ตอนที่ 1323
บทที่ 1323 มีความสัมพันธ์ลับ ห้องหนังสือเป็นสถานที่ที่ดีเลยทีเดียว
October 21, 2026
เสด็จอาเก้าตัดสินใจนัดพบเฟิ่งชิงเฉินที่ห้องหนังสือ เหตุผลหนึ่งคือ เขายุ่งจนไม่มีเพลาไปที่อื่น สองคือ เพราะว่าห้องหนังสือเป็นสถานที่ที่ดี หลายครั้งที่พวกเขาไม่พอใจกันล้วนถูกแก้ที่ห้องหนังสือทั้งนั้น
เฟิ่งชิงเฉินมาถึง เสด็จอาเก้ายังคงยุ่งอยู่ เมื่อเห็นเฟิ่งชิงเฉินแล้วจึงแค่เงยหน้าขึ้นเอ่ยไปคำเดียวว่า “นั่งสิ” จากนั้นก็ก้มกลับไปยุ่งกับงานในมือต่อ เฟิ่งชิงเฉินเองก็ไม่ได้ว่าอันใด แล้วหาที่นั่งๆ ลงพร้อมเทน้ำให้กับตนเองแก้วหนึ่ง
น้ำยังอุ่นอยู่เล็กน้อย ดูท่าแล้วเสด็จอาเก้าคงจะสั่งให้คนเตรียมเอาไว้โดยเฉพาะ
โชคดีที่เสด็จอาเก้ารู้ว่าเฟิ่งชิงเฉินมา จึงรีบจัดการธุระในมือให้เสร็จสรรพพร้อมวางพู่กันลง “ชิงเฉิน ช่วงนี้เปิ่นหวังค่อนข้างยุ่ง ปล่อยให้เจ้ารอนานแล้ว”
“ไม่เป็นไรเพคะ ท่านอ๋องมีงานท่วมตัว ชิงเฉินรอหน่อยเป็นเรื่องที่ควรแล้วเพคะ” เฟิ่งชิงเฉินยังโกรธอยู่
ไม่ใช่นางมาหาเสด็จอาเก้า แต่เป็นเสด็จอาเก้าที่อยากพบนาง ทว่าสุดท้ายตนกลับไม่คำนวณเพลาดีๆ ปล่อยให้นางต้องรออยู่ที่นี่ นี่เขากำลังแสดงอำนาจให้นางดูหรืออย่างไร
“เปิ่นหวังยุ่งมากจริงๆ” เมื่อสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจของเฟิ่งชิงเฉิน เสด็จอาเก้าจึงถอนหายใจไปเฮือกหนึ่งแล้วกำชับอีกครั้ง
เฟิ่งชิงเฉินพยักหน้าอย่างจริงจัง “หม่อมฉันทราบเพคะ แล้วตอนนี้ท่านอ๋องเสร็จงานหรือยัง หากยังไม่เสร็จ หม่อมฉันยังรอได้เพคะ” ดูสิ นางให้ความร่วมมือมากเพียงใด
“ที่เหลือไม่สำคัญนัก ชิงเฉิน เจ้ารอเปิ่นหวังประเดี๋ยวเดียว เปิ่นหวังจะนำเอกสารเหล่านี้ออกไป” เสด็จอาเก้าไม่อยากให้ผู้อื่นเข้ามาจริงๆ จึงนำเอกสารที่ตนตรวจเสร็จแล้วออกไปไว้ข้างนอก แล้วให้สายลับนำไปส่ง
สายลับตกใจสะดุ้ง ทว่าก็ดีใจที่ตนไม่ได้แอบฟังอยู่นอกประตูเหมือนสายลับรุ่นก่อน เขารับเอกสารมาแล้วรีบวิ่งออกไปทันที
เสด็จอาเก้ากลับเข้ามาในห้องหนังสือ เมื่อเห็นเฟิ่งชิงเฉินยังคงมีท่าทีเย็นชา ไม่สบอารมณ์เช่นเคย จึงได้ปริปากเอ่ยขึ้นก่อนว่า “ชิงเฉิน เรามาพูดคุยกันดีๆ เถิด”
“ท่านอ๋องอยากพูดอะไรเพคะ” เฟิ่งชิงเฉินฉีกยิ้มบนใบหน้า ให้ความร่วมมือเป็นที่สุด
“พูดเรื่องอุบัติเหตุไม่คาดฝันวันนั้น มือเจ้าหายดีหรือยัง” เสด็จอาเก้าไม่หลบหลีกอีกต่อไป เพราะเขารู้ดีว่าเฟิ่งชิงเฉินคิดมากกับเรื่องนี้มาก ความจริงแล้ว เขาเองก็คิดมากเช่นกัน
“ดีขึ้นมากแล้ว ในเมื่อท่านอ๋องบอกว่าเป็นอุบัติเหตุไม่คาดฝัน เช่นนั้นก็ไม่มีอะไรต้องคุยอีก เพียงแค่อุบัติเหตุ หม่อมฉันไม่เอามาใส่ใจหรอกเพคะ” หากวันไหนนางใช้ปืนยิงถูกเสด็จอาเก้าอย่างไม่คาดฝันเข้า แล้วแบบนี้จะเรียกว่าอุบัติเหตุไม่คาดฝันได้หรือไม่
“ชิงเฉิน เจ้ารู้ทั้งรู้ว่าเปิ่นหวังไม่ได้หมายความเช่นนั้น” เสด็จอาเก้าเองก็เริ่มโมโห เฟิ่งชิงเฉินใจเย็นเกินไป ใจเย็นจนเขาโมโห
สตรีโมโหหงุดหงิดควรจะร้องไห้ตะโกนโหวกเหวกมิใช่หรือ เหตุใดเฟิ่งชิงเฉินถึงไม่มีท่าทีใดๆ เลยล่ะ
“ไหน ข้าลองตรวจร่างกายของท่านดูซิ” ในเมื่อเสด็จอาเก้ายอมอ่อนข้อให้ เช่นนั้นเฟิ่งชิงเฉินเองก็ไม่เกรงใจ
นางเป็นห่วงว่าร่างกายของเสด็จอาเก้าจะมีปัญหาจริงๆ
ถึงแม้เสด็จอาเก้าจะขัดขืนอยู่บ้าง แต่ทว่าสุดท้ายก็ยอมปริปาก “ก็ได้ ไปห้องข้างใน”
ห้องหนังสือแห่งนี้กว้างมาก ข้างในมีห้องนั่งเล่นเล็กๆ ห้องหนึ่ง ในห้องนั่งเล่นมีเก้าอี้เตี้ยที่พอสำหรับสองคนอยู่หนึ่งตัว ปกติแล้วน้อยมากที่เสด็จอาเก้าจะเข้ามาใช้ห้องนี้
เมื่อมาถึงห้องข้างใน ทั้งสองพลันนั่งลง เสด็จอาเก้ายื่นมือออกไป เฟิ่งชิงเฉินเองก็ไม่ปฏิเสธเลยแม้แต่น้อย จากนั้นนางพลันเปิดกระเป๋าเครื่องมือแพทย์อัจฉริยะออกมาแล้วทำการตรวจให้กับเสด็จอาเก้า ในขณะเดียวกันก็หยิบเครื่องมือออกมาจากข้างในชุดหนึ่ง เตรียมเจาะเลือดเพื่อตรวจสอบให้กับเสด็จอาเก้า
เสด็จอาเก้ารู้มาโดยตลอดว่าสิ่งของในมือของเฟิ่งชิงเฉินนั้นอัศจรรย์มาก ทว่าเมื่อได้เห็นเฟิ่งชิงเฉินใช้เครื่องมือแพทย์อัจฉริยะอย่างใกล้ชิดทีไร เสด็จอาเก้าก็อดตะลึงไม่ได้ทุกที
สิ่งของในมือเฟิ่งชิงเฉินเหลือเชื่อมากจริงๆ
“ชิงเฉิน อย่าให้คนอื่นเห็นเป็นอันขาดล่ะ” เสด็จอาเก้าอดไม่ได้กำชับนางทีหนึ่ง
หากคนอื่นรู้ความลับในตัวเฟิ่งชิงเฉินเข้าล่ะก็ เช่นนั้นเฟิ่งชิงเฉินคงจะตายไม่ได้เลย
“หม่อมฉันจะระวัง” เฟิ่งชิงเฉินเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับดวงตาของเสด็จอาเก้าพอดี ดวงตาทั้งสองคู่สบเข้าด้วยกัน เมื่อมองเห็นความเป็นห่วงและเอ็นดูจากดวงตาของเสด็จอาเก้า นางจึงไม่ละสายตาอีกต่อไป
บุรุษคนนี้มีพันเรื่องที่ไม่ดี แต่ทว่าในใจเขากลับมีนาง และที่สำคัญคือ นางรักเขา รักจน…สามารถทิ้งทุกอย่างได้