉินอยากอยู่ที่นี่จนไปอยากที่จะจากไป
เฟิ่งชิงเฉินเฝ้ามองท่าทางสุนทรีของพ่อบ้าน เดินไปเต้นไป เดินไปร้องเพลงไป นางก็รู้สึกแปลกใจ เสด็จอาเก้าที่เป็นคนเยือกเย็นขนาดนี้ เหตุใดถึงมีพ่อบ้านอารมณ์ดีเช่นนี้ได้ มันช่าง......
เมื่อมองไปที่ชามเลือดกวางแดงบนโต๊ะอาหาร เฟิ่งชิงเฉินรู้สึกได้เลยว่าความอดทนของเสด็จอาเก้านั้นยอดเยี่ยมมาก สามารถดื่มเลือดกวางแดงได้สามมื้อต่อวัน เสด็จอาเก้าช่างอดทนยิ่งนัก
หลังจากเฟิ่งชิงเฉินรับประทานอาหารเสร็จ นางก็มองไปยังเสด็จอาเก้าด้วยความรู้สึกอันลึกซึ้ง จากนั้นก็เหลือบตามองไปยังเลือดกวางแดง ไม่พูดอะไรทั้งนั้น เดินกลับห้องไปอย่างเงียบ ๆ
คืนนี้นางจะติดล็อคประตูให้ดี!
ปัง......เสด็จอาเก้าเองก็วางตะเกียบลงบนโต๊ะ เหลือบตามองไปยังพ่อบ้านชรา จากนั้นก็เดินกลับไปทำงานที่ห้องหนังสือ เขายังมีเรื่องอีกเป็นกองที่ยังจัดการไม่เสร็จ
ช่วงนี้ เสด็จอาเก้ายุ่งจนไม่มีเวลาทำอะไร แต่ทั้งหมดเป็นเพราะเฟิ่งชิงเฉิน ถึงทำให้เสด็จอาเก้าออกไปจากบ้านไปเป็นเวลากว่าครึ่งวันได้ กลับมายังห้องหนังสือ เขียนจดหมายไปยังเซวียนเส้าฉี เล่าเรื่องของลัทธิปีศาจให้เขาฟัง
ในฐานะหนึ่งในสำนักที่แข็งแกร่งที่สุดของยุทธจักร เซวียนเส้าฉีสามารถเชื่อมความสัมพันธ์กับลัทธิปีศาจได้ง่ายกว่า เสด็จอาเก้าสามารถใช้ประโยชน์จากทุกคนได้อย่างเต็มที่ เขาจึงโยนกระดูกอันแข็งกร้าวชิ้นนี้ไปให้กับเซวียนเส้าฉีโดยไม่รู้สึกผิด
แม้ว่าเฟิ่งชิงเฉินจะมาเป็นแขกของจวนอ๋องเก้าอยู่ประจำ แต่ทุกครั้งที่มาอยู่ในเรือนหลัก เฟิ่งชิงเฉินก็ไม่ลืมฐานะของตนว่าตนเองเป็น “แขก” นางไม่เคยเข้าไปยุ่งกับงานของจวนอ๋องเก้า แต่ต่อให้นางไม่อยากเข้าไปยุ่ง พ่อบ้านก็ไม่มีทางปล่อยนางไป