ตอนที่ 1197
บทที่ 1197 ลอบสังหาร พายุนองเลือดมาเยือน
October 21, 2026
ความจริงที่เสด็จอาเก้าถูกลอบโจมตีเป็นอย่างไรนั้นไม่สำคัญ เพียงแค่เสด็จอาเก้ายืนยันว่าตนถูกคนลอบโจมตี และคนอื่นๆ ก็ไม่มีหลักฐานมายืนยันว่าเสด็จอาเก้ากำกับและแสดงละครเอง เช่นนั้น…
หากมีผู้ใดที่คิดสงสัยย่อมต้องชดใช้ต่อเรื่องที่เสด็จอาเก้าถูกลอบโจมตี เสด็จอาเก้าไม่ใช่คนจิตใจดีอะไรแต่ไหนแต่ไร มีแค้นต้องชำระถึงจะเป็นวิถีของเสด็จอาเก้า แบบนี้ถึงจะทำให้ฝ่าบาททรงเชื่อว่าเสด็จอาเก้าสิ้นชีวิตไปแล้วจริงๆ
คนบางคนไม่ตายไม่ได้ มิเช่นนั้นจะไม่มีใครเชื่อว่าเกิดเรื่องขึ้นกับเสด็จอาเก้าจริงๆ การที่สังหารคนใช้มีฝีมือที่ของคนเหล่านี้ ก็เพื่อต้องการจะบอกกับฝ่าบาทว่า เขา…ตงหลิงจิ่วไม่ใช่คนที่จะมารังแกกันได้ง่ายๆ และไม่ต้องทำความรู้จักกับคนพวกนี้ด้วย
อีกฝ่ายมีเพียงสิบคน ทว่ากลุ่มคนชุดดำกลับมีกำลังคนมากกว่าอีกฝ่ายหลายเท่า ไม่นาน เสียงสู้ฟันแทงกันในตรอกเล็กๆ ก็เงียบลง คาวเลือดสีแดงไหลนองไปทั่วพื้น หัวหน้ากลุ่มชุดดำทำสัญลักษณ์มือต่อลูกน้อง ไม่นานร่างศพสิบร่างพลันถูกขนย้ายไปอย่างรวดเร็ว น้ำสะอาดถูกราดมาอย่างต่อเนื่อง ไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยเดียว…
หลังจากที่ทำทั้งหมดนี้เสร็จ คนกลุ่มนี้พลันซ่อนตัวกลับในที่มืดอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
ในตรอกเล็กๆ พลันเงียบสงบ บรรยากาศรอบๆ ตลบอบอวลด้วยกลิ่นหอมจางๆ ราวกับไม่เคยมีคนมาที่นี่ และไม่มีคนตายที่นี่มาก่อน
กลุ่มคนชุดดำเหล่านี้ราวกับวิญญาณล่องหน พวกมันแทรกซึมอยู่ในตรอกในซอยเล็กๆ แล้วเดินเข้าไปหาเป้าหมายเงียบๆ จากนั้นลงมือสังหารทันทีในขณะที่อีกฝ่ายยังไม่ทันรู้ตัว
สังหารคน ไม่จำเป็นต้ององอาจผ่าเผย!
ในเรือนลั่วที่เจ้าเมืองฉู่เฉิงพักชั่วคราวมีเชือกแขวนหลายเส้นแขวนอยู่ด้านนอก ทว่าด้านในกลับแขวนร่างคนไว้เป็นแถวเรียงกัน สีหน้าของคนเหล่านี้ม่วงช้ำ ขาทั้งสองข้างลอยอยู่กลางอากาศอย่างช่วยไม่ได้
ในชุมชนของตระกูลชุยที่อยู่นอกเมืองมีเสียงไล่ฆ่าดังขึ้นวุ่นวาย บุรุษสามคนกำลังวิ่งออกไปด้วยสีหน้าหวาดกลัว บนร่างของพวกเขาเต็มไปด้วยบาดแผลที่เลือดไหลนอง
ไม่นานกลุ่มคนชุดดำที่ไล่ฆ่าพวกเขาก็ไล่ตามมาถึง พวกมันไม่มีความเกรงใจเลยสักนิด มาถึงก็ใช้กระบี่แทงอีกฝ่ายแล้วใช้เท้าเตะคนเข้าไปในผืนป่าในคราเดียว
แม้นจุดที่แทงไปรอบนั้นจะไม่ถึงตาย แต่การที่ล้มเข้าไปในป่า ก็เทียบเท่ากับมีชะตาเป็นอาหารของสัตว์ร้ายเท่านั้น
ทั้งตระกูลหวัง ตระกูลเซี่ย และจวนซู่ซินอ๋องไม่เว้นแม้แต่คนเดียว…
โต้วโต้วถือแผนที่เอาไว้ ในที่สุดก็มาถึงเรือนฝู่หลิน โต้วโต้วเก็บแผนที่แล้วกำหมัด “ธุรกิจครั้งนี้ ข้าต้องทำให้ดีให้ได้”
เมื่อดึงผ้าคลุมปิดหน้าสีดำออก ดวงตาของโต้วโต้วคู่นั้นพลันฉายแววสังหารอันเยือกเย็นออกมาทันที
เสด็จอาเก้าบอกว่าคนกลุ่มนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขาต้องไปป่าจั้งซี่อย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อนึกถึงความลำบากที่พบเจอในป่าจั้งชี่แล้ว จิตสังหารของโต้วโต้วก็ยิ่งพรั่งพรู
ณ จวนฝู่…ทหารยามไม่ได้แน่นหนาเข้มงวดอย่างที่คิด และไม่ได้กว้างใหญ่เพียงนั้นด้วย ไม่นาน โต้วโต้วก็หาเป้าหมายพบ แล้วทำการสังหารอีกฝ่ายพร้อมซ่อนศพอย่างรวดเร็ว
ในพระราชวัง จั่วอั้นถือกระบี่แล้วฟันองครักษ์ของพระราชวังอย่างเบามือ จากนั้นเดินเข้าไปข้างในต่อ
แผนที่และทหารยามที่เสด็จอาเก้าจัดเตรียมให้นั้น จั่วอั้นไม่ได้มีการเคลื่อนไหวผิดปกติอะไรเลยจนมาถึงวังหลัง
คืนนี้ ฝ่าบาททรงทอดรักอยู่กับสี่เฟยที่ตำหนักชิงหนิง ซึ่งเป้าหมายของจั่วอั้นก็คือสี่เฟย
จั่วอั้นกระโดดขึ้นบนหลังคาและอาศัยความทรงจำอันสุดยอดตามหาห้องที่สี่เฟยพักอยู่ จั่วอั้นดึงแผ่นกระเบื้องออกเผยให้เห็นช่องว่างช่องหนึ่ง
เพียงแค่แวบเดียว จั่วอั้นก็มั่นใจว่าจะลงมือที่ตำแหน่งใดทันที
เมื่อประกอบกระเบื้องเข้าที่เดิมแล้ว จั่วอั้นพลันดึงกระเบื้องแผ่นที่ห้าที่ถัดออกจากซ้ายมือออกอีกครั้ง จากนั้นยื่นนิ้วกลางที่สวมแหวนไว้เข้าไปผ่านช่องว่างเล็กๆ ได้ยินเพียงเสียงดัง ‘ฟิ้ว’ เบาๆ สี่เฟยที่นอนอยู่บนเตียงนอนศีรษะเอียงไปด้านข้างสิ้นลมหายใจไปในทันที
ฝ่าบาทที่บรรทมอยู่ข้างกายสี่เฟยไม่รู้ตัวเรื่องแม้แต่น้อย พอตกดึกพลันพบว่าสตรีข้างกายลำตัวเย็นเฉียบ ฝ่าบาทจึงสวมกอดนางเอาไว้แล้วบรรทมต่อไป
สีหน้าของสี่เฟยไม่แปรเปลี่ยน ร่างกายก็ไม่แข็งทื่อเช่นกัน มีเพียงจุดสีแดงบริเวณหว่างคิ้วนั่นเท่านั้นที่จะบอกกับผู้คนว่านางตายไปแล้ว…
ฆ่าคนตายไปหลายคนภายในคืนเดียว ไม่มีทางไม่หลงเหลือร่องรอยเอาไว้อยู่แล้ว ไม่นานผู้คนในหอจู๋เฟิงก็ได้รับข่าว