ตอนที่ 1108
บทที่ 1108 แผนการ,ทุกคนต่างคว้าน้ำเหลว
October 21, 2026
“เจ้าหยุดสงครามครั้งนี้ แท้จริงแล้วมันเพื่ออะไรกันแน่?”
อย่าว่าแต่หนานหลิงจิ่นสิงเลย แม้แต่เฟิ่งชิงเฉินเองก็ยังรู้สึกสงสัย ที่เสด็จอาเก้าหยุดสงครามในครั้งนี้ แท้จริงแล้วมันเพื่อเหตุใดกันแน่?
เนื่องจากเสด็จอาเก้าพานางไปตกปลาหลังเรือนแยก นางเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีจึงถามออกมา
ดูอย่างผิวเผิน นอกจากองค์รัชทายาทเหล่ยจะถูกปลดจากตำแหน่ง ดูเหมือนเสด็จอาเก้าก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย แต่เรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์ คนอย่างเสด็จอาเก้าจะยอมเสียแรงอย่างนั้นหรือ?
แน่นอนว่าไม่มีทาง เฟิ่งชิงเฉินมั่นใจเป็นอย่างมากว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ของเสด็จอาเก้าจะต้องมีความหมายอันลึกซึ้ง
เสด็จอาเก้าหันหน้าไปทางเฟิ่งชิงเฉิน ขมวดคิ้วและกล่าวออกมาว่า “เจ้าแน่ใจได้อย่างไรว่าผู้ที่หยุดสงครามในครั้งนี้เป็นข้า?”
ดูเหมือนเขาไม่เคยพูดอะไรกับเฟิ่งชิงเฉินเลย ตามเหตุผลแล้วเฟิ่งชิงเฉินน่าจะไม่รู้เรื่องนี้
“แล้วหากไม่ใช่เจ้าแล้วจะเป็นใคร? ข้าคิดไม่ออกเลยว่า นอกจากเจ้าแล้วใครจะมีความสามารถเช่นนี้” มีสามประเทศออกตัวอยู่ด้านหน้า ทั้งเก้าเมืองเองก็ดำรงอยู่เพื่อรักษาประโยชน์อยู่ด้านหลังอย่างมีความสุข
หากไม่ใช่เพราะมีใครบางคนคอยสร้างสถานการณ์ การต่อสู้ครั้งนี้จะต้องเป็นการต่อสู้อันดุเดือดเป็นแน่
ไม่ว่าจะสามประเทศหรือเก้าเมือง ซีหลิงไม่มีความสามารถที่จะไปหยุดการโจมตีของพวกเขา เช่นนั้นคนที่ทำได้ก็มีเพียงแค่เสด็จอาเก้า ประกอบกับช่วงที่ผ่านมา เสด็จอาเก้าหมกมุ่นอยู่กับงานทั้งวันทั้งคืน แม้แต่เงาก็ไม่เห็น หากบอกว่าไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้นให้ตายเฟิ่งชิงเฉินก็ไม่มีทางเชื่อ
และเมื่อได้รับข่าวจากทางด้านของซีหลิง เสด็จอาเก้าก็มีเวลาว่างมาตกปลาเป็นเพื่อนนาง เรื่องนี้คงไม่อาจใช้คำว่าบังเอิญมาอธิบายได้
“เป็นข้าเอง” ยังคงเป็นประโยคเดิม แม้เสด็จอาเก้าจะไม่ได้บอกเฟิ่งชิงเฉิน แต่เขาก็ไม่ได้คิดที่จะปิดบังนาง
“เจ้าโกรธอย่างนั้นหรือ?” ตอนแรกคิดว่าเฟิ่งชิงเฉินจะโกรธเขาเพราะเรื่องนี้ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเฟิ่งชิงเฉินจะไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
“มีเรื่องอะไรต้องโกรธ สิ่งที่เจ้าทำลงไปล้วนเกิดประโยชน์กับตัวเจ้า สงครามอันยิ่งใหญ่ใครนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับข้า ต่อให้เจ้าบอกข้ามันก็ไม่มีประโยชน์อะไร เมื่อเทียบกับเรื่องนี้ ข้ายังอยากรู้ว่าเหตุใดเจ้าจึงปลุกปั่นให้ทั้งแปดเมืองระดมพลยกกองทัพออกมามากเสียกว่า? เจ้าไม่อยากทำลายซีหลิงอย่างนั้นหรือ?”
เฟิ่งชิงเฉินรู้ดีว่าทุกการเคลื่อนไหวของเสด็จอาเก้านั้นอันตรายเป็นอย่างมาก หากไม่ระวังหรือประมาทขึ้นมา มันจะนำพาเขาไปสู่หายนะที่ไม่อาจฟื้นคืน เสด็จอาเก้าไม่บอกเรื่องนี้กับนาง นางก็พอจะเข้าใจได้
เรื่องบางเรื่องยิ่งคนรู้น้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดี ยิ่งไปกว่านั้นต่อให้นางรับรู้เรื่องนี้ นางก็ไม่อาจช่วยอะไรเขาได้
เฟิ่งชิงเฉินไม่ได้โกรธ เสด็จอาเก้าจึงกล่าวออกมาว่า “ข้าไม่ได้มีเจตนาที่จะปิดบัง แต่เรื่องบางเรื่อง ในตอนที่ข้าลงมือทำ ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผลลัพธ์ของมันจะเป็นเช่นไร ส่วนเรื่องของซีหลิง? เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว แม้จะมีทหารห้าล้านนายก็ไม่อาจทำลายซีหลิงได้”
สายเบ็ดแกว่งไปแกว่งมา ดวงตาของเสด็จอาเก้าควบแน่น เขาตวัดคันเบ็ดในมือของเขาขึ้น
“ปลากินเหยื่อแล้ว”
“ใช่ ปลากินเหยื่อแล้ว ปลุกปั่นสามประเทศ เจ้าไม่กลัวว่าพวกเขาจะเอาความโกรธมาลงกับเจ้าอย่างนั้นหรือ?” เฟิ่งชิงเฉินมองมาที่เสด็จอาเก้าด้วยใบหน้าแห่งความอิจฉา
ช่วงเช้าที่ผ่านมา เสด็จอาเก้าตกปลาไปได้ห้าตัวแล้ว แต่นางยังตกไม่ได้สักตัว
หากไม่มีวาสนาต่อสัตว์ แม้แต่ปลาก็ไม่ชายตามองนาง
เรื่องแบบนี้ก็อิจฉาอย่างนั้นหรือ?
ความอ่อนโยนปรากฏขึ้นในแววตาของเสด็จอาเก้าในชั่วเสี้ยววินาที หลังจากคนรับใช้นำปลาออกจากเบ็ดและใส่เหยื่อชิ้นใหม่เข้าไป เสด็จอาเก้าก็เหวี่ยงคันเบ็ดลงไปในน้ำอีกครั้ง นั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น ตกปลาของเขาต่อไป แต่คำถามของเฟิ่งชิงเฉินเขาก็ยังไม่ลืม
“คนที่ปลุกปั่นประเทศทั้งสามนั้นไม่ใช่ข้า แต่เป็นซีหลิง หากมีใครมาสร้างปัญหาให้ข้า เกรงว่าคนผู้นั้นก็คงเป็นหนานหลิงจิ่นสิง หนานหลิงจิ่นสิงเป็นคนฉลาด เขาไม่มีทางพูดเรื่องที่เกี่ยวข้องกับข้าออกมาเป็นแน่”
หากตงหลิงและเป่ยหลิงรู้ว่าการทำศึกครั้งนี้ต้องล้มเลิกกลางคันเพราะหนานหลิงจิ่นสิงบอกแผนการล่วงหน้าทั้งหมดกับเสด็จอาเก้า พวกเขาก็ไม่มีทางมาคิดบัญชีกับเสด็จอาเก้า แต่พวกเขาจะไปคิดบัญชีกับหนานหลิงจิ่นสิงแทน เนื่องจากทั้งหมดเกิดจากความผิดพลาดของหนานหลิงจิ่นสิง พวกเขาจึงต้องสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์