ตอนที่ 1109
บทที่ 1109 กังวล,ความคิดที่แม้แต่อยู่ในความฝันก็คาดไม่ถึง
October 21, 2026
เพราะเหตุใดการที่เขาสร้างความวุ่นวายให้กับทั้งสี่ประเทศจะต้องมีเหตุผล?
เสด็จอาเก้ามองไปที่เฟิ่งชิงเฉินด้วยใบหน้าครุ่นคิด จากนั้นกล่าวออกมาว่า “เหตุใดเจ้าจึงมั่นใจว่าเรื่องนี้จะต้องมีเหตุผล? ข้าแค่ไม่อยากให้เกิดการต่อสู้ แค่นี้ไม่ได้หรือ?”
เสด็จอาเก้ารู้สึกหดหู่ใจ เขาไม่อยากตกปลาอีกต่อไป วางคันเบ็ดในมือไว้ด้านข้างและลุกขึ้นยืน
เขาไม่ต้องการความเข้าใจจากคนอื่น เนื่องจากยิ่งคนพวกนี้ไม่เข้าใจ ก็ยิ่งรู้สึกว่าเขานั้นไม่อาจคาดเดาได้ และไม่กล้าเข้าใกล้เขา
แต่วันนี้กลับถามเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงเหตุผลที่เขาหยุดสงคราม ซึ่งมันทำให้เขารำคาญเป็นอย่างมาก
การหยุดสงคราม มันจำเป็นต้องมีเหตุผลด้วยอย่างนั้นหรือ?
เสด็จอาเก้ารู้สึกหดหู่ใจ เดินไปตามริมสระน้ำเพียงลำพัง เหงาหลังของเขาแสดงให้เห็นถึงความหดหู่และเงียบเหงา ความรู้สึกนั้นเหมือนกับว่าบนโลกใบนี้มีเขาอยู่เพียงลำพัง
เฟิ่งชิงเฉินปราศจากซึ่งความลังเล รีบโยนคันเบ็ดในมือลงและวิ่งตามเขาไป......
ใบไม้ปลิวไสว สายลมโบกพัด กลิ่นหอมของดอกบัวที่บานสะพรั่งพัดเข้ามาในจมูก แต่พวกเขาทั้งสองกลับไม่มีใจที่จะชื่นชม ดวงตาของเสด็จอาเก้าหรี่ลงเล็กน้อย เขามองตรงไปด้านหน้าโดยที่ไม่รู้ว่าเวลานี้เขากำลังทำสิ่งใดอยู่
เฟิ่งชิงเฉินเดินอยู่ข้างกายของเสด็จอาเก้า แอบมองหน้าเสด็จอาเก้าอยู่เป็นระยะ นางนึกไม่ออกว่านางพูดอะไรผิดไป แต่ดูจากท่าทางของเสด็จอาเก้าในเวลานี้แล้ว เหมือนกับเขานั้นไม่มีความสุขเป็นอย่างมาก
ทั้งสองคนเดินไปครึ่งรอบสระน้ำ ไม่มีใครพูดอะไรออกมา จนกระทั่ง......มาถึงใต้ต้นไม้ขนาดใหญ่ต้นหนึ่ง เสด็จอาเก้าหยุดเดิน ชี้ไปที่เรือลำเล็กที่ลอยอยู่ในสระน้ำ
“ชิงเฉิน เจ้ายังจำเรื่องที่ข้ายืนเป่าขลุ่ยบนเรือลำนั้นในปีที่แล้วได้หรือไม่?”
“แน่นอน ข้าจำมันได้” เฟิ่งชิงเฉินพยักหน้าด้วยแรงของนาง
ฉากที่งดงามถึงเพียงนั้น ชีวิตนี้นางไม่มีวันลืม......
ในวันนั้นเสด็จอาเก้าอยู่บนเรือลำเล็ก แล่นเรือผ่านใบบัวพร้อมกับเป่าขลุ่ย แม้ว่านางจะไม่เข้าใจแต่ก็รู้สึกว่ามันไพเราะมาก
บทเพลงนั้นไม่เพียงแต่ไพเราะเสนาะหูเท่านั้น แต่มันยังสัมผัสเข้าไปถึงหัวใจของนาง นางไม่เคยเห็นใครเป่าขลุ่ยได้น่าดึงดูดเช่นนี้มาก่อน สามารถดึงดูดนกเป็นร้อยตัวได้ด้วยตัวของเขาเพียงคนเดียว
“ข้าในตอนนั้นรู้สึกว่าเจ้าเป็นคนที่ตกลงมาจากสรวงสวรรค์” หากตอนสุดท้ายเสด็จอาเก้าไม่ใช้ขลุ่ยเคาะศีรษะของนาง เช่นนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นในสระบัวมันอาจเรียกได้ว่าเป็นความสมบูรณ์แบบ เป็นสิ่งที่งดงามที่สุดในใจนาง และเป็นฉากที่หอมหวานที่สุด
เมื่อได้ยินคำชื่นชมจากเฟิ่งชิงเฉิน ในที่สุดอารมณ์ของเสด็จอาเก้าก็ฟื้นกลับมา แต่เขายังคงถามออกมาด้วยน้ำเสียงอันเฉยเมย “เจ้าคิดว่าในตอนนั้นข้ากำลังคิดอะไรอยู่?”
“เพื่อเอาใจข้า?” เฟิ่งชิงเฉินพูดอย่างหลงตัวเอง เนื่องจากตอนนั้นนอกจากนางแล้วก็ไม่มีใครอยู่ที่นั่น
เสด็จอาเก้าส่ายหน้า กล่าวออกมาโดยไม่สนใจสีหน้าที่ไม่พอใจของเฟิ่งชิงเฉิน “ชิงเฉิน ทุกเรื่องที่ข้าทำลงไปนั้นไม่จำเป็นต้องมีแผนการหรือความตั้งใจ ในตอนนั้นข้าไม่ได้อยากเอาใจเจ้าเลยแม้แต่น้อย ข้าเพียงแค่ต้องการทำมันเท่านั้น”
ต่อให้เฟิ่งชิงเฉินไม่อยู่ ในวันนั้นเขาก็ยังเป่าขลุ่ยเพื่อชื่นชมทิวทัศน์อยู่ดี
“อ่า......” เฟิ่งชิงเฉินก้มหน้า พูดอย่างเฉยเมย นางรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ครั้งนี้ถึงคราวของเฟิ่งชิงเฉินที่รู้สึกไม่มีความสุข
นางคิดมาโดยตลอดว่าทุกสิ่งที่เสด็จอาเก้าทำลงไปในวันนั้นก็เพื่อเอาในนาง เกี้ยวพาราสีนาง สุดท้ายอีกฝ่ายกลับไม่ได้คิดเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย
การคิดไปเองนั้นเป็นเรื่องที่น่าอายขายหน้ายิ่งนัก
เสด็จอาเก้าไม่สามารถทนต่อท่าทางอันเศร้าโศกของเฟิ่งชิงเฉินได้อีกต่อไป และไม่อยากจะโกหก เขายื่นมือออกมาลูบศีรษะของเฟิ่งชิงเฉินพร้อมกับกล่าวปลอบใจ “เสียใจขนาดนั้นเชียวหรือ คนที่ไม่รู้เรื่องราวอาจคิดว่าข้ากำลังทำร้ายเจ้าอยู่”
“เจ้าก็ทำร้ายข้ามาโดยตลอดอยู่แล้ว” ทำร้ายความรู้สึกของนางมากตั้งนาน ช่างโหดร้ายยิ่งนัก
“นั่นเป็นเรื่องที่ข้าไม่ได้ตั้งใจ เวลานั้น แม้ว่าข้าจะไม่ได้ทำลงไปเพื่อเอาใจเจ้า แต่สิ่งที่ข้าทำลงไปนั้นสามารถทำให้เจ้ามีความสุขได้ ข้าก็รู้สึกดีใจยิ่งนัก” เสด็จอาเก้ากอดเฟิ่งชิงเฉินไว้ในอ้อมแขน
ในวันนั้นสิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่การเอาชนะเฟิ่งชิงเฉินด้วยขลุ่ยของเขา แต่เป็นการกอดเฟิ่งชิงเฉินไว้ในอ้อมแขน