ตอนที่ 1274
บทที่ 1274 ห้องหนังสือ, คืนนี้จะไม่ต้องนอนไม่หลับอีกต่อไป
October 21, 2026
ข้าเห็นอะไรผิดไปหรือเปล่า?
เสด็จอาเก้าล้มลงกับพื้นอย่างนั้นหรือ?
ไม่ใช่ หรือว่าเสด็จอาเก้าจะถูกแม่นางเฟิ่งทำร้าย?
ดวงตาของเหล่าองครักษ์ต่างเบิกกว้าง หลังจากนั้นก็ขยี้ตาของตนเองอย่างไม่ได้นัดหมาย ไม่ว่าพวกเขาจะขยี้ตาอย่างไร พวกเขาก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงเรื่องที่ว่าเสด็จอาเก้าล้มลงกับพื้นได้
“ข้า ข้าออกมาผิดเวลาไปหรือเปล่า?” มู่เหลียวออกมาต้อนรับเสด็จอาเก้า สุดท้ายกลับได้เห็นเสด็จอาเก้าในสภาพที่กำลังล้มลงกับพื้น เขามองไปที่เฟิ่งชิงเฉินด้วยความตกใจ
กล้าหาญเกินไปแล้ว เขาติดตามอยู่ข้างกายเสด็จอาเก้ามาเกือบสิบปี นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นว่ามีคนทำให้เสด็จอาเก้าล้มลงพื้นได้ แต่คนผู้นั้นก็เป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง
เขาตัดสินใจอย่างแน่วแน่ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คนที่เขานับถือมากที่สุดจะกลายเป็นเฟิ่งชิงเฉิน เนื่องจากคนที่สามารถเอาเปรียบเสด็จอาเก้าได้ คนผู้นั้นจะต้องไม่ใช่คนธรรมดา
อย่าว่าแต่เหล่าองครักษ์เลย แม้แต่เสด็จอาเก้าเองก็ไม่อยากเชื่อว่าเขาจะถูกเฟิ่งชิงเฉินทำให้ล้มลงกับพื้น เขาถูกผู้หญิงที่อ่อนแอทำให้ล้มลงกับพื้นงั้นหรือ?
โลกนี้มันช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก!
ความเงียบเข้ามาปกคลุมในทันใด ได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจ หลังจากผ่านความตกใจ เหล่าองครักษ์ก็เหมือนนัดกันไว้ล่วงหน้า หันหน้าไปทางอื่นพร้อมกันอีกครั้ง......
พวกเขาไม่เห็นอะไรทั้งนั้น อย่าลงโทษพวกเขาเป็นอันขาด
คนเดียวที่ยังคงนิ่งสงบและเยือกเย็นก็คือเฟิ่งชิงเฉิน หลังจากที่เฟิ่งชิงเฉินปล่อยให้เสด็จอาเก้าล้มลงพื้น นางก็ทำเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น นางยังคงยืนอยู่ข้างรถม้า และเตือนเสด็จอาเก้าออกมาด้วยความหวังดี “ไม่ลุกขึ้นมาอย่างนั้นหรือ?”
“ลุก” เสด็จอาเก้าเก็บใบหน้าแห่งความตกใจของเขาไว้ มองมาที่เฟิ่งชิงเฉินอย่างเฉยเมย ดวงตาคู่นั้นเหมือนกับสามารถพูดออกมาได้ เขาต้องการให้เฟิ่งชิงเฉินพยุงเขาขึ้น
เฟิ่งชิงเฉินแสร้งทำเป็นยื่นมือออกไปตามสัญชาตญาณ หลังจากยื่นมือออกไปครึ่งทาง นางถึงรู้สึกตัวว่าตนเองกำลังทำอะไร นางรีบดึงมือกลับมา หันไปหาเหล่าองครักษ์ที่อยู่รอบ ๆ พร้อมตะโกนออกมาว่า “พวกเจ้ามัวยืนทำอะไรกันอยู่ ไม่เห็นหรือไงว่าเสด็จอาเก้าล้มลงกับพื้น เหตุใดถึงยังไม่รีบวิ่งเข้ามาพยุงเขา”
“อ่า......ขอรับ” คราวนี้องครักษ์ไม่สามารถหลบหลีกได้อีกต่อไป ใบหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความลำบากใจ ไม่มีใครอยากก้าวออกมาด้านหน้า ในใจของเขาได้แต่ภาวนา ขออย่าให้เสด็จอาเก้าโกรธและลงโทษพวกเขาเลย
หึ......มีเจ้านายเป็นคนอย่างไร ก็จะมีลูกน้องเป็นคนอย่างนั้น แต่ละคนแสร้งทำเป็นโง่ เฟิ่งชิงเฉินจ้องเขม็งมาที่เสด็จอาเก้า จากนั้นก็เดินเข้าไปด้านใน
“นายท่าน......” เหล่าองครักษ์ทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว พวกเขาก้มหน้าลงและลดตัวลงต่ำอยู่ด้านข้างของเสด็จอาเก้า เพื่อเขาพยายามเก็บความรู้สึกของตนเองให้มากที่สุด พยายามทำให้เสด็จอาเก้าสังเกตไม่เห็นการมีอยู่ของพวกเขา
“อ่า” น้ำเสียงของเสด็จอาเก้าไม่ได้แปลกไป รู้สึกได้เลยว่าเขาไม่ได้โกรธ เขาเพิกเฉยต่อการช่วยเหลือขององครักษ์ จากนั้นเสด็จอาเก้าก็ลุกขึ้นมาจากพื้นด้วยตัวเอง
เขาไม่ได้ล้มลงไปอย่างรุนแรง ที่เขานั่งอยู่นานและไม่ยอมลุกขึ้นมาก็เพราะว่าเขาเองก็ไม่อยากเชื่อว่าตนเองจะถูกเฟิ่งชิงเฉินทำให้ล้มลงไปกับพื้นจริง ๆ เวลานี้เขาเพิ่งจะได้สติกลับคืนมา
การระมัดระวังตัวของเขาลดลงและอ่อนแอถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? หากเมื่อครู่เฟิ่งชิงเฉินต้องการสังหารเขา เกรงว่าเวลานี้เขาคงกลายเป็นศพไปแล้ว
บางทีอาจจะเป็นเพราะเขาไม่เคยระมัดระวังตัวเองในตอนที่อยู่กับเฟิ่งชิงเฉินมาก่อน
เสด็จอาเก้ายิ้มเย้ยตัวเอง ปัดฝุ่นบนร่างกายของตน ส่ายหน้าพร้อมกับเดินเข้าไปด้านใน ในตอนที่เดินผ่านมู่เหลียว เสด็จอาเก้าหยุดฝีเท้าของเขา “หักเงินเดินเจ้าหนึ่งเดือน ส่วนคนอื่น ๆ ให้แบกน้ำหนักหนึ่งร้อยจินและวิ่งรอบแม่น้ำสามรอบ”
กล้าดูความอับอายของเขา ช่างกล้าหาญยิ่งนัก
“ขอรับ ท่านอ๋อง” มู่เหลียวก้มหน้า ไม่กล้าให้เสด็จอาเก้าเห็นรอยยิ้มที่กำลังอดกลั้นของเขา
มู่เหลียวโชคดีเป็นอย่างมาก และองครักษ์เหล่านี้ก็เป็นคนฉลาด พวกเขาไม่ได้ลงมือกับเฟิ่งชิงเฉิน หากพวกเขาทำอะไรให้เฟิ่งชิงเฉินต้องเจ็บ โทษที่พวกเขาได้รับคงรุนแรงกว่านี้